ค่าเงินบาทปรับตัวแข็งค่า ก่อนประกาศตัวเลขการจ้างงาน
ฝ่ายค้าเงินตราต่างประเทศ ธนาคารกรุงเทพ รายงานว่า ภาวะการเคลื่อนไหวของค่าเงินระหว่างสัปดาห์ ค่าเงินดอลลาร์เปิดตลาดเช้าวันจันทร์ (29/1) ที่ระดับ 31.36/38 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ ใกล้เคียงกับระดับปิดตลาดเมื่อวันศุกร์ (26/1) ที่ 31.35/37 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ โดยเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา (26/1) กระทรวงพาณิชย์ของสหรัฐ เปิดเผยตัวเลขประมาณการครั้งที่ 1 สำหรับการขยายตัวของผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) ประจำไตรมมาส 4 ปี 2560 ที่ระดับ 2.6% โดยต่ำกว่าระดับที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ว่าเศรษฐกิจจะขยายตัว 3% และต่ำกว่าระดับ 3.2% ในไตรมาส 3 อย่างไรก็ดี นักวิเคราะห์คาดการณ์ว่า เศรษฐกิจสหรัฐจะขยายตัว 3% ในปีนี้ ตามเป้าหมายของรัฐบาล จากปัจจัยบวกของดอลลาร์ที่อ่อนค่า และเศรษฐกิจโลกที่แข็งแกร่ง รวมทั้งแรงกระตุ้นจากมาตรการปฏิรูปภาษีของรัฐบาล นอกจากนี้ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ได้กล่าวสุนทรพจน์ในการประชุมเวิลด์ อีโคโนมิก ฟอรั่ม (WEF) ที่เมืองดาวอส ประเทศสวิตเซอร์แลนด์เมื่อวันศุกร์ โดยได้กล่าวว่า เศรษฐกิจสหรัฐมีการขยายตัวอย่างแข็งแกร่ง ซึ่งได้ช่วยสนับสนุนการขยายตัวของเศรษฐกิจโลก และมาตรการปฏิรูปภาษีของเขาได้ทำให้บริษัทสหรัฐกลับมาลงทุนในประเทศ และเขายังได้กล่าวเชิญชวนประเทศต่าง ๆ เข้าลงทุนในสหรัฐ นอกจากนี้ ปธน.ทรัมป์ยังได้กล่าวปกป้องนโยบาย “อเมริกาต้องมาก่อน” โดยกล่าวว่า คำว่า “อเมริกาต้องมาก่อน” ไม่ได้หมายความว่าสหรัฐคำนึงถึงผลประโยชน์อเมริกาเท่านั้น เพราะว่าเมื่อเศรษฐกิจของสหรัฐขยายตัว เศรษฐกิจโลกก็ขยายตัวเช่นกัน นอกจากนี้ในการประชุม นโยบายการเงินตามที่ตลาดการเงินคาดการณ์ไว้ โดยธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ได้ออกแถลงการณ์ภายหลังการประชุมคณะกรรมการกำหนดนโยบายการเงิน (FOMC) ว่า ข้อมูลที่ได้รับนับตั้งแต่ที่คณะกรรมการ FOMC ประชุมกันในเดือนธันวาคมบ่งชี้ว่า ตลาดแรงงานยังคงมีความแข็งแกร่ง และกิจกรรมทางเศรษฐกิจปรับตัวขึ้นในระดับที่แข็งแกร่งเช่นกัน ส่วนการขยายตัวของการจ้างงาน การใช้จ่ายภาคครัวเรือน และการลงทุนในสินทรัพย์ถาวรของภาคธุรกิจนั้น มีความแข็งแกร่ง และอัตราว่างงานยังคงอยู่ในระดับต่ำ ส่วนตัวเลขเงินเฟ้อรายปีทั้งอัตราเงินเฟ้อทั่วไป และอัตราเงินเฟ้อพื้นฐานที่ไม่นับรวมราคาในหมวดอาหารและพลังงาน ยังคงเคลื่อนไหวต่ำกว่าระดับ 2% โดยข้อมูลที่ได้จากการสำรวจการคาดการณ์เงินเฟ้อระยะยาวบ่งชี้ว่า มีการเปลี่ยนแปลงเพียงเล็กน้อย คณะกรรมการ FOMC มุ่งเน้นที่จะสนับสนุนการจ้างงานให้เติบโตอย่างเต็มที่และหนุนราคาให้มีเสถียรภาพ คณะกรรมการคาดว่า ด้วยการปรับเปลี่ยนนโยบายการเงินอย่างค่อยเป็นค่อยไปนั้น