– ราคาน้ำมันดิบปรับลดลงเล็กน้อย เนื่องจากค่าเงินดอลลาร์สหรัฐฯ ปรับตัวแข็งค่าขึ้นเมื่อเทียบกับสกุลเงินอื่น หลังประธานาธิบดีสหรัฐฯ ส่งสัญญาณสนับสนุนการแข็งค่าของเงินดอลลาร์สหรัฐฯ และคาดว่าค่าเงินดอลลาร์จะมีแนวโน้มแข็งค่าขึ้นอีกในอนาคต ซึ่งจะส่งผลให้นักลงทุนลดการลงทุนในน้ำมันดิบ เนื่องจากราคาน้ำมันดิบในสกุลเงินสหรัฐฯ จะมีราคาสูงขึ้นสำหรับนักลงทุนที่ถือเงินสกุลอื่น
+ ตลาดน้ำมันดิบยังคงตึงตัวอย่างต่อเนื่อง จากการลดกำลังการผลิตของกลุ่มผู้ผลิตทั้งในและนอกโอเปกที่ปรับลดกำลังการผลิตมากกว่าที่ได้ตกลงกันไว้ที่ 1.8 ล้านบาร์เรลต่อวัน รวมถึง ปริมาณการผลิตน้ำมันดิบของเวเนซุเอลาที่ลดลงต่ำสุดในรอบกว่า 30 ปี หลังเผชิญกับปัญหาความไม่สงบในประเทศและภาวะหนี้สินที่อยู่ในระดับสูง
+ นอกจากนี้ ปริมาณน้ำมันดิบคงคลังสหรัฐฯ ปรับลดลงกว่า 10 สัปดาห์ติดต่อมาอยู่ที่ระดับต่ำสุดในรอบ 3 ปีที่ 411.6 ล้านบาร์เรล จากโรงกลั่นน้ำมันที่คงกำลังการกลั่นในระดับสูงเพื่อรองรับความต้องการใช้น้ำมันเพื่อทำความร้อนที่ปรับตัวเพิ่มขึ้น
– ปริมาณการผลิตน้ำมันดิบสหรัฐฯ ปรับเพิ่มขึ้นต่อเนื่องมาอยู่ที่ระดับ 9.9 ล้านบาร์เรลต่อวันและคาดจะแตะระดับ 10 ล้านบาร์เรลต่อวัน ภายในเดือนหน้า
ราคาน้ำมันเบนซิน ปรับตัวเพิ่มขึ้นน้อยกว่าราคาน้ำมันดิบดูไบ เนื่องจากอุปทานในภูมิภาคยังอยู่ในระดับสูง ประกอบกับ ปริมาณน้ำมันเบนซินคงคลังสหรัฐฯ ยังคงปรับเพิ่มขึ้นเป็นสัปดาห์ที่ 11 ติดต่อกัน
ราคาน้ำมันดีเซล ปรับตัวเพิ่มขึ้นมากกว่าราคาน้ำมันดิบดูไบ เนื่องจากอุปสงค์ในภูมิภาคยังอยู่ในระดับสูง นอกจากนี้ ราคายังได้รับแรงหนุนจากปริมาณน้ำมันดีเซลคงคลังที่สิงคโปร์ที่ปรับลดลงมาสู่ระดับต่ำสุดในรอบ 4 สัปดาห์ที่ราว 8.9 ล้านบาร์เรล
ไทยออยล์คาดการณ์ราคาน้ำมันดิบในสัปดาห์หน้า
ราคาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัสเคลื่อนไหวในกรอบ 62 – 67 เหรียญสหรัฐฯ ต่อบาร์เรล
ราคาน้ำมันดิบเบรนท์เคลื่อนไหวในกรอบ 67 – 72 เหรียญสหรัฐฯ ต่อบาร์เรล
ปัจจัยที่น่าจับตามอง
ปริมาณน้ำมันดิบคงคลังสหรัฐฯ คาดจะลดลงอย่างต่อเนื่องเป็นสัปดาห์ที่ 11 หลังความต้องการใช้น้ำมันยังคงอยู่ในระดับสูงและปริมาณการนำเข้าคาดจะอยู่ในระดับจำกัด โดยสำนักงานสารสนเทศด้านพลังงานสหรัฐฯ (EIA) รายงานปริมาณน้ำมันดิบคงคลังสหรัฐฯ ในช่วง 10 สัปดาห์ที่ผ่านมาปรับลดลงกว่า 47.41 ล้านบาร์เรล มาอยู่ที่ระดับ 411.6 ล้านบาร์เรล ขณะที่ ปริมาณน้ำมันดิบคงคลัง ณ จุดส่งมอบ คุชชิ่ง ปรับลดลงมาอยู่ที่ระดับต่ำสุดในรอบ 3 ปีที่ 39.2 ล้านบาร์เรล
จับตามองกำลังการผลิตของประเทศเวเนซุเอลา หลังกำลังการผลิตน้ำมันดิบได้ลดลงมากกว่า 0.6 ล้านบาร์เรลต่อวันจากปี 2559 มาอยู่ที่ระดับต่ำสุดในรอบกว่า 30 ปี โดยเวเนซุเอลาได้เผชิญหน้ากับราคาน้ำมันตกต่ำตั้งแต่ในปี 2557 และภาวะเงินเฟ้อที่สูง ส่งผลให้ไม่สามารถชำระหนี้สินที่ได้ยืมจากต่างประเทศได้
ปริมาณการผลิตน้ำมันดิบในสหรัฐฯ มีแนวโน้มปรับตัวเพิ่มขึ้นสูงกว่า 10 ล้านบาร์เรลต่อวัน หลังสภาพอากาศหนาวเย็นผิดปกติได้สิ้นสุดลง ส่งผลให้ผู้ผลิตน้ำมันดิบในสหรัฐฯ สามารถกลับมาเริ่มขุดเจาะได้ตามปกติ
