เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
มหากาพย์รถไฟ 3 สนามบิน เมื่อเมกะโปรเจกต์ไทย กลายเป็น ‘ลิงแก้แห’
Economic มหากาพย์รถไฟ 3 สนามบิน เมื่อเมกะโปรเจกต์ไทย กลายเป็น ‘ลิงแก้แห’
ราคาทองวันนี้ (10 ก.ค. 69) ปรับลง 50 บาท รูปพรรณบาทละ 65,750 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (10 ก.ค. 69) ปรับลง 50 บาท รูปพรรณบาทละ 65,750 บาท
ครีเอเตอร์เตรียมรับทรัพย์รัว ๆ ‘Facebook’ เปิดให้ปักตะกร้าสินค้า ‘Lazada’ ได้แล้ว
Tech ครีเอเตอร์เตรียมรับทรัพย์รัว ๆ ‘Facebook’ เปิดให้ปักตะกร้าสินค้า ‘Lazada’ ได้แล้ว
สภาพัฒน์ มอง พ.ร.ก.กู้เงิน ใช้ตรงจุดช่วยดันเศรษฐกิจ ชี้เน้นช่วยประชาชนดีกว่า ซื้อรถเก็บขยะ EV
Finance สภาพัฒน์ มอง พ.ร.ก.กู้เงิน ใช้ตรงจุดช่วยดันเศรษฐกิจ ชี้เน้นช่วยประชาชนดีกว่า ซื้อรถเก็บขยะ EV
ไทย-มาเลเซีย เปิดถนนด่านสะเดาแห่งใหม่ ดันการค้า-ลงทุน เศรษฐกิจชายแดนใต้
Politics ไทย-มาเลเซีย เปิดถนนด่านสะเดาแห่งใหม่ ดันการค้า-ลงทุน เศรษฐกิจชายแดนใต้
ADB ช่วยเหลือแบบให้เปล่า 2 ล้านเหรียญสหรัฐ ใช้ฟื้นฟูสงขลา
Politics ADB ช่วยเหลือแบบให้เปล่า 2 ล้านเหรียญสหรัฐ ใช้ฟื้นฟูสงขลา
ธุรกิจที่อยู่ตรงกลาง อาจกำลังเหนื่อยที่สุด
Finance ธุรกิจที่อยู่ตรงกลาง อาจกำลังเหนื่อยที่สุด
รีเซตตลาด ‘อสังหาฯ ภูเก็ต’ ปราบลูกค้า ‘นอมินี-เก็งกำไร’
Real Estate รีเซตตลาด ‘อสังหาฯ ภูเก็ต’ ปราบลูกค้า ‘นอมินี-เก็งกำไร’
กองถ่ายต่างชาติลงทุนไทย ครึ่งปีแรก 4,025 ล้าน ลุ้นทั้งปี’69 ทำนิวไฮ
Economic กองถ่ายต่างชาติลงทุนไทย ครึ่งปีแรก 4,025 ล้าน ลุ้นทั้งปี’69 ทำนิวไฮ
อพท.พัฒนา 3 เส้นทาง ขี่จักรยานเที่ยว ‘คุ้งบางกะเจ้า’
Economic อพท.พัฒนา 3 เส้นทาง ขี่จักรยานเที่ยว ‘คุ้งบางกะเจ้า’
ดูทั้งหมด

เพื่อไทย เปิดนโยบายบันได 4 ขั้น ปั้นเขตเศรษฐกิจใหม่ โคขุนเงินล้าน

09 ต.ค. 2565 | 14:30น.

เพื่อไทย อุ๊งอิ๊ง นำทีมเปิดนโยบายบันได 4 ขั้น ผุดเขตเศรษฐกิจใหม่ เชียงใหม่ ขอนแก่น หาดใหญ่ และ กทม. ชูโปรเจ็กต์ “เงินโอน คนสร้างตัว” ปลดล็อกความจน ลั่น หมดเวลารัฐบาลประยุทธ์ ให้เพื่อไทยเป็นรัฐบาล

