สินเชื่อระยะยาว อาวุธทางการเงินสำหรับ SMEs
สินเชื่อระยะยาว
คอลัมน์ Smart SMEs ผู้เขียน : ttb analytics
ปัญหาเงินลงทุนเป็นปัจจัยสำคัญที่ลดโอกาสการขยายธุรกิจ หรือการเริ่มโครงการใหม่เพื่อสร้างรายได้ให้เพิ่มขึ้น แต่บ่อยครั้งที่เงินลงทุนส่วนตัวของผู้ประกอบการ หรือกระแสเงินสดจากธุรกิจไม่สามารถครอบคลุมเงินจำนวนนั้นได้ สินเชื่อและผลิตภัณฑ์ทางการเงินเพื่อธุรกิจจากสถาบันการเงินจึงเป็นทางเลือกหนึ่งที่ช่วยแก้ไขปัญหาเงินลงทุนไม่เพียงพอได้ง่ายที่สุด
ซึ่งปัจจุบันการได้รับอนุมัติวงเงินสินเชื่อระยะยาวเพื่อขยายขนาดธุรกิจ หรือการลงทุนในโครงการใหม่ เป็นเรื่องที่ไม่ยากและซับซ้อนเกินไป หากผู้ประกอบการเข้าใจกระบวนการและขั้นตอน ดังนี้
แผนการลงทุนต้องเหมาะสมและเป็นไปได้ ธุรกิจ SMEs เมื่อมีแพลนขยายธุรกิจต้องมีการนำเสนอแผนการลงทุนที่เหมาะสม ชัดเจน และเป็นไปได้ เพียงพอที่จะสร้างความมั่นใจกับทางสถาบันการเงินว่าการลงทุนนั้นสามารถสร้างรายได้เพิ่มเติม หรือสามารถขยายขนาดการผลิตเพื่อรองรับการเติบโตของธุรกิจ
รวมถึงในกรณีที่ SMEs มีแผนการสร้างผลิตภัณฑ์ใหม่ ทาง SMEs ต้องโน้มน้าวให้ทางสถาบันการเงินเห็นพ้องว่าการผลิตสิ่งใหม่มีความเป็นไปได้ที่จะประสบความสำเร็จ
1.กำไรจากการขยายธุรกิจ หรือโครงการใหม่ ต้องครอบคลุมเงินต้นและดอกเบี้ยที่ต้องชำระตามช่วงเวลา โดย SMEs คาดหวังให้รายได้เพิ่มจากการขยายขนาดธุรกิจ
อย่างไรก็ตาม เงินทุนจากสถาบันการเงินย่อมมีภาระดอกเบี้ย และส่วนของต้นเงินที่แบ่งการชำระออกเป็นงวด ซึ่งทาง SMEs พิสูจน์ได้ว่ากำไรที่ได้รับจากการประมาณการรายได้ต้องมากกว่าส่วนของต้นเงินและดอกเบี้ยที่ต้องชำระในแต่ละช่วงเวลา ผ่านอัตราส่วนในการชำระหนี้ (DSCR) ที่คำนวณจากกำไรจากการดำเนินงานก่อนหักดอกเบี้ย ภาษี ค่าเสื่อมราคา (EBITDA)/ภาระหนี้ที่ต้องชำระ (interest paid+principal repayment) ควรมากกว่า 1.5 เท่า เพื่อรองรับกรณีที่รายได้ไม่เป็นไปตามเป้าหมายหรือเกิดภาวะไม่พึงประสงค์ทางธุรกิจ กิจการยังพอมีกำไรเพียงพอที่จะชำระหนี้ได้
2.แนวทางการบริหารเงินที่โปร่งใส สะท้อนผ่านงบการเงินของกิจการ ซึ่งโดยทั่วไป SMEs มักบริหารจัดการการเงินแบบการเงินส่วนบุคคล ทำให้อัตราส่วนทางการเงินในงบการเงินสะท้อนแนวทางการใช้เงินทุนที่ไม่ตรงตามวัตถุประสงค์ โดยปกติในแต่ละสถาบันการเงิน จะพิจารณา 2 ประเด็นสำคัญ
ประกอบด้วย 1) ปัญหาการใช้เงินลงทุนผิดประเภท (mismatch fund) และปัญหาเรื่องสภาพคล่อง (liquidity problem) แสดงผ่านอัตราส่วนสภาพคล่อง (current ratio) ที่ควรมากกว่า 1 เท่า ซึ่งสะท้อนถึงหนี้สินหมุนเวียนไม่เปลี่ยนรูปเป็นสินทรัพย์ไม่หมุนเวียนที่มีสภาพคล่องต่ำ และหนี้สินหมุนเวียนสามารถครอบคลุมได้โดยสินทรัพย์ที่มีสภาพคล่องทั้งหมด
2) ไม่ใช้เงินทุนจากสถาบันการเงินมากเกินความจำเป็น (no overused bank debt) หาก SMEs มีสินเชื่อระยะสั้นเพื่อใช้หมุนเวียนในธุรกิจจากสถาบันการเงิน ควรใช้อย่างเหมาะสมและไม่เกินกว่าจำนวนเงินทุนหมุนเวียนที่ต้องใช้ในการดำเนินธุรกิจจริง (ภาระคงค้างสินเชื่อระยะสั้น > เงินทุนหมุนเวียนที่ต้องการ (ลูกหนี้การค้า + สินค้าคงคลัง – เจ้าหนี้การค้า)
3.ความจริงใจมุ่งมั่นในการดำเนินธุรกิจ การให้สินเชื่อธุรกิจเปรียบเสมือนสถาบันการเงินเข้าร่วมรับความเสี่ยงกับธุรกิจ ดังนั้น SMEs ควรหาหลักประกันในจำนวนที่เหมาะสม การใช้ธุรกิจเดิมร่วมค้ำประกัน หรือแม้แต่การใช้ทุนส่วนตัวของธุรกิจบางส่วน ซึ่งเป็นเครื่องแสดงให้สถาบันทางการเงินรับทราบถึงความจริงใจในการทำธุรกิจ โดยเจ้าของกิจการพร้อมรับความเสี่ยงเพิ่มเติมร่วมกับสถาบันการเงิน
กล่าวโดยสรุป การเข้าถึงสินเชื่อและผลิตภัณฑ์ทางการเงินจากสถาบันการเงิน โดยเฉพาะการขอสินเชื่อระยะยาวเพื่อขยายขนาดธุรกิจ หรือเข้าลงทุนโครงการใหม่ ๆ เป็นเรื่องไม่ซับซ้อน แต่สิ่งที่สำคัญ คือ แผนการลงทุนต้องชัดเจน เหมาะสม และเป็นไปได้
นอกจากนี้ ธุรกิจ SMEs ยังควรต้องเร่งจัดทำบัญชีและงบการเงินให้มีมาตรฐาน เพื่อแสดงถึงความสามารถในการชำระหนี้และแนวทางการบริหารธุรกิจอย่างโปร่งใส จะทำให้เพิ่มโอกาสในการได้รับอนุมัติวงเงินสินเชื่อระยะยาวเพื่อขยายขนาดธุรกิจ และเพิ่มศักยภาพในการประกอบธุรกิจได้ต่อไป