เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
CPF ชู 3 ทายาทธุรกิจเกษตร เปลี่ยนประสบการณ์รุ่นก่อนสู่ฟาร์มยุคใหม่
Economic CPF ชู 3 ทายาทธุรกิจเกษตร เปลี่ยนประสบการณ์รุ่นก่อนสู่ฟาร์มยุคใหม่
Meta เพิ่มฟีเจอร์ ‘ผู้ช่วย’ ครีเอเตอร์ เสิร์ฟไอเดียทำคอนเทนต์-คิดบทตอบคอมเมนต์แฟนคลับ
Tech Meta เพิ่มฟีเจอร์ ‘ผู้ช่วย’ ครีเอเตอร์ เสิร์ฟไอเดียทำคอนเทนต์-คิดบทตอบคอมเมนต์แฟนคลับ
“วุ้นเส้นต้นสน” ปลื้มผลงานออกบูธ “Makro HORECA 2026” ลุยต่อยอดความสำเร็จ
Biz Movement “วุ้นเส้นต้นสน” ปลื้มผลงานออกบูธ “Makro HORECA 2026” ลุยต่อยอดความสำเร็จ
“สยามพิวรรธน์”โชว์ความสำเร็จกลยุทธ์ผนึกพันธมิตรจีนดันยอดขาย Golden Week โต 2 เท่า
Business “สยามพิวรรธน์”โชว์ความสำเร็จกลยุทธ์ผนึกพันธมิตรจีนดันยอดขาย Golden Week โต 2 เท่า
ออมสินเปิดตัว ‘ใบสลากออมสินรูปแบบพิเศษเพื่อคนพิเศษ’ เริ่มต้น 100 บาท ขายแล้ววันนี้
Finance ออมสินเปิดตัว ‘ใบสลากออมสินรูปแบบพิเศษเพื่อคนพิเศษ’ เริ่มต้น 100 บาท ขายแล้ววันนี้
เปิดประวัติ “ชยุธ โลหกิจ” ติดโผรั้งเก้าอี้อธิบดีกรมทางหลวงคนใหม่
Politics เปิดประวัติ “ชยุธ โลหกิจ” ติดโผรั้งเก้าอี้อธิบดีกรมทางหลวงคนใหม่
ราคาทองวันนี้ (3 พ.ย. 69) ปรับขึ้น 100 บาท ทองรูปพรรณบาทละ 63,300 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (3 พ.ย. 69) ปรับขึ้น 100 บาท ทองรูปพรรณบาทละ 63,300 บาท
‘กรุงไทย’ เปิดเกมรับหุ้น AI ผันผวน แนะสะสมหุ้นคุณภาพ-ถือทอง 5-10%
Finance ‘กรุงไทย’ เปิดเกมรับหุ้น AI ผันผวน แนะสะสมหุ้นคุณภาพ-ถือทอง 5-10%
ก.ล.ต. ถก 40 บริษัทหลักทรัพย์ ยกระดับธุรกิจโบรกเกอร์ เดินหน้าพัฒนา TISA
Finance ก.ล.ต. ถก 40 บริษัทหลักทรัพย์ ยกระดับธุรกิจโบรกเกอร์ เดินหน้าพัฒนา TISA
สั่งจัดระเบียบ ‘มูลนิธิทั่วประเทศ’ แจ้งผลงานประจำปี-การใช้เงินบริจาค
Politics สั่งจัดระเบียบ ‘มูลนิธิทั่วประเทศ’ แจ้งผลงานประจำปี-การใช้เงินบริจาค
ดูทั้งหมด

อนาคตของเงิน (บาท) ท่ามกลางการอุบัติของเงินดิจิทัลเอกชน (1)

06 ต.ค. 2565 | 07:23น.
เงินดิจิทัล
คอลัมน์ : ระดมสมอง
ผู้เขียน : ดร.ณรัณ โพธิ์พัฒนชัย
สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา
facebook : Narun on Fintech Law

สวัสดีครับ คอลัมน์ ระดมสมองกลับมาอีกครั้งพร้อมพายุโนรูที่อ่อนกำลังลงพอดีเมื่อเดินทางเข้าสู่ประเทศไทย ตอนนี้ผมอยากชวนทุกท่านพูดคุยเรื่องเงิน ๆ ทอง ๆ ครับ ไม่ใช่แค่เงินบาทที่เราใช้จับจ่ายกันอยู่ในปัจจุบัน

ทุกวันนี้หลายคนอาจจะได้ยินว่ามีการนำเงินที่ผลิตและบริหารจัดการโดยองค์กร กลุ่มบุคคล หรือระบบที่ไม่ได้เกี่ยวข้องกับรัฐ หรือหน่วยงานของรัฐ (ผมขอเรียกเงินเหล่านี้รวมกันว่าเป็น “เงินดิจิทัลเอกชน” แล้วกัน
นะครับ) มาใช้ เพื่อเป็นสื่อกลางในการแลกเปลี่ยน หรือใช้เป็นเครื่องมือในการสะสมความมั่งคั่ง