วันที่ 9 ตุลาคม 2565 ที่พรรคเพื่อไทย มีการเปิดตัวนโยบายเพื่อไทย เพื่อชัยชนะแบบแลนด์สไลด์ ในงานฟอรั่มนโยบายครั้งที่ 1 ในธีม “เพื่อไทย เพื่อรายได้ใหม่ของประชาชน” นำโดย นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว ส.ส.น่าน หัวหน้าพรรค พร้อมด้วย นพ.พรหมินทร์ เลิศสุริย์เดช ประธานคณะกรรมการนโยบายพรรคเพื่อไทย นายสุทิน คลังแสง ส.ส.มหาสารคาม รองหัวหน้าพรรค และประธานคณะทำงานด้านการขจัดปัญหาความยากจนและความเหลื่อมล้ำ

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ ส.ส.พะเยา ประธาน ส.ส.พรรค และประธานคณะทำงานด้านวางระบบเกษตรกรรม นายเผ่าภูมิ โรจนสกุล รองเลขาธิการพรรค และคณะทำงานด้านยกเครื่องเศรษฐกิจ น.ส.ณหทัย ทิวไผ่งาม กรรมการบริหารพรรค และประธานคณะทำงานด้านการส่งเสริมศักยภาพการแข่งขันของประเทศและพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ และ น.ส.แพทองธาร ชินวัตร หัวหน้าครอบครัวเพื่อไทย และประธานคณะทำงานด้านการมีส่วนร่วมและนวัตกรรม วันอาทิตย์ที่ 9 ตุลาคม 2565 เวลา 10.30-11.30 น. ห้อง ThinkLab ชั้น 1 พรรคเพื่อไทย

นพ.ชลน่านกล่าวว่า การชนะเลือกตั้งแบบแลนด์สไลด์ จะเป็นกุญแจดอกเดียวที่จะช่วยพี่น้องประชาชนให้มีชีวิตใหม่ที่ดีขึ้นและลืมตาอ้าปากได้อีกครั้ง โดยพรรคเพื่อไทยได้เตรียม 3 เสาหลักสู่ชีวิตใหม่ของประชาชนพร้อมแล้วคือ 1.ผู้แทนราษฎรที่เข้าถึงพื้นที่ เข้าใจประชาชน 2.นโยบายที่ตอบโจทย์การแก้ปัญหาและทำได้จริงตามที่สัญญาไว้ และ 3.ผู้เสนอตัวเป็นนายกรัฐมนตรี ซึ่งเป็นบุคคลที่มีศักยภาพและความสามารถ

ประชาชนสามารถฝากความหวังและมอบความไว้วางใจนำพาประเทศพ้นวิกฤต ซึ่งวันนี้เพื่อไทยจัดงานขึ้น เพื่อเปิดตัวเสาหลักนโยบาย ชุดนโยบายชุดเศรษฐกิจ ภายใต้แนวคิด พรุ่งนี้เพื่อไทย เพื่อรายได้ใหม่ของประชาชน ส่วนนโยบายชุดอื่น ๆ จะมีการเปิดตัวในลำดับถัดไป รับรองไม่ให้ประชาชนผิดหวังอย่างแน่นอน

นพ.พรหมินทร์ ในฐานะประธานคณะกรรมการนโยบายพรรคกล่าวนำว่า ประเทศไทยอยู่ในวิกฤต ประชาชนเป็นทุกข์ เพราะรายได้น้อย เป็นหนี้ ไม่มีกำลังซื้อ ร้านค้าขายของไม่ได้ โรงงานผลิตไม่ได้ ไม่จ้างงาน รัฐก็เก็บภาษีไม่ได้ รัฐบาลประยุทธ์แก้หนี้ด้วยการสร้างหนี้ แต่เพื่อไทยคิดต่าง เราจะทำให้เศรษฐกิจดีด้วยรายได้ใหม่ เพื่อไทยจะแก้หนี้ด้วยการสร้างรายได้

และรายได้นั้นจะต้องเป็นรายได้ใหม่ที่เพิ่มขึ้นให้กับคนทุกกลุ่ม ประเทศ และประชาชนจะต้องถูกปลดปล่อยศักยภาพที่ซ่อนเร้นอยู่มากมาย เพื่อไทยวางทิศโดยมีเป้าเพื่อกอบกู้สถานการณ์ย่ำแย่ของประเทศไทย ขอให้เชื่อมั่นว่าเพื่อไทยทำได้จริง เพราะเราทำสำเร็จมาแล้วในอดีต ประชาชนไทยจะต้องอยู่ดีกินดีอีกครั้ง

