เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
MK เปิดโมเดล Buffet Subscription เริ่ม 1490 บาท/เดือน
Uncategorized MK เปิดโมเดล Buffet Subscription เริ่ม 1490 บาท/เดือน
กบน. ใช้เงิน 3,892 ล้าน ตรึงราคาน้ำมัน ดึงส่วนลดโรงกลั่นพยุงดีเซล-เบนซิน ลดแรงกระแทกปั๊ม
Economic กบน. ใช้เงิน 3,892 ล้าน ตรึงราคาน้ำมัน ดึงส่วนลดโรงกลั่นพยุงดีเซล-เบนซิน ลดแรงกระแทกปั๊ม
No Peaceful Way Out ตลาดทุนไร้เชื้อเพลิง ท่ามกลางความหวังสงบศึกที่เลือนราง
Columns No Peaceful Way Out ตลาดทุนไร้เชื้อเพลิง ท่ามกลางความหวังสงบศึกที่เลือนราง
สหรัฐเรียกเก็บภาษี 60 ประเทศ อ้างแรงงานบังคับ ไทยเจอ 12.5%
World สหรัฐเรียกเก็บภาษี 60 ประเทศ อ้างแรงงานบังคับ ไทยเจอ 12.5%
กกพ. แจงปมสรรหากรรมการล่าช้า-อาคารใหม่สะดุด ย้ำไม่ใช่ต้นเหตุ ชี้ติดขั้นตอนรัฐ-คดีผู้รับเหมา
Economic กกพ. แจงปมสรรหากรรมการล่าช้า-อาคารใหม่สะดุด ย้ำไม่ใช่ต้นเหตุ ชี้ติดขั้นตอนรัฐ-คดีผู้รับเหมา
‘ภราดร’ ลุยสางทุจริตภาครัฐ หลังนั่งประธานคณะอนุฯ คตท.
Politics ‘ภราดร’ ลุยสางทุจริตภาครัฐ หลังนั่งประธานคณะอนุฯ คตท.
รัฐบาลยัน ‘บัตรคนจน’ คงสิทธิถึงสิ้น ก.ย. เผยคลังจ่อไล่เช็กบิลผู้สวมสิทธิ-บัญชีม้า
Politics รัฐบาลยัน ‘บัตรคนจน’ คงสิทธิถึงสิ้น ก.ย. เผยคลังจ่อไล่เช็กบิลผู้สวมสิทธิ-บัญชีม้า
K PLUS อัปเกรดฟีเจอร์ซื้อ-ขายทองคำ 4 ร้านทองชั้นนำ ด้วยสกุลเงิน USD
Finance K PLUS อัปเกรดฟีเจอร์ซื้อ-ขายทองคำ 4 ร้านทองชั้นนำ ด้วยสกุลเงิน USD
บลจ.กรุงศรี มีมุมมองเชิงบวกต่อหุ้นไทย แนะจัดพอร์ตลงทุนครึ่งปีหลัง
Finance บลจ.กรุงศรี มีมุมมองเชิงบวกต่อหุ้นไทย แนะจัดพอร์ตลงทุนครึ่งปีหลัง
ราคาน้ำมันดิบปรับเพิ่ม จากเหตุโจมตีเรือบรรทุกน้ำมันในทะเลแดง
Economic ราคาน้ำมันดิบปรับเพิ่ม จากเหตุโจมตีเรือบรรทุกน้ำมันในทะเลแดง
ดูทั้งหมด

ศธ.ปรับโครงสร้างหลักสูตร แยกวิชาประวัติศาสตร์คิดหน่วยกิตเฉพาะ

23 พ.ย. 2565 | 12:34น.
กระทรวงศึกษาธิการ วิชาประวัติศาสตร์

กระทรวงศึกษาธิการ ปรับโครงสร้างหลักสูตรโรงเรียน เตรียมออกประกาศให้แยกรายวิชาพื้นฐานประวัติศาสตร์ คิดเป็นหน่วยกิจเฉพาะ หวังบ่มเพาะนักเรียนภาคภูมิใจรักความเป็นไทย

วันที่ 23 พฤศจิกายน 2565 นางสาวตรีนุช เทียนทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมว.ศธ.) เปิดเผยว่า ตามที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้มอบหมายให้กระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) พัฒนาและปรับปรุงการเรียนการสอนประวัติศาสตร์ ให้มีความน่าสนใจ

ซึ่งที่ผ่านมา ศธ.ได้มีนโยบาย 8+1 โดยการกำหนดโครงสร้างเวลาเรียน 8 กลุ่มสาระการเรียนรู้ และให้สถานศึกษาขั้นพื้นฐานจัดรายวิชาพื้นฐานประวัติศาสตร์ แยกออกมา 1 รายวิชาอย่างชัดเจน เพื่อบ่มเพาะให้นักเรียนภาคภูมิใจรักความเป็นไทย หวงแหนในสิ่งที่บรรพชนให้ไว้เป็นมรดกทางปัญญา รักษา สืบสาน ต่อยอดและนำมาปรับประยุกต์ในปัจจุบันไปแล้วนั้น

ดังนั้น เพื่อให้มีการแยกรายวิชาพื้นฐานประวัติศาสตร์ออกมาเป็น 1 รายวิชาอย่างเป็นทางการ จึงมอบหมายให้สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) เสนอต่อที่ประชุมคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (กพฐ.) ซึ่งจะมีขึ้นในวันที่ 28 พ.ย.นี้ เพื่อพิจารณาให้ความเห็นชอบ (ร่าง) ประกาศกระทรวงศึกษาธิการ เรื่อง “การบริหารจัดการโครงสร้างหลักสูตรสถานศึกษา 8 กลุ่มสาระการเรียนรู้ และ 1 รายวิชาพื้นฐานประวัติศาสตร์ของสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน” และพิจารณาแนวทางขับเคลื่อนการจัดการเรียนรู้ประวัติศาสตร์และหน้าที่พลเมือง ปีงบประมาณ 2566 เพื่อเป็นแนวทางให้ต้นสังกัดของสถานศึกษา และสถานศึกษาสามารถจัดกิจกรรมการเรียนการสอนได้อย่างมีประสิทธิภาพ

“ในร่างประกาศ ศธ.ฉบับดังกล่าว กําหนดให้สถานศึกษาขั้นพื้นฐานจัดโครงสร้างหลักสูตร สถานศึกษา 8 กลุ่มสาระการเรียนรู้ และรายวิชาพื้นฐานประวัติศาสตร์ 1 รายวิชา โดยจัดเวลาเรียนรายวิชาประวัติศาสตร์ ระดับประถมศึกษา 40 ชั่วโมงต่อปี ระดับมัธยมศึกษาตอนต้น 40 ชั่วโมงต่อปี (1 หน่วยกิตต่อปี) และระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย รวม 3 ปี 80 ชั่วโมง (2 หน่วยกิต)

ซึ่งสถานศึกษาสามารถจัดกิจกรรมการเรียนรู้รายวิชาประวัติศาสตร์ โดยใช้กระบวนการจัดการเรียนรู้เชิงรุก (Active Learning) ด้วยวิธีการที่หลากหลาย เช่น การใช้พิพิธภัณฑ์เป็นสื่อ การใช้ภูมิปัญญาท้องถิ่นและต่อยอดประวัติศาสตร์สู่งานอาชีพ การบูรณาการประวัติศาสตร์กับรายวิชาอื่น และการศึกษานอกสถานที่และแหล่งเรียนรู้ประวัติศาสตร์ เป็นต้น”

นางสาวตรีนุชกล่าวต่อว่า หากบอร์ด กพฐ.พิจารณาให้ความเห็นชอบ และตนได้ลงนามในประกาศ ศธ.ฉบับดังกล่าวแล้ว การเปลี่ยนแปลงที่จะเห็นได้อย่างชัดเจน คือ จะมีการแยกรายการประเมินผลการเรียนวิชาประวัติศาสตร์ใหม่ โดยในแบบรายงานผู้สำเร็จการศึกษา (ปพ.3) จะมีการแสดงผลการเรียนรู้วิชาประวัติศาสตร์แยกออกมา จากเดิมที่รวมอยู่ในกลุ่มสาระการเรียนรู้สังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม

การขับเคลื่อนการจัดการเรียนรู้ประวัติศาสตร์และหน้าที่พลเมือง ในปีงบประมาณ 2566 นี้ นอกจากจะเน้นเรื่องการเรียนการสอนแนวใหม่ สร้างการรับรู้ เน้นย้ำความสำคัญ โดยจะออกเป็นประกาศ ศธ.ในเรื่องดังกล่าวแล้ว ยังมีการวางระบบสนับสนุนอย่างเหมาะสมให้ครอบคลุมทุกมิติ เช่น การจัดกลุ่มตัวชี้วัดสาระประวัติศาสตร์และสาระหน้าที่พลเมือง เพื่อลดความซ้ำซ้อนของตัวชี้วัด,

การส่งเสริมประสิทธิภาพจัดการเรียนรู้ โดยส่งเสริมให้ใช้แหล่งเรียนรู้ทางประวัติศาสตร์ท้องถิ่นเป็นห้องเรียน อาทิ อุทยานประวัติศาสตร์ พิพิธภัณฑ์ แหล่งเรียนรู้ชุมชน เพื่อให้ผู้เรียนสามารถนําองค์ความรู้ที่ได้จากแหล่งเรียนรู้ ไปต่อยอด