โดยเฉพาะเงินเอกชนที่สร้างโดยใช้เทคโนโลยีบล็อกเชน ไม่ว่าจะเป็น USDT หรือเทเทอร์ (Tether), BUSD หรือไบแนนซ์ดอลลาร์ หรือ ได (DAI) เหรียญพวกนี้ถูกจัดอยู่ในประเภท stable coin หรือเหรียญคริปโตที่มีความผันผวนของราคาต่ำ (stable หรือมีความมั่นคงหรือคงที่ของราคา) เพราะผู้ออกแบบเหรียญได้จัดให้มีกลไกในการค้ำประกันมูลค่าของเหรียญนั้น ๆ เช่น มีการเก็บสะสมทุนสำรองเป็นเงินสกุลอ้างอิง (fully backed stable coin) หรือมีการเขียนโปรแกรมคอมพิวเตอร์เพื่อสร้างการค้ำประกันสังเคราะห์ (algorithmic stable coin) เป็นต้น

หากพิจารณาจากปริมาณการซื้อขายแลกเปลี่ยนเหรียญ stable coins 6 สกุลใหญ่ที่สุดของโลก สถิติจาก CoinMarketCap เมื่อปลายปี 2564 ที่ผ่านมา พบว่ามีปริมาณการซื้อขายรวมต่อวันมากกว่า 1 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือกว่า 35 ล้านล้านบาท !

ตัวเลขดังกล่าวอาจจะลดลงไปบ้างในปีนี้ เนื่องจากในช่วงต้นปีที่ผ่านมา โลกการเงินคริปโตประสบวิกฤตอย่างร้ายแรง โดยเฉพาะอย่างยิ่งปัญหาค่าเงิน UST หรือเทอร์ราดอลลาร์ (TerraUSD) ที่หลุดจากราคาอ้างอิงต่อ 1 ดอลลาร์สหรัฐ เหลือมูลค่าเพียง 0.1 ดอลลาร์สหรัฐต่อหนึ่งเหรียญเทอร์ราดอลลาร์ ปัญหาวิกฤตในด้านอื่น ๆ โดยเฉพาะที่เกี่ยวข้องกับประเทศไทย ผมได้นำเสนอไปในคอลัมน์ระดมสมองเมื่อครั้งก่อน ลองหาอ่านกันดูนะครับ

แม้ว่าระบบการเงินคริปโตอยู่ในช่วงภาวะตลาดหมี หรือช่วงฤดูหนาว (bear market หรือ winter period) ก็ตาม แต่ในช่วงปีที่ผ่านมามีความพยายามที่จะนำเหรียญคริปโตประเภท stable coin มาใช้แทนเงิน แม้แต่ในประเทศไทยก็เช่นเดียวกัน ทำให้เมื่อต้นปี สำนักงาน ก.ล.ต. ต้องออกมาประกาศห้ามไม่ให้ผู้ประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัลให้บริการที่เกี่ยวข้องกับการชำระราคาด้วยสินทรัพย์ดิจิทัล นอกจากนั้น ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ก็ออกมาเน้นย้ำในหลายโอกาส ว่าสินทรัพย์ดิจิทัลไม่ว่าจะเป็นประเภทใดก็ตาม ไม่ใช่เงินและไม่สามารถใช้ชำระหนี้ได้ตามกฎหมาย ยกเว้นเป็นความสมัครใจของคู่สัญญา

ทำให้ในขณะนี้มีการนำสินทรัพย์ดิจิทัลหลายสกุลหลายประเภทมาใช้ในทางการค้ามากกว่าการลงทุน แต่ไม่มีการกำกับดูแลโดยภาครัฐ จึงเป็นความเสี่ยงของผู้ประสงค์ที่จะใช้สินทรัพย์ดิจิทัลเหล่านั้นในการซื้อขายสินค้าและบริการ ทั้งด้านความปลอดภัยจากการโจรกรรม การฉ้อโกงทางการค้า และความปลอดภัยของการใช้ระบบดิจิทัลที่ไม่ได้มาตรฐาน

บทความในซีรีส์ อนาคตของเงิน (บาท) ท่ามกลางการอุบัติของเงินดิจิทัลเอกชน จึงมีจุดประสงค์ต้องการเชิญชวนให้ผู้อ่านมาร่วมกันคิดวิเคราะห์ถึงอนาคตของ “เงิน” โดยเฉพาะเงินบาทของประเทศไทย ว่าในอนาคตเงินบาทควรจะยังเป็นเงินสกุลเดียวในประเทศ หรือรัฐควรปล่อยให้มีเงินดิจิทัลเอกชนในรูปแบบต่าง ๆ เช่น stable coin มาใช้เป็นเงินที่สามารถชำระหนี้ได้ตามกฎหมาย (legal tender) หรือไม่ อย่างไร

ในประเด็นนี้ ผมได้ไปแลกเปลี่ยนเรื่องนี้ในเวทีประชุมวิชาการประจำปี 2565 ของธนาคารแห่งประเทศไทย หรือ BOT Symposium 2022 มา เมื่อวันที่ 29 กันยายนที่ผ่านมา มีโอกาสไปแลกเปลี่ยนมุมมองกฎหมายเกี่ยวกับอนาคตของเงินกับนักเศรษฐศาสตร์และนักเทคโนโลยีชั้นนำของประเทศ เลยทำให้ตกผลึกออกมาเป็นบทความในซีรีส์นี้ ใครสนใจฝากติดตามกันด้วยในตอนต่อ ๆ ไปครับ