เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ราคาทองวันนี้ (7 ก.ย. 69) ร่วงลง 600 บาท ทองรูปพรรณบาทละ 69,350 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (7 ก.ย. 69) ร่วงลง 600 บาท ทองรูปพรรณบาทละ 69,350 บาท
มรดกที่มีค่าที่สุด อาจไม่ใช่สิ่งที่อยู่ในพินัยกรรม
Finance มรดกที่มีค่าที่สุด อาจไม่ใช่สิ่งที่อยู่ในพินัยกรรม
Nike จากรองเท้าท้ายรถ สู่แบรนด์กีฬาระดับโลก ก่อนหลุด S&P 100
Business Nike จากรองเท้าท้ายรถ สู่แบรนด์กีฬาระดับโลก ก่อนหลุด S&P 100
โฆษกรัชดา ลาออกแล้ว จับตา ครม.พรุ่งนี้ เคาะโฆษกรัฐบาลคนใหม่
Politics โฆษกรัชดา ลาออกแล้ว จับตา ครม.พรุ่งนี้ เคาะโฆษกรัฐบาลคนใหม่
ดอกเบี้ย 1% ยังเหมาะสม FETCO ชี้เศรษฐกิจ-SMEs ไม่พร้อมรับขาขึ้น
Finance ดอกเบี้ย 1% ยังเหมาะสม FETCO ชี้เศรษฐกิจ-SMEs ไม่พร้อมรับขาขึ้น
สหพัฒน์-โอบายาชิ เดินหน้าก่อสร้าง “โอ-เมช ราชดำริ” มิกซ์ยูส 8 พันล้าน เปิดปี’72
Real Estate สหพัฒน์-โอบายาชิ เดินหน้าก่อสร้าง “โอ-เมช ราชดำริ” มิกซ์ยูส 8 พันล้าน เปิดปี’72
ธอส. เตรียมวงเงิน 2 หมื่นล้าน จัดโปรสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ 0.73% ต่อปี ฟรีค่าธรรมเนียม
Finance ธอส. เตรียมวงเงิน 2 หมื่นล้าน จัดโปรสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ 0.73% ต่อปี ฟรีค่าธรรมเนียม
มจธ. นำร่องรัชดา ทดสอบ ‘โปรแกรมจัดสวนลดฝุ่น’ ด้วย AI  
การศึกษา มจธ. นำร่องรัชดา ทดสอบ ‘โปรแกรมจัดสวนลดฝุ่น’ ด้วย AI  
“7 Days Sport” สปีดธุรกิจวิ่ง ขยายสินค้าญี่ปุ่น-ยุโรปปั้นโอนแบรนด์
Business “7 Days Sport” สปีดธุรกิจวิ่ง ขยายสินค้าญี่ปุ่น-ยุโรปปั้นโอนแบรนด์
FETCO จ่อชง 4 มาตรการเร่งออม ดัน TISA วงเงินสูง-เว้นภาษี 2 ปี
Finance FETCO จ่อชง 4 มาตรการเร่งออม ดัน TISA วงเงินสูง-เว้นภาษี 2 ปี
ดูทั้งหมด

บล.กสิกรไทย ปรับเพิ่มเป้า SET Index ปี’61 ที่ 1,835 จุด ชี้ศก.โตต่อเนื่อง-ฟันด์โฟลว์ไหลเข้า มอง “หุ้นแบงก์” กำลังสำคัญดันดัชนีฯ

18 ม.ค. 2561 | 18:35น.

นายประกิต สิริวัฒนเกตุ ผู้อำนวยการฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ บล.กสิกรไทย เปิดเผยว่า ในปี 2561 บริษัทปรับเพิ่มเป้าหมายดัชนีตลาดหลักทรัพย์ไทย (SET Index) อยู่ที่ 1,835 จุด จากเป้าเดิมที่ 1,800 จุด โดยมีกำไรต่อหุ้น (EPS) ที่ 111.7 บาทต่อหุ้น บน P/E ที่ 16.4 เท่า นับเป็นบริเวณที่แพงที่สุดในรอบ 10 ปี แต่คาดว่าจะไปถึงได้ ในอดีต SET Index เมื่อมีการคำนวณออกมาจะพบ “ค่ากลาง” ซึ่งมีโอกาสที่ดัชนีฯขึ้นไปยืนเหนือหรือต่ำกว่าค่ากลางได้ โดยหากต่ำกว่าประเมินไว้แสดงว่าในปีนั้นบ้านเมืองจะต้องมีเหตุการณ์วิกฤตเกิดขึ้น เช่น รัฐประหาร ประท้วง เป็นต้น ในขณะหากสูงกว่าที่ประเมินไว้แสดงว่าปีนั้นมีอัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจที่ดี และมีเม็ดเงินลงทุนจากต่างชาติที่เข้ามามากกว่าที่คิด

“ตัวอย่างเช่น ในปี 2550 เราคาดการณ์ SET Index ไว้อยู่บริเวณ 700 จุด แต่ปรากฎว่าดัชนีฯสามารถขึ้นไปได้ 870 จุด ซึ่งสูงขึ้นกว่าที่ประเมินไว้ 170 จุด เนื่องจากปี 2550 จีดีพีเติบโตพุ่งแรงถึง 5% มีการเกินดุลบัญชีเดินสะพัดและบัญชีการค้าค่อนข้างสูง และเงินทุนสำรองระหว่างประเทศอยู่ในเกณฑ์ที่สูงมาก รวมถึงนักลงทุนต่างชาติขนเงินเข้ามาซื้อกว่า 5.5 หมื่นล้านบาท ซึ่งเป็นเม็ดเงินที่สูงมากในสมัยนั้น” นายประกิตกล่าว

นายประกิตกล่าวว่า ในปีนี้เราวางเกณฑ์ดัชนีฯอยู่ที่ 1,835 จุด หากจะสูงขึ้นกว่าที่ประเมินไว้ อาจจะมาจากปัจจัยทางด้านเศรษฐกิจในประเทศที่มีโอกาสขยายตัว 4% ดีต่อเนื่องจากปี 2560 ที่มีจีดีพีโต 4.1% ประกอบกับสถานะทางการเงินของประเทศที่แข็งแกร่ง ทั้งในแง่ของเงินทุนสำรองระหว่างประเทศที่มีอยู่ถึง 2 แสนล้านเหรียญสหรัฐ คิดเป็น 45% ของจีดีพี และการเกินดุลบัญชีเดินสะพัดและบัญชีการค้าที่คาดว่าจะสูงถึง 9.9% และ 5.8% ของจีดีพี

และปีนี้เป็นปีแห่งการเฉลิมฉลองรัชกาลใหม่ คงจะได้เห็นงานเทศกาลต่าง ๆ ออกมาค่อยข้างมาก รวมถึงหากพระราชบัญญัติเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (หรือร่าง พ.ร.บ.อีอีซี) ออกมาและในช่วงเดือนกุมภาพันธ์-มีนาคม 61 นี้ กฎหมายลูกว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส.และที่มาซึ่ง ส.ว.ออกมาโดยไม่ต้องรอ กกต.ประกาศเลือกตั้งในเดือน พ.ค.61 น่าจะทำให้เดาได้ว่าการเลือกตั้งจะเกิดขึ้นแน่นอน ซึ่งจะเป็นปัจจัยให้กระแสเงินลงทุนจากต่างประเทศไหลเข้าสู่ตลาดหุ้นไทยอีกครั้ง และทำให้เกิดสภาพคล่องในตลาดดีขึ้นจนสามารถทำให้ดัชนีฯขึ้นไปซื้อขายในระดับที่แพงขึ้นต่อไปได้ นอกจากนี้ยังเป็นโอกาสที่จะผลักดันให้ดัชนีขึ้นไปทดสอบที่กรอบบนของปีที่ 1,970 จุด

อย่างไรก็ตาม หากดัชนีต่ำกว่าที่ประเมินไว้อาจจะมาจากปัญหาทางการเมือง โดยเฉพาะเรื่องของการเลือกตั้งไม่เกิดขึ้น เมื่อคสช.ตัดสินใจบริหารประเทศต่อไป และในช่วงไตรมาส 1/61ความผันผวนเนื่องจากสหรัฐมีการเปลี่ยนผ่านประธานธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) คนใหม่ซึ่งการตีความนโยบายจากนักลงทุนจะทำให้สินทรัพย์เสี่ยงอ่อนไหว แม้จะมีนโยบายที่ไม่แตกต่างกัน อีกทั้งธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ) และธนาคารกลางยุโรป (ECB) อาจมีการปรับนโยบายทางการเงินหลังจากเศรษฐกิจเติบโตดีต่อเนื่อง นอกจากนี้ช่วงกลางเดือนมี.ค.61 เป็นช่วงการประกาศผลประกอบการของบริษัทจดทะเบียน (บจ.) ซึ่งอาจเห็นการขายทำกำไรออกมาคงจะได้เห็นดัชนีที่กรอบล่างต่ำกว่าบริเวณ 1,700 จุดได้ แต่หลังจากนั้นให้ติดตามการปรับประมาณการผลประกอบการของ (บจ.) ซึ่งจะเป็น sentiment เชิงบวกต่อตลาดหุ้นไทยได้

นายประกิตกล่าวว่า ในปี 2561 ประเมินว่ากลุ่มอุตสาหกรรมพลังงานและกลุ่มธนาคารพาณิชย์จะเป็นกำลังสำคัญดันดัชนี เพราะว่ากลุ่มพลังงานปัจจัยด้านราคาน้ำมันยังปรับตัวสูงขึ้นต่อเนื่อง ในขณะกลุ่มธนาคารยังซื้อขายค่อนข้างถูกหรือ Valuation ระดับของราคา บน P/E ที่ 10 เท่า และ P/BV ที่ 1.1 เท่า ยังถือว่าต่ำมาก และปีนี้ถือเป็นยุคของอัตราเงินเฟ้อและดอกเบี้ยน่าจะเป็นช่วงขาขึ้น จะทำให้กลุ่มธนาคารยอมรับเทรดบน P/E และ P/BV ที่แพงขึ้น ทำให้กลุ่มธนาคารจะเป็นตัวดึงให้ดัชนีขึ้นมาอยู่ที่ 1,835 จุดหรือสูงกว่านั้นได้ รวมถึงปัจจัยการลงทุนและการบริโภคที่มีแนวโน้มดีที่สุดในรอบหลายปีจะส่งผลให้เกิดความต้องการสินเชื่อเพื่อการลงทุนที่สูงขึ้น โดยเฉพาะจากกลุ่มที่มีความเสี่ยงต่ำ อย่างกลุ่มสินเชื่อธุรกิจขนาดใหญ่ โดยคาดว่ากำไรจากกลุ่มธนาคาร 8 แห่งโดยรวมจะฟื้นตัวขึ้น 10% หรือเพิ่มขึ้น 2.5 หมื่นล้านบาท คิดเป็น 2.25 แสนล้านบาทต่อปี

โดยแนะนำหุ้นกลุ่มแบงก์ ได้แก่ BBL นอกจากกลุ่มธนาคารที่มีความน่าสนใจแล้ว กลุ่มหุ้นที่อิงกับประเด็นการขยายตัวของเศรษฐกิจในประเทศและมี Upside ที่สูงกว่าตลาดรวมถึงสูงกว่าหุ้นตัวอื่นในอุตสาหกรรมเดียวกัน จะเป็นหุ้นที่เป็นเป้าหมายในการเข้าซื้อของนักลงทุนต่างประเทศ คือ STEC, TICON, ROBINS, CPN, BEAUTY, ORI, TRUE

 

Advertisement

แท็กที่เกี่ยวข้อง

SET การเงิน ฟันด์โฟลว์