ราคาน้ำมันดิบเวสต์เทกซัสและเบรนต์ปรับเพิ่มขึ้นเล็กน้อย หลัง OPEC+ ไม่สามารถปรับเพิ่มปริมาณการผลิตได้ตามเป้าหมายที่วางไว้
วันที่ 20 กันยายน 2565 หน่วยวิเคราะห์สถานการณ์ราคาน้ำมัน บมจ.ไทยออยล์ ระบุว่า ราคาน้ำมันดิบเวสต์เทกซัสและเบรนต์ปรับเพิ่มขึ้นเล็กน้อย เนื่องจากตลาดกังวลอุปทานน้ำมันดิบตึงตัว หลังปริมาณการผลิตน้ำมันดิบของกลุ่มโอเปกต่ำกว่าเป้าหมายที่วางไว้ที่ระดับ 2.892 และ 3.583 ล้านบาร์เรลต่อวันในเดือน ก.ค 65 และ ส.ค. 65 ตามลำดับ ขณะที่ตลาดคาดการณ์ว่าทางกลุ่มอาจไม่สามารถปรับเพิ่มปริมาณการผลิตได้ตามเป้าที่วางไว้ในครั้งถัดไป เนื่องจากข้อจำกัดหลักด้านกำลังการผลิตสำรอง
โดยราคาน้ำมันเวสต์เทกซัสซื้อขายเมื่อ 19 ก.ย. 2565 อยู่ที่ 85.73 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล เพิ่มขึ้น +0.62 เหรียญสหรัฐ และราคาน้ำมันเบรนต์อยู่ที่ 92.00 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล เพิ่มขึ้น +0.65 เหรียญสหรัฐ
จีนประกาศยกเลิกล็อกดาวน์เมืองเฉิงตู หลังจำนวนผู้ติดเชื้อลดลงต่อเนื่อง โดยมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 19 ก.ย. 65 ที่ผ่านมา ส่งผลให้ประชาชนสามารถกลับมาใช้ชีวิตได้ตามปกติอีกครั้ง อย่างไรก็ตาม ประชาชนในเมืองจำเป็นต้องตรวจโควิดโดยปรากฏผลเป็นลบเป็นระยะเวลา 72 ชั่วโมง ก่อนเข้าสู่พื้นที่สาธารณะ
ราคาน้ำมันดิบถูกกดดัน หลัง CME Group คาดการณ์ความเป็นไปได้ถึง 80% ที่ FED จะขึ้นอัตราดอกเบี้ย 75 bps สู่ระดับ 3.00-3.25% และความเป็นไปได้ 20% ที่ FED จะขึ้นอัตราดอกเบี้ย 100 bps ในการประชุมวันที่ 20-21 ก.ย. 65 นี้ ซึ่งการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยต่อเนื่องของ FED เพื่อชะลออัตราเงินเฟ้อของสหรัฐที่ยังอยู่ในระดับสูง ส่งผลให้ตลาดยังคงกังวลเศรษฐกิจโลกหดตัว
ราคาน้ำมันเบนซิน
ปรับตัวลดลงน้อยกว่าราคาน้ำมันดิบดูไบ หลังอุปทานมีแนวโน้มปรับลดลง เนื่องจากอยู่ในช่วงปิดซ่อมบำรุงของโรงกลั่น ขณะที่ความต้องการใช้ในประเทศอินโดนีเซียมีแนวโน้มปรับลดลง จากราคาขายปลีกน้ำมันเบนซินในประเทศปรับตัวสูงขึ้น หลังรัฐบาลอินโดนิเซียได้ยกเลิกเงินอุดหนุนพยุงราคาน้ำมัน
ราคาน้ำมันดีเซล
ปรับตัวเพิ่มขึ้นสวนทางราคาน้ำมันดิบดูไบ เนื่องจากตลาดยังคงกังวลอุปทานตึงตัว จากการคว่ำบาตรน้ำมันของรัสเซียในช่วงเข้าใกล้เส้นตายห้ามซื้อขายน้ำมันสำเร็จรูปของรัสเซียอย่างไรก็ตาม ตลาดคาดการณ์จีนมีแนวโน้มออกโควตาการส่งออกครั้งใหม่ ส่งผลให้อุปทานมีแนวโน้มปรับเพิ่มขึ้น