นายวิสุทธิ์ ในฐานะประธานคณะทำงานด้านวางระบบเกษตรกรรม กล่าวนำเสนอนโยบาย ‘ผ่าตัดเกษตรกรรม’ รดน้ำที่ราก สร้างเงินจากดิน พลิกเปลี่ยนชีวิตเกษตรกรให้หายจนอย่างถาวร ว่าประเทศไทยติดหล่ม การเกษตรไทยตกหลุม เพราะเกาไม่ถูกที่คัน จึงทำให้เกษตรกรไทยอยู่ในวงเวียนวัฏจักรแบบเดิม ๆ คือเจ็บและจน ดังนั้น การเกษตรจะต้องเปลี่ยนวิธีคิดใหม่ด้วยหลักการ ตลาดนำ นวัตกรรมเสริม เพิ่มรายได้ คือผลิตสิ่งที่ตลาดต้องการ ใช้ความรู้และเทคโนโลยีสมัยใหม่เพื่อลดต้นทุน เพิ่มผลผลิต พร้อมหาโอกาสใหม่ ๆ เช่น

ใช้ความรู้สมัยใหม่เพิ่มผลผลิตจากพืชที่ปลูกอยู่แล้ว อาทิ ข้าว และยาง ผลิตพืชอาหารสัตว์ อาทิ ข้าวโพด ถั่วเหลือง เพื่อทดแทนการนำเข้า และขยายการส่งออก ด้วยโครงการโคขุนเงินล้าน สำหรับการบรรเทาทุกข์ระยะเร่งด่วน นโยบายพักหนี้เกษตรกร พร้อม ๆ กับการสร้างรายได้จะถูกนำกลับมาใช้อีกครั้ง อย่างไรก็ตาม เราจะไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง ด้วยโครงการบำนาญเกษตรกร

ซึ่งจะทำเพื่อดูแลเกษตรกรรุ่นบุกเบิก และดึงดูดเกษตรกรรุ่นใหม่ เปลี่ยนเงินให้เปล่าเป็นต้นทุนสร้างชีวิต ผลิตรายได้ให้เกษตรไทยอย่างยั่งยืน โดยมีหลักทำงานคือ ดินนำ น้ำดี มีต้นพันธุ์ ยืนยันราคา จัดหาแหล่งทุน สนับสนุนกรรมสิทธิ์ มีเป้าเปลี่ยนผืนแผ่นดินเดิมจากที่เคยสร้างรายได้ 10,000 บาท/ไร่/ปี เพิ่มเป็น 30,000 บาท/ไร่/ปี ประชาชนไทยทุกคน ทุกภาคส่วนได้ประโยชน์

นายเผ่าภูมิ ในฐานะคณะทำงานด้านยกเครื่องเศรษฐกิจ กล่าวนำเสนอนโยบาย ‘เขตธุรกิจใหม่’ (New Business Zone; NBZ) ว่าวันนี้ประเทศไทยถูกตีกรอบ สตาร์ตอัพไร้การสนับสนุน ในสายตานักลงทุนเราเป็นประเทศที่ตามหลังและถูกลืม 3 กับดักคือ กฎหมาย ในประเทศไทยควบคุมไม่ให้โต กีดกันไม่ให้แข่ง ทั้งกฎหมายที่ดิน กฎหมายการค้า รวมถึงกฎหมายด้านภาษี ทำลายโอกาสการทำธุรกิจ

กับดักที่ 2 แต้มต่อ ความพร้อมด้านแรงงาน โครงสร้างพื้นฐานที่ล้าหลัง สิทธิประโยชน์ภาครัฐที่เบาบางไม่ตรงจุด ตลาด 30 ล้านคน มักเทียบกับ 300 ล้านคนของอินโดนีเซียเสมอ และมักถูกเทียบกับเวียดนามในเรื่องสนธิสัญญาระหว่างประเทศ ซึ่งเราแพ้ทั้งสองเรื่อง จากแต้มต่อกลายเป็นแต้มตาม และตลาดเล็กและแคบ

อีอีซีและบีโอไอ เป็นการแต่งหน้าทาปาก แต่แก่นหลักของประเทศไม่ได้ถูกแก้ไข การกิโยตินกฎหมายช้า และทำไม่ได้จริง แต่พรรคเพื่อไทยเปลี่ยนโอกาส ใส่กุญแจ 3 ดอก ใส่ธุรกิจใหม่ เพื่อดึงเงินนอก ปลุกเงินใน เปลี่ยนเงินที่หลับใหล เป็นเงินที่สร้างเงิน ด้วยเขตธุรกิจใหม่ 4 แห่ง เชียงใหม่ กรุงเทพฯ ขอนแก่น และหาดใหญ่ โดยในเขตธุรกิจใหม่นี้ พรรคเพื่อไทยจะเดินหน้าสร้างกุญแจ 3 ดอกให้กับประเทศคือ

กุญแจดอกที่ 1 กฎหมายธุรกิจชุดใหม่ เพื่อปลดล็อกปัญหาการทำธุรกิจในทุกมิติ รวมถึงดึงการลงทุนจากต่างชาติเข้าแก้ปัญหาทั้งด้านใบอนุญาต แรงงาน นำเข้า ส่งออก และการธุรกรรมระหว่างประเทศ กุญแจดอกที่ 2 สิทธิประโยชน์ใหม่ ภาษีจากกำไร ภาษีเงินได้ ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง รวมถึงภาษีนำเข้า จะได้สิทธิประโยชน์ไม่แพ้ที่ใดในโลก จะเป็นสวรรค์ของนักลงทุน

กุญแจดอกที่ 3 ระบบนิเวศใหม่ เพื่อขยายตลาดและระบบนิเวศทางธุรกิจไม่ให้เล็กและแคบอย่างที่เป็นอยู่ โดยการสร้างสาธารณูปโภคและโครงสร้างพื้นฐานใหม่ ระบบการศึกษาและการผลิตคนใหม่ และระบบธนาคารใหม่ เป็นกองหลังเพื่อผลักกองหน้าซึ่งได้แก่ภาคเอกชนให้ขับเคลื่อนได้ โดยกุญแจทั้ง 3 ดอกจะถูกสร้างขึ้นในเขตธุรกิจใหม่ และรายได้ใหม่จะถูกสร้างให้กับประชาชน

ด้านนายสุทิน ในฐานะประธานคณะทำงานด้านการขจัดปัญหาความยากจนและความเหลื่อมล้ำ กล่าวนำเสนอนโยบาย ‘เงินโอน คนสร้างตัว’ (Earned Income Tax; EIT) ว่า พรรคเพื่อไทยต่อสู้กับ ‘ความจน’ เพื่อประชาชนมาอย่างยาวนาน และผลงานที่ผ่านมาพิสูจน์แล้วว่าได้ช่วยลดความยากจนลงได้อย่างต่อเนื่อง เพราะเราเริ่มคิดจากนโยบายที่ทำได้จริง โดย เงินโอน คนสร้างตัว จะทำให้ผู้มีรายได้น้อยเกินกว่าจะดำรงชีพ

จะได้รับเงินภาษีแทนการจ่ายเงินภาษี จนกระทั่งมีความมั่นคงและสร้างตัวได้ ส่วนการจัดสรรความช่วยเหลือทางการเงิน จะเน้นไปที่กลุ่มที่มีความจำเป็นมากที่สุด ซึ่งประเด็นสำคัญที่สุดของนโยบายนี้ คือการสร้างแรงจูงใจให้คนทำงานเข้ามาในระบบและมีโอกาสพัฒนาสร้างตัวเองไปด้วย

น.ส.ณหทัย ในฐานะประธานคณะทำงานด้านการส่งเสริมศักยภาพการแข่งขันของประเทศและพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ กล่าวนำเสนอนโยบาย เรียนรู้มีรายได้ เรียนรู้ง่าย ตลอดชีวิต (Lifelong Learning Lifelong Earning) ว่าเพื่อไทยจะสร้างแพลตฟอร์ม matching จับคู่สมรรถนะของคนเข้ากับงานที่ใช่ เพื่อช่วยให้มีงานทำเร็วที่สุด ตรงกับสมรรถนะของตนเองมากที่สุด และสร้างรายได้ที่ดีที่สุด

เป็นการกระจายอำนาจให้ประชาชนได้เข้าถึงการศึกษาอย่างเท่าเทียม โดยในแพลตฟอร์มนี้ผู้ใช้จะสามารถเข้าถึงองค์ความรู้ที่หลากหลายได้ตลอดเวลา สะสมเครดิตการเรียน และเทียบคุณวุฒิเพื่อไปต่อยอดการทำงานโดยไม่มีวันหมดอายุ และในภาพกว้าง นอกจากนี้ ข้อมูลจากแพลตฟอร์มนี้จะถูกนำมาใช้เพื่อเป็นยุทธศาสตร์ในการสร้าง Big Data พัฒนาทรัพยากรมนุษย์ เพื่อให้ประเทศไทยและคนไทยแข่งขันได้ในเวทีโลกอย่างไม่ด้อยกว่าชาติใด

ด้าน น.ส.แพทองธาร ในฐานะประธานคณะทำงานด้านการมีส่วนร่วมและนวัตกรรม กล่าวนำเสนอนโยบาย ‘1 ครอบครัว 1 ศักยภาพ ซอฟต์พาวเวอร์’ (One Family One Soft power; OFOS) ว่าคือการสร้างเงินจากสมองและสองมือ หากเพื่อไทยเป็นรัฐบาล เราจะทำสิ่งสำคัญ 3 อย่างคือ

1.พัฒนาศักยภาพคนไทยผ่านศูนย์บ่มเพาะที่อยู่ในชุมชน ทักษะต่าง ๆ เช่น อาหาร แฟชั่น กีฬา การเขียนโปรแกรม และความสามารถทาง E-sport จะถูกถ่ายทอดฟรี ไม่มีค่าใช้จ่าย พร้อมส่งเสริมผลักดันให้ความสามารถนั้นออกไปสู่เวทีใหญ่จนก้าวไปถึงระดับนานาชาติ

2.สร้างสภาพแวดล้อมที่ดีให้อุตสาหกรรมสร้างสรรค์ โดยแก้กฎหมายที่ปิดกั้นโอกาส สร้างพื้นที่สร้างสรรค์ให้มากพอ และเชื่อมภาคเอกชนเข้ากับภาคประชาชน หรือคือการเชื่อมผู้ผลิตเข้ากับแหล่งวัตถุดิบ จะทำให้แก้ปัญหาได้ตรงจุด

และ 3.ออกแบบนโยบายต่างประเทศ เน้นการส่งออกสินค้าและบริการทางวัฒนธรรม ใช้การทูตขยายอุตสาหกรรมซอฟต์พาวเวอร์ ด้วยการเปิดตลาดใหม่ ๆ เพราะศักยภาพของทุกคนสามารถสร้างเป็นรายได้อย่างไม่สิ้นสุด

น.ส.แพทองธารกล่าวปิดท้ายว่า ในสนามการเลือกตั้งครั้งนี้ นโยบายของพรรคเพื่อไทยจะดำเนินการด้วย ‘บันได 4 ขั้น เพื่อหมุดหมายชีวิตใหม่ของประชาชน คือ บันไดขั้นที่ 1.เพื่อศักยภาพใหม่ของประเทศและประชาชนไทย

บันไดขั้นที่ 2.เพื่อรายได้ใหม่ แก้หนี้สินด้วยการเพิ่มพูนรายได้ทวีคูณ ให้เศรษฐกิจประเทศไทย เป็นเศรษฐกิจใหม่ที่มีประชาชนเป็นศูนย์กลาง บันไดขั้นที่ 3.เพื่อสังคมใหม่ ความมั่นคงคือความปลอดภัยของทุกคนอย่างเท่าเทียม และบันไดขั้นที่ 4.เพื่อการเมืองใหม่ ที่หลักนิติรัฐ นิติธรรมเข้มแข็ง รัฐธรรมนูญต้องมีที่มาจากประชาชน วุฒิสภาต้องไม่มีอำนาจในการเลือกนายกรัฐมนตรี และรัฐของราชการต้องถูกเปลี่ยนเป็นรัฐของประชาชนอย่างแท้จริง

“เวลาของประยุทธ์หมดแล้ว ตอนนี้ถึงเวลานับถอยหลังสู่ความเข้มแข็งของประชาชน และความมั่นคงทางเศรษฐกิจภายใต้การนำของรัฐบาลเพื่อไทย เพื่อศักยภาพใหม่ เพื่อรายได้ใหม่ เพื่อสังคมใหม่ เพื่อการเมืองใหม่ คือบันได 4 ขั้นสู่แลนด์สไลด์พรุ่งนี้เพื่อไทย เพื่อชีวิตใหม่ของประชาชน น.ส.แพทองธารกล่าว

แท็กที่เกี่ยวข้อง

พรรคเพื่อไทย