Skip to content

JASPAL สู่ปีที่ 50 แบรนด์แฟชั่นที่ไม่ตกยุค

21 พ.ย. 2565 | 11:50น.
JASPAL สู่ปีที่ 50 แบรนด์แฟชั่นที่ไม่ตกยุค
ผู้เขียน : ปนัดดา ฤทธิมัต

เนื่องในโอกาสที่ JASPAL หรือ ยัสปาล แบรนด์แฟชั่นสัญชาติไทยโลดแล่นอยู่ในวงการแฟชั่นมาเป็นเวลากว่า 50 ปี แบรนด์จึงฉลองการเติบโตด้วยการเปิดตัวคอลเล็กชั่น ภายใต้คอนเซ็ปต์ “Time File” วิลาสินี สิงห์สัจจเทศ ผู้อำนวยการแบรนด์ JASPAL และ Misty Mynx บริษัท ยัสปาล จำกัด ได้กล่าวถึงที่มาของแนวคิดดังกล่าว

กว่าจะมาเป็น JASPAL

แรกเริ่มเดิมที ยัสปาล ซิงห์ ซึ่งเป็นคุณปู่ ทำธุรกิจนำเข้าผลิตภัณฑ์ผ้าลินินและเครื่องนอนคุณภาพสูงมาจำหน่ายในประเทศไทยที่ย่านพาหุรัด ต่อมาคุณพ่อได้ก่อตั้งร้านจำหน่ายสินค้าแฟชั่นแบรนด์ JASPAL ขึ้นเป็นครั้งแรกที่ศูนย์การค้าสยามเซ็นเตอร์ในปี 2515 ซึ่งยัสปาลเป็นผู้ออกแบบและจัดจำหน่ายแบรนด์เสื้อผ้า กระเป๋า รองเท้า แอ็กเซสซอรี่ และสินค้าแฟชั่นไลฟ์สไตล์ต่าง ๆ กระทั่งปี 2530 ได้ก่อตั้ง บริษัท ยัสปาล จำกัด

โดยในช่วงแรก JASPAL ได้สร้างปรากกฏการณ์สำคัญในวงการแฟชั่นไทย ด้วยการร่วมงานกับซูเปอร์โมเดลระดับโลก ได้แก่ Cindy Crawford (ซินดี ครอว์ฟอร์ด), Claudia Schiffer (คลาวเดีย ชิฟเฟอร์) และ Gisele Bundchen (จีเซล บุนด์เชน) รวมถึงเซเลบริตี้ระดับโลกมากมาย ได้แก่ Kate Moss (เคต มอส), Milla Jovovich (มิลลา โยโววิช) และ Alexa Chung (อเล็กซา ชุง)

DNA แฟชั่นที่ฝังลึกของทายาทเจน 3

วิลาสินีเล่าถึงความชอบส่วนตัวด้านแฟชั่นกับการเข้ามาสานต่อธุรกิจของครอบครัวว่า เธอนั้นช่วยงานที่บ้านมาตั้งแต่เด็ก เปิดและปิดร้านเอง เรียกว่าใช้ชีวิตอยู่ในร้านเสื้อผ้าของที่บ้านเลยก็ว่าได้

“หลังเลิกเรียนก็มาหาคุณแม่ที่ร้าน นั่งทำการบ้านในห้องสต๊อก เสร็จแล้วก็ช่วยขายของ บางครั้งก็ทำหน้าที่แคชเชียร์ จากการที่ได้คลุกคลีอยู่กับธุรกิจของที่บ้านตั้งแต่เด็ก จึงเกิดเป็นความชอบ ทำให้ตัดสินใจศึกษาในระดับปริญญาตรี สาขาบริหารธุรกิจ เอกการตลาด วิทยาลัยนานาชาติ มหาวิทยาลัยมหิดล และปริญญาโท ด้าน Fashion marketing จาก London Collage of Fashion เพราะมีความคิดมาโดยตลอดว่าจะต้องเข้ามาสานต่อธุรกิจของครอบครัว”

นอกจากนี้ยังเป็นคนที่รักในการแต่งตัวมาตั้งแต่เด็ก มีสไตล์เป็นของตัวเอง คือมิกซ์แอนด์แมตช์ในลุกเปรี้ยว เท่ และไม่ค่อยหวานเท่าไหร่นัก ทำให้วิลาสินีทำธุรกิจด้วยใจรักและมีความสุข

ยัสปาล

คอลเล็กชั่นครบ 50 ปี สะท้อนอดีต-ปัจจุบัน-อนาคตแบรนด์

ในโอกาสครบรอบ 50 ปีของยัสปาล นอกจากเป็นการ celebrate ความสำเร็จที่มีมา ยังเป็นจังหวะที่ดีสำหรับการมองไปข้างหน้าด้วย คอลเล็กชั่นนี้ได้ดีไซน์อักษร J ที่เป็นตัวอักษรย่อของชื่อแบรนด์มาวางซ้อนกัน 3 มิติ สะท้อนถึงอดีต ปัจจุบัน และการก้าวสู่อนาคตของแบรนด์ยัสปาล

โดยนำมาเป็นลวดลายหลักของเสื้อผ้าคอลเล็กชั่นนี้ ซึ่งเมื่อนำมาเรียงต่อกันเป็นทางยาวจะมีลักษณะคล้ายโซ่ เปรียบเสมือนการเดินทางของแบรนด์ยัสปาล ในซีลูเอตของเดรส สูท เสื้อครอป กางเกงขาสั้น กางเกงวอร์ม แจ็กเกต จั๊มสูท ฯลฯ

รวมถึงไอเทมยีนส์พิมพ์ลายโมโนแกรมให้เลือกมิกซ์แอนด์แมตช์กับแอ็กเซสซอรี่มากมาย อาทิ หมวก กระเป๋า รองเท้า รวมถึงเครื่องประดับสำหรับสัตว์เลี้ยง ตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์ของสุภาพสตรีและสุภาพบุรุษ ทั้งแนวแฟชั่นสตรีตแวร์ สมาร์ทแคชชวล และบิสซิเนสลุก

โดยได้ถ่ายภาพแคมเปญโฆษณาที่ Trans World Airlines Flight Center ของสนามบินนานาชาติ จอห์น เอฟ. เคนเนดี้ ที่โดดเด่นด้วยงานสถาปัตยกรรมยุค 70 สไตล์ออร์แกนิก โมเดิร์น รูปทรงเรขาคณิต อันเป็นสัญลักษณ์ของมหานครนิวยอร์ก

สะท้อนถึงการเปลี่ยนผ่านของเวลาที่ผ่านไปอย่างรวดเร็ว เช่นเดียวกับการเดินทางของแบรนด์ที่ไม่เคยหยุดนิ่งตลอด 50 ปี ซึ่งได้ช่างภาพแฟชั่นชื่อดัง อเล็กซานเดอร์ ซาลาดิเกรส มาเป็นผู้ถ่ายทอดมุมมองในคอนเซ็ปต์ Time Flies

ยัสปาล

รุกตลาดต่างประเทศปี’66

ตลอด 50 ปีที่ผ่านมา ยัสปาลไม่เคยหยุดนิ่ง มีการรีเฟรชแบรนด์ตลอดเวลา ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการตลาด คอลเล็กชั่น หรือการ collaboration และไม่เคยลืมเรื่องคุณภาพและเซอร์วิส ปัจจุบันมีสาขาในประเทศไทยถึง 50 สาขา และเตรียมรุกต่างประเทศในปี 2566 โดยเปิดสาขาที่กัมพูชาเป็นประเทศแรก

“เราได้ทดลองตลาด เรามีลูกค้าและเซเลบริตี้ที่มาจากกัมพูชาติดตามและซื้อสินค้าของเรา ซึ่งเขาก็ค่อนข้างชอบแบรนด์ยัสปาล และเนื่องจากกัมพูชาเป็นประเทศเพื่อนบ้านที่มีหลายอย่างคล้ายคลึงกันจึงคิดว่าจะสามารถตอบโจทย์ได้ ส่วนหมุดหมายต่อไปจะเป็นที่ไหนนั้น คงต้องดูสถานการณ์ตลาด แต่จะขยายไปในอาเซียนก่อน”

โควิดสอนให้ปรับตัว

สำหรับผลกระทบจากสถานการณ์โควิด-19 เนื่องจากยัสปาลตั้งอยู่ในห้างสรรพสินค้า ในช่วงนั้นรัฐบาลมีมาตรการควบคุมโรคโดยการปิดห้างสรรพสินค้า จึงปรับตัวด้วยการขายสินค้าผ่านช่องทางออนไลน์ จากที่ไม่เคยไลฟ์สดก็ต้องทำ ถือว่าวิกฤตนี้ทำให้เราได้ทำอะไรใหม่ ๆ ซึ่งเราต้องกระตือรือร้นและปรับตัวให้เข้ากับยุคสมัย

“โควิดสอนอะไรเราหลายอย่าง เช่น เราไม่เคยคิดมาก่อนว่าการ work from home จะเป็นไปได้ หรือถ้าหน้าร้านถูกปิดก็ยังสามารถติดต่อกับลูกค้าได้ มีโซเชียลมีเดียเข้ามาช่วย มีความยืดหยุ่นมากขึ้น โควิดสอนให้เราปรับตัวในหลายด้าน”

นอกจากวิกฤตโควิดแล้ว การแข่งขันในตลาดก็เป็นเรื่องที่ยากลำบากพอสมควร เนื่องจากปัจจุบันมีแบรนด์แฟชั่นเกิดขึ้นจำนวนมาก เราจึงต้องพูดคุยกับทีมงาน ว่าจะแข่งขันอย่างไร ทำอย่างไรให้เรายังเป็น reading perception ต่อไป จะพัฒนาตัวเองอย่างไร จะทำคอลเล็กชั่นต่อไปอย่างไรให้ดียิ่งขึ้นกว่าเดิม ตอบโจทย์ลูกค้ามากขึ้น และทันเทรนด์แฟชั่นที่เปลี่ยนไปอย่างรวดเร็วอยู่ตลอดเวลา

คว้าลิขสิทธิ์ออกแบบร่วมกับทางฟีฟ่า

ล่าสุด ยัสปาลคว้าลิขสิทธิ์ Official Licensed Products เป็นแบรนด์แฟชั่นเพียงหนึ่งเดียวในไทย ออกแบบร่วมกับทางฟีฟ่า กับสินค้าที่ได้รับลิขสิทธิ์อย่างเป็นทางการ “FIFA WORLD CUP QATAR 2022” ซึ่งเหตุผลที่ร่วมงานกับฟีฟ่า

เนื่องจากการแข่งขันฟุตบอลโลกกำลังจะมาถึง แล้วไลฟ์สไตล์คนไทยชอบดูฟุตบอล จึงเป็นโอกาสดีที่ได้ทำคอลเล็กชั่นนี้ เพราะเชื่อว่าทุกคนคงอยากใส่เสื้อทีมที่ตัวเองเชียร์ นอกจากนี้คอลเล็กชั่นดังกล่าวไม่เพียงสวมใส่เฉพาะช่วงที่มีการแข่งขันฟุตบอลโลกเท่านั้น แต่ยังสามารถสวมใส่ในชีวิตประจำได้

“การดีลกับฟีฟ่านั้นยากมาก ต้องมีการ communicate กันอย่างละเอียด ว่าอะไรทำได้ อะไรทำไม่ได้ อย่างสัญลักษณ์ธงชาติเป็นเรื่องละเอียดอ่อน จะปรับเปลี่ยนอะไรก็ต้องคุยกันเยอะ เราใช้เวลาดีลตั้งแต่ติดต่อ วางแผนคอลเล็กชั่น ตรวจสอบ ผลิต จนออกมาเป็นคอลเล็กชั่นประมาณ 1 ปี”

ยัสปาลสนับสนุนความยั่งยืน

สำหรับเรื่อง ESG แม้ยัสปาลจะไม่ได้ติดป้ายระบุชัดเจนเกี่ยวกับเรื่องนี้ แต่ยัสปาลใส่ใจเรื่องของความยั่งยืนอยู่แล้ว ทั้งการใช้ผ้าออร์แกนิก การบริหารสต๊อกเพื่อไม่ให้เหลือเวสต์เยอะ การใช้วิธีการตัดเย็บที่ใช้ผ้าได้โดยไม่ต้องเวสต์เยอะ

นอกจากนี้การที่ยัสปาลออกแบบเสื้อผ้าให้สามารถสวมใส่ได้ตลอด ใส่ได้ทุกโอกาส และมีคุณภาพดี คงทน สามารถสวมใส่ได้นาน ก็ถือว่าเป็นอีกหนึ่งเรื่องของความยั่งยืน

แท็กที่เกี่ยวข้อง

JASPAL ยัสปาล