กิจกรรมทางเศรษฐกิจจะขยายตัวปานกลาง และภาวะในตลาดแรงงานจะยังคงมีความแข็งแกร่ง ส่วนอัตราเงินเฟ้อเมื่อเทียบรายปีนั้น คาดว่าจะปรับตัวขึ้นในปีนี้ และมีเสถียรภาพที่ระดับ 2% ซึ่งเป็นเป้าหมายในระยะกลางของคณะกรรมการ FOMC ขณะที่แนวโน้มความเสี่ยงในระยะใกล้ของเศรษฐกิจยังคงมีความสมดุล แต่ทางคณะกรรมการยังคงจับตาสัญญาณบ่งชี้เงินเฟ้ออย่างใกล้ชิด โดยเฟดได้มีการส่งสัญญาณในการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในเดือนมีนาคม นอกจากนี้คณะกรรมการ FOMC ยังมีมติเป็นเอกฉันท์เห็นชอบการแต่งตั้งให้นายเจอโรม พาวเวล ขึ้นมาดำรงตำแหน่งประธานเฟดคนใหม่ ต่อจากนางเจเน็ต เยลเลน ซึ่งจะสิ้นสุดวาระการดำรงตำแหน่งในวันที่ 3 กุมภาพันธ์ หลังจากเป็นประธานเฟดนับตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ปี 2014 ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ตัดสินใจตเลือกนายพาวเวลเป็นประธานเฟดคนใหม่ แทนที่จะให้นางเยลเลนดำรงตำแหน่งประธานเฟดเป็นสมัยที่ 2 ส่งผลให้นางเยลเลนเป็นประธานเฟดที่ดำรงตำแหน่งสั้นที่สุดนับตั้งแต่ช่วงปลายทศวรรษ 1970 โดยระหว่างสัปดาห์ ค่าเงินบาทเคลื่อนไหวในกรอบ 31.30-31.49 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ และปิดตลาดวันศุกร์ (2/2) ที่ระดับ 31.38/40 บาท/ดอลลาร์
สำหรับการเคลื่อนไหวสกุลเงินยูโรในสัปดาห์นี้ ค่าเงินยูโรเปิดตลาดที่ระดับ 1.2395/98 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร ปรับตัวอ่อนค่าลงจากระดับปิดตลาดเมื่อวันศุกร์ (26/1) ที่ระดับ 1.2449/52 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร หลังจากธนาคารกลางยุโรป (European Central Bank : ECB) ระบุว่า เศรษฐกิจยูโรโซนขยายตัวเป็นวงกว้าง และอัตราเงินเฟ้อของยูโรโซนก็เคลื่อนตัวเข้าใกล้เป้าหมายที่ระดับ 2% ซึ่งถ้อยแถลงดังกล่าวส่งผลให้นักลงทุนมองว่า ECB จะยังคงมีแผนยุติการใช้นโยบายการเงินที่ผ่อนคลาย แม้ว่า ECB ได้ประกาศคงนโยบายการเงินในการประชุมที่ในรอบที่ผ่านมา แต่อย่างไรก็ตามค่าเงินยูโรดีทยอยปรับตัวแข็งค่าขึ้นในระหว่างสัปดาห์ รัฐบาลเยอรมนีได้มีการปรับเพิ่มตัวเลขคาดการณ์อัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจของเยอรมนีประจำปี 2561 สู่ระดับร้อยละ 2.4 จากเดิมที่เคยคาดไว้ที่ร้อยละ 1.9 โดยรัฐบาลเยอรมนีปรับทบทวนตัวเลขเพิ่มขึ้น หลังจากมีการเปิดเผยตัวเลขเศรษฐกิจที่ดีหลายตัวในช่วงที่ผ่านมา โดยตัวเลขดังกล่าวแสดงให้เห็นว่าเศรษฐกิจเยอรมนียังคงเติบโตอย่างแข็งแกร่ง ถึงแม้ว่าเยอรมนีเองยังคงได้รับแรงกดดันจากสถานการณ์ทางการเมืองที่ไม่แน่นอนในขณะนี้พรรคอนุรักษ์นิยมของนายกรัฐมนตรีแองเจรา เมอร์เคล กำลังเผชิญกับความยากลำบากในการทำข้อตกลงจัดตั้งรัฐบาลผสมชุดใหม่กับพรรคโซเชียล เดโมแครต ในขณะเดียวกัน 1 รายงานประจำปีของรัฐบาลเยอรมนีได้ปรับเพิ่มการคาดการณ์การขยายตัวของเศรษฐกิจเยอรมนีปี 2561 ว่า จะขยายตัว 2.4% ซึ่งเพิ่มขึ้นจากระดับ 1.9% ที่คาดการณ์ไว้ในปีก่อนหน้า เศรษฐกิจเยอรมนีทำผลงานได้ดีกว่าที่รัฐบาลคาดหวัง เห็นได้จากผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) ซึ่งขยายตัว 2.2% ส่งผลให้ในสัปดาห์ที่ผ่านมาค่าเงินยูโรเคลื่อนไหวในกรอบระหว่าง 1.2341-1.2520 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร และปิดตลาดที่ระดับ 1.2487/89 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร
สำหรับการเคลื่อนไหวของค่าเงินเยนสัปดาห์นี้ ค่าเงินเยนเปิดตลาดในวันจันทร์ (29/1) ที่ระดับ 108.86/87 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ ปรับตัวแข็งค่าขึ้นจากระดับปิดตลาดเมื่อวันศุกร์ (26/1) ที่ระดับ 109.13/16 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ โดยเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา (26/1) นายฮารุฮิโกะ คุโรดะ ผู้ว่าการธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ) ขึ้นกล่าวสุนทรพจน์ในการประชุมเวิลด์ อิโคโนมิก ฟอรั่ม (WEF) ที่เมืองดาวอส ประเทศสวิสเซอร์แลนด์ ว่า แม้มีหลายปัจจัยที่ทำให้การบรรลุเป้าหมายเงินเฟ้อที่ระดับ 2% เป็นไปอย่างยากลำบาก แต่เขาเชื่อว่า BOJ ใกล้จะบรรลุเป้าหมายดังกล่าว เนื่องจากค่าแรงและราคาผู้บริโภคของญี่ปุ่นเริ่มปรับตัวขึ้นอย่างค่อยเป็นค่อยไป ในการกล่าวสุนทรพจน์ ครั้งนี้ นายคุโรดะไม่ได้ปรับทบทวนแนวโน้มอัตราเงินเฟ้อของญี่ปุ่น พร้อมกับแสดงความเชื่อมั่นว่า ท้ายที่สุดแล้ว BOJ จะสามารถบรรลุเป้าหมายเงินเฟ้อ และยังกล่าวด้วยว่า BOJ จะเดินหน้าสนับสนุนการเติบโตทางเศรษฐกิจ และราคา ด้วยการใช้นโยบายการเงินที่ผ่อนคลายต่อไป นอกจากนี้กระทรวงเศรษฐกิจการค้า และอุตสาหกรรม ญี่ปุ่นเปิดเผยในรายงานเบื้องต้นว่า การผลิตภาคอุตสาหกรรมประจำเดือนธันวาคม ปรับตัวเพิ่มขึ้น 2.7% จากเดือนก่อนหน้า โดยได้ปัจจัยหนุนจากความแข็งแกร่งของการผลิตอุปกรณ์ด้านการขนส่ง ทั้งนี้ กระทรวงฯได้คงระดับการประเมินการผลิตภาคอุตสาหกรรม โดยระบุว่า การผลิตภาคอุตสาหกรรมเริ่มส่งสัญญาณดีขึ้น ส่วนแนวโน้มการผลิตภาคอุตสาหกรรมในอีกสองเดือนข้างหน้านั้น ผลสำรวจบ่งชี้ว่า กลุ่มผู้ผลิตของญี่ปุ่นคาดการณ์ว่า การผลิตภาคอุตสาหกรรมจะปรับตัวลดลง 4.3% ในเดือนมกราคม ก่อนที่จะปรับตัวเพิ่มขึ้น 5.7% ในเดือนกุมภาพันธ์ ซึ่งตลอดสัปดาห์ค่าเงินเยนเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบระหว่าง 108.48-109.88 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ และปิดตลาดที่ระดับ 109.87/88 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ
ติดตามข่าวสาร ผ่านแฟนเพจเฟซบุ๊ค ประชาชาติธุรกิจออนไลน์
www.facebook.com/PrachachatOnline
ทวิตเตอร์ @prachachat
สามารถดาวน์โหลด ประชาชาติธุรกิจ ฉบับ e-Newspaper
หรือ e-Book ได้ที่แอปพลิเคชั่น Ookbee เลือก “ประชาชาติ”
