เงินบาทอ่อนค่า หวั่นสหรัฐเศรษฐกิจถดถอย รอจับตา FED Beige Book คืนนี้
เงินบาทอ่อนค่า หวั่นสหรัฐเศรษฐกิจถดถอย รอจับตาดูรายงานสรุปภาวะเศรษฐกิจ หรือ Beige Book จากธนาคารกลางสหรัฐในคืนนี้ ขณะที่ปัจจัยในประเทศ ฟิทช์คาดเศรษฐกิจไทยยังคงฟื้นตัวต่อเนื่อง แม้ว่าภาวะเศรษฐกิจในต่างประเทศจะเผชิญกับภาวะการชะลอตัว
ฝ่ายค้าเงินตราต่างประเทศ ธนาคารกรุงเทพรายงานว่า สภาวะการเคลื่อนไหวตลาดปริวรรตเงินตราประจำวันพุธที่ 19 ตุลาคม 2565 ค่าเงินบาทเปิดตลาดเช้าวันนี้ (19/10) ที่ระดับ 38.03/05 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ แข็งค่าจากระดับปิดตลาดเมื่อวันอังคาร (18/10) ที่ระดับ 38.10/11 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ
แต่อย่างไรก็ดี ค่าเงินบาทปรับตัวอ่อนค่าในระหว่างวัน โดยสอดคล้องกับค่าเงินดอลลาร์สหรัฐที่ปรับตัวแข็งค่าขึ้นเมื่อคืนนี้ ภายหลังการเปิดเผยข้อมูลการผลิตที่แข็งแกร่งของสหรัฐ โดยตัวเลขการผลิตภาคอุตสาหกรรมโดยรวมของสหรัฐเพิ่มขึ้น 0.4% ในเดือน ก.ย. สูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ที่ระดับ 0.1% หลังจากลดลง 0.1% ในเดือน ส.ค.
สำหรับปัจจัยภายในประเทศ ในงานสัมมนาประจำปีของฟิทช์ เรทติ้งส์ (ประเทศไทย) ที่จัดขึ้นในวันอังคาร (18/10) นักวิเคราะห์ของฟิทช์คาดว่าเศรษฐกิจไทยน่าจะยังคงฟื้นตัวต่อเนื่อง แม้ว่าภาวะเศรษฐกิจในต่างประเทศจะเผชิญกับภาวะการชะลอตัว เนื่องจากประเทศไทยยังมีแนวป้องกันในส่วนของภาคการเงินต่างประเทศ (external finance) ที่ค่อนข้างแข็งแกร่ง รวมทั้งการฟื้นตัวของอุปสงค์ภายในประเทศและภาคอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว
อีกทั้งผลการดำเนินงานโดยรวมของภาคธนาคารและภาคธุรกิจอุตสาหกรรมน่าจะปรับตัวดีขึ้นต่อเนื่อง แต่อย่างไรก็ตามการเติบโตอาจจะถูกจำกัดโดยต้นทุนด้านพลังงานที่สูงขึ้น
อย่างไรก็ดีตลาดรอจับดูรายงานสรุปภาวะเศรษฐกิจ หรือ Beige Book จากธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ในคืนนี้ (19/10) โดย Beige Book เป็นรายงานซึ่งจะมีการเปิดเผยก่อนการประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) (FOMC) เป็นเวลา 2 สัปดาห์ เพื่อประเมินภาวะเศรษฐกิจจากเจ้าหน้าที่เฟดซึ่งประจำอยู่ใน 12 เขตเศรษฐกิจของสหรัฐ
นอกจากนี้ Beige Book ยังรวบรวมข้อมูลจากมุมมองของนักเศรษฐศาสตร์และนายธนาคารในภูมิภาค ดังนั้น Beige Book จึงสามารถสะท้อนภาวะเศรษฐกิจสหรัฐในวงกว้างได้ ในขณะที่นักลงทุนคาดการณ์ว่า ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) จะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบาย 0.75% ในการประชุมครั้งถัดไปที่จะมีขึ้นในวันที่ 1-2 พ.ย.และ 13-14 ธ.ค.นี้
ส่งผลให้เฟดปรับขึ้นดอกเบี้ย 0.75% ติดต่อกัน 5 ครั้ง หลังจากปรับขึ้น 0.75% ทั้งในเดือน มิ.ย., ก.ค. และ ก.ย. ทั้งนี้ระหว่างวันค่าเงินบาทเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบระหว่าง 37.97-38.21 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ และปิดตลาดที่ระดับ 38.20/22 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ
สำหรับความเคลื่อนไหวของค่าเงินยูโร เปิดตลาดเช้าวันนี้ (19/10) ที่ระดับ 0.9858/60 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร แข็งค่าเล็กน้อยจากระดับปิดตลาดเมื่อวันอังคาร (18/10) ที่ระดับ 0.9839/41 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร ทั้งนี้ระหว่างวันมีการเปิดเผยตัวเลขดัชนีราคาผู้บริโภคของยูโรโซน (Core CPI) ซึ่งเป็นมาตรวัดเงินเฟ้อจากการใช้จ่ายของผู้บริโภค ประจำเดือน ก.ย.ปรับขึ้นตามที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ที่ระดับ 4.8% เมื่อเทียบรายปี จากระดับ 4.3% ในเดือน ส.ค. ทั้งนี้ระหว่างวันค่าเงินยูโรเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบระหว่าง 0.9811-0.9858 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร และปิดตลาดที่ระดับ 0.9811/13 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร
สำหรับการเคลื่อนไหวของค่าเงินเยนเปิดตลาดเช้าวันนี้ (19/10) ที่ระดับ 149.20/22 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ แข็งค่าเล็กน้อยจากระดับปิดตลาดเมื่อวันอังคาร (18/10) ที่ระดับ 149.26/28 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ อย่างไรก็ดี ในระหว่างวันค่าเงินเยนเคลื่อนไหวในกรอบแคบบริเวณ 149 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งใกล้ระดับสำคัญทางจิตวิทยาที่ระดับ 150 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ ท่ามกลางการจับตาความเป็นไปได้ที่รัฐบาลอาจเข้าแทรกแซงตลาดครั้งใหม่ เพื่อพยุงค่าเงินเยนในระยะนี้ ทั้งนี้ระหว่างวันค่าเงินเยนเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบระหว่าง 149.11-149.48 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ และปิดตลาดที่ระดับ 149.45/47 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ
นักลงทุนจับตาตัวเลขยอดขายบ้านใหม่ของสหรัฐ และรายงานสรุปภาวะเศรษฐกิจ หรือ Beige Book จากธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ในคืนนี้ (19/10) สำหรับอัตราป้องกันความเสี่ยง (Swap Point) ภาคเช้า 1 เดือนในประเทศอยู่ที่ -6.25/-5.70 สตางค์/ดอลลาร์สหรัฐ และอัตราป้องกันความเสี่ยงภาคเช้า 1 เดือนต่างประเทศอยู่ที่ -6.00/-4.50 สตางค์/ดอลลาร์สหรัฐ