“บิ๊กตู่” หนุนแก้ปมคาบสมุทรเกาหลีอย่างสันติ ชมเปาะเผยแพร่วัฒนธรรมผ่านเพลง-หนัง
“บิ๊กตู่” ยันไทยหนุนแก้ปัญหาคาบสมุทรเกาหลีอย่างสันติวิธี ชมนโยบายการเผยแพร่วัฒนธรรมผ่านกระแส Korean wave ได้รับความนิยม
เมื่อเวลา 13.30 น. วันที่ 1 กุมภาพันธ์ ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.ท.วีรชน สุคนธปฏิภาค รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ให้การต้อนรับ นายซง ยอง-มู (H.E. Mr. Song Young – moo) รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมสาธารณรัฐเกาหลี ในโอกาสเยือนไทยอย่างเป็นทางการในฐานะแขกของกระทรวงกลาโหม โดยนายกฯ กล่าวในฐานะนายกรัฐมนตรี ในนามรัฐบาล และประชาชนชาวไทย การเดินทางมาไทยยินดีกับการเยือนอย่างเป็นทางการของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมครั้งนี้ ซึ่งเกิดขึ้นในช่วงเวลาครบรอบ 60 ปี การสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตระหว่างกัน และกล่าวชื่นชมความสัมพันธ์ทวิภาคีไทยและสาธารณรัฐเกาหลีซึ่งเป็นมิตรประเทศที่มีความสัมพันธ์กันมาอย่างยาวนาน ตั้งแต่สมัยสงครามคาบสมุทรเกาหลี ไทยและสาธารณรัฐเกาหลีเป็นมิตรประเทศที่ได้ร่วมรบเคียงบ่าเคียงไหล่กัน โดยกองพัน “พยัคฆ์น้อย” เป็นหน่วยทหารไทยที่ร่วมรบในครั้งนั้น ซึ่งนับเป็นเกียรติและความภาคภูมิใจที่ตนเคยเป็นผู้บังคับการกองพันนี้ พร้อมฝากความระลึกถึงประธานาธิบดีมุน แช-อิน ประธานาธิบดีสาธารณรัฐเกาหลี ซึ่งได้มีโอกาสพบและพูดคุยในช่วงการประชุมผู้นำเศรษฐกิจที่นครดานัง ประเทศเวียดนาม ประทับใจในอัธยาศัยของประธานาธิบดี และเชื่อว่าจะได้มีโอกาสได้พบพูดคุยกันในโอกาสต่อ ๆ ไป และขอเชิญประธานาธิบดีสาธารณรัฐเกาหลีเดินทางเยือนไทยอย่างเป็นทางการในโอกาสที่เหมาะสมด้วย
พล.ท.วีรชน กล่าวว่า ด้านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมสาธารณรัฐเกาหลีได้ขอบคุณประเทศไทย และคนไทยที่มีความกล้าหาญ และความเสียสละ เข้าร่วมรบในสงครามคาบสมุทรเกาหลีซึ่งคนสาธารณรัฐเกาหลีไม่เคยลืม ถ้าไม่มีความเสียสละจากไทยในวันนั้น ประเทศเกาหลีใต้ก็คงไม่สามารถเติบโต พัฒนา และมีความก้าวหน้าทางเศรษฐกิจจนทุกวันนี้ และได้กล่าวชื่นชมนายกรัฐมนตรีที่ดำรงตำแหน่งผู้นำที่มีบทบาทโดดเด่นในภูมิภาค ขณะที่นายกฯ ได้กล่าวชื่นชมอุตสาหกรรมป้องกันประเทศ ตลอดจนอาวุธยุทโธปกรณ์ของสาธารณรัฐเกาหลีที่มีความทันสมัยในภูมิภาค รวมทั้งการประกาศใช้นโยบาย “New Southern Policy” ของประธานาธิบดีมุน แช-อิน ซึ่งสอดคล้องกับนโยบาย Thailand 4.0 และโครงการระเบียงเขตเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก(อีอีซี) โดยนายกฯได้เชิญชวนให้นักลงทุนสาธารณรัฐเกาหลีเข้ามาร่วมลงทุนในประเทศไทยด้วย ด้านนายซง ยอง-มู ได้เห็นพ้องกับนายกรัฐมนตรีและจะไปบรรยายสรุปถึงการหารือครั้งนี้ให้ประธานาธิบดีสาธารณรัฐเกาหลีทราบต่อไป
พล.ท.วีรชน กล่าวว่า พล.อ.ประยุทธ์ ได้ชื่นชมการดำเนินนโยบายการเผยแพร่วัฒนธรรมเกาหลี ภาพยนตร์ ดนตรี นักร้อง นักแสดงชาวเกาหลีใต้ (กระแส Korean wave) ซึ่งได้รับความนิยมในประเทศไทยอย่างมาก และจำนวนนักท่องเที่ยวที่ไปมาหาสู่ระหว่างกันที่เพิ่มมากขึ้นอย่างต่อเนื่อง หวังว่าไทยและสาธารณรัฐเกาหลีจะร่วมกันรักษา และพัฒนาระดับความสัมพันธ์ด้านวัฒนธรรมและความสัมพันธ์ระดับประชาชนต่อไป ซึ่งนายซง ยอง-มู ตอบรับและเชื่อมั่นว่ามุมมองของคนเกาหลีต่อคนไทยเป็นไปด้วยดีมาก และมีชาวเกาหลีใต้เดินทางมาท่องเที่ยวในประเทศไทยจำนวนถึงเกือบ 1.8 ล้านคน ในรอบปีที่ผ่านมา
พล.ท.วีรชน กล่าวว่า ทั้งสองฝ่ายได้แลกเปลี่ยนมุมมองต่อสถานการณ์บนคาบสมุทรเกาหลี โดยนายกฯกล่าวว่าไทยไม่ประสงค์ให้เกิดการสู้รบ เพราะจะนำมาซึ่งความสูญเสีย เชื่อมั่นว่าสาธารณรัฐเกาหลีจะสามารถแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นโดยกระบวนการทางสันติวิธี และในช่วงเวลานี้ได้เห็นว่าแนวโน้มของสถานการณ์เป็นไปในทางที่ดีขึ้น ผ่านการกลับมาพบหารือกันระหว่างเกาหลีใต้และเกาหลีเหนือ ตลอดจนการที่เกาหลีเหนือตอบรับเข้าร่วมการแข่งขันกีฬาโอลิมปิกฤดูหนาว จึงเป็นสัญญาณที่ดี ยืนยันว่าไทยจะสนับสนุนการแก้ไขปัญหาผ่านสันติวิธี และไทยได้ปฏิบัติตามข้อมติของคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ (UNSC) ด้วยแล้ว ซึ่งนายซง ยอง-มูได้ขอบคุณสำหรับมุมมองและความห่วงใยของนายกฯต่อสถานการณ์ความไม่สงบบนคาบสมุทรเกาหลี และขอบคุณที่ไทยส่งนักกีฬาเข้าร่วมการแข่งขันกีฬาโอลิมปิกฤดูหนาวที่สาธารณรัฐเกาหลี และในโอกาสนี้ นายกฯได้ฝากความห่วงใยชาวไทยในเกาหลีใต้จำนวนกว่า 1 แสนคนด้วย
ที่มา : มติชนออนไลน์