คอลัมน์ : ชีพจรเศรษฐกิจโลก ผู้เขียน : นงนุช สิงหเดชะ
เป็นเรื่องขึ้นมาจนได้ สำหรับกฎหมายปรับลดเงินเฟ้อ หรือ Inflation Reduction Act (IRA) ของรัฐบาลสหรัฐ ภายใต้ประธานาธิบดี โจ ไบเดน แห่งพรรคเดโมแครต เนื่องจากถูกสหภาพยุโรปทักท้วงแสดงความกังวลมาว่า จะเป็นภัยคุกคามต่ออุตสาหกรรมของยุโรป และอาจเข้าข่ายละเมิดกฎการค้าระหว่างประเทศ
กฎหมายดังกล่าวผ่านรัฐสภาสหรัฐมาแล้ว และประธานาธิบดีได้ลงนามบังคับใช้เป็นกฎหมายเมื่อกลางเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา ครอบคลุมวงเงินลงทุนประมาณ 3.69 แสนล้านดอลลาร์ ซึ่งประกอบด้วยมาตรการต่อสู้ปัญหาโลกร้อน
ประชาชนสามารถซื้อยาตามใบสั่งแพทย์ได้ในราคาถูกลง และจัดเก็บภาษีนิติบุคคลอย่างน้อย 15% จากบริษัทที่มีรายได้เกิน 1,000 ล้านดอลลาร์ต่อปี
IRA ดัดแปลงมาจากร่างกฎหมายกระตุ้นเศรษฐกิจ Build Back Better ซึ่งเดโมแครตเคยนำเสนอในช่วงก่อนหน้านี้ และถือเป็นชัยชนะสำคัญของพรรคที่สามารถผลักดันกฎหมายนี้ออกมาได้ และหวังจะใช้เป็นนโยบายเรียกคะแนนนิยมช่วงเลือกตั้งกลางเทอม
อย่างไรก็ตาม แม้จะมีเป้าหมายเพื่อช่วยลดเงินเฟ้อ ลดภาระค่าครองชีพของชาวอเมริกัน รวมทั้งจะช่วยให้สหรัฐขาดดุลลดลง แต่ในอีกด้านหนึ่งรายละเอียดของมาตรการต่าง ๆ กลับไปกระทบต่อความสามารถการแข่งขันของชาติพันธมิตรอย่างสหภาพยุโรป จนกระทั่งคณะกรรมาธิการยุโรป ได้ออกมาส่งเสียงว่า “มีความกังวลอย่างมาก”
ล่าสุดเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา รัฐมนตรีคลังของยุโรป 27 ชาติ ได้ประชุมหารือกันและมีฉันทามติว่า กฎหมายดังกล่าวของสหรัฐเป็นภัยคุกคามต่ออุตสาหกรรมของสหภาพยุโรป พร้อมกับระบุว่า มีอย่างน้อย 9 ประเด็นที่อาจละเมิดกฎการค้าระหว่างประเทศ
โดยหนึ่งในประเด็นใหญ่ที่สุดในมุมมองของสหภาพยุโรปก็คือ การที่สหรัฐให้เครดิตภาษี (tax credit) แก่รถยนต์ไฟฟ้าที่ผลิตในอเมริกาเหนือ ซึ่งอาจกระทบต่อบริษัทผลิตรถยนต์ไฟฟ้าของยุโรปที่กำลังมุ่งเน้นการผลิตรถยนต์ไฟฟ้า เช่น โฟล์คสวาเกน
แหล่งข่าวจากเจ้าหน้าที่สหภาพยุโรปรายหนึ่งระบุว่า ในการหารือครั้งนี้บรรดารัฐมนตรีคลังของยุโรปทั้ง 27 ชาติ มีความเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันในการแสดงปฏิกิริยาต่อกฎหมายดังกล่าวของสหรัฐ โดยนายบรูโน เลอ แมร์ รัฐมนตรีคลังฝรั่งเศส แจ้งต่อที่ประชุมว่า
ตนไม่ได้ร้องขอให้ชาติสมาชิกตัดสินใจในทางลบอย่างแข็งกร้าวเพื่อต่อต้านสหรัฐที่เป็นมิตรของเรา แต่ต้องการให้เป็น “สัญญาณเตือน” สำหรับชาติสมาชิกที่ต้องการปกป้องผลประโยชน์ของภาคธุรกิจยุโรป
ในเวลาต่อมา รัฐมนตรีคลังฝรั่งเศสให้สัมภาษณ์กับซีเอ็นบีซีว่า ยุโรปจำเป็นต้องสร้างความชัดเจน เป็นอันหนึ่งอันเดียวกันอย่างแข็งแกร่งในการอธิบายกับสหรัฐตั้งแต่แรก ๆ ว่า มีกฎหมายลดเงินเฟ้อสร้างความเสี่ยงต่อความสามารถในการรักษาความเท่าเทียมด้านการแข่งขันระหว่างสหรัฐและยุโรป
“การเปิดโอกาสให้อย่างเท่าเทียมกัน เป็นหัวใจของความสัมพันธ์ทางการค้าระหว่างสองทวีป เราไม่อยากเห็นการกระทำหรือการตัดสินใจใด ๆ ที่อาจจะเป็นอันตรายต่อโอกาสที่เท่าเทียมกันนี้” เขากล่าว
อย่างไรก็ตาม มีการตั้งทีมงานของยุโรปและอเมริกาขึ้นมาหารือเกี่ยวกับความกังวลของยุโรป โดยคณะทำงานชุดนี้ได้เริ่มประชุมกันเมื่อสัปดาห์ก่อน และมีกำหนดจะประชุมทุกสัปดาห์เพื่อแก้ความกังวลของยุโรป
เฟรดิก เอริกสัน ผู้อำนวยการศูนย์เศรษฐกิจการเมืองระหว่างประเทศของยุโรป ชี้ว่า ยุโรปมีเหตุผลอันชอบธรรมที่จะกังวลต่อการเลือกปฏิบัติทั้งทางตรงและทางอ้อมที่อยู่ในกฎหมายนี้ของสหรัฐ นโยบายหลายอย่างใน IRA ที่ให้ความสำคัญกับ “อเมริกาต้องมาก่อน” จะส่งผลกระทบต่อความสามารถการแข่งขันและบริษัทต่าง ๆ ของยุโรป โดยเฉพาะในเซ็กเตอร์ที่ยุโรปแข่งขันได้ ซึ่งก็คือรถยนต์ไฟฟ้าและเทคโนโลยีสะอาด
“อียูอาจนำเรื่องเข้าสู่การพิจารณาขององค์การการค้าโลก เพื่อแก้ปัญหานี้ เพราะว่าเป็นเรื่องผลประโยชน์ในระดับกว้างเกินกว่าจะแก้ด้วยการเจรจาแบบทวิภาคี”
ในส่วนของฝรั่งเศส มีท่าทีสนับสนุนนโยบายเป็นอิสระจากทั้งจีนและสหรัฐ โดยเมื่อเดือนที่แล้ว ประธานาธิบดีฝรั่งเศสให้สัมภาษณ์กับสื่อทีวีฝรั่งเศสว่า สหภาพยุโรปควรมีกฎหมาย “ซื้อสินค้ายุโรป” แบบอเมริกาบ้าง เพื่อปกป้องบริษัทรถยนต์ยุโรป “เราจำเป็นต้องให้เงินอุดหนุนเพื่อช่วยผู้ผลิตของยุโรปบ้าง เพราะตอนนี้จีนและอเมริกาก็กำลังปกป้องอุตสาหกรรมของตัวเอง มีเพียงยุโรปที่เปิดบ้านให้คนอื่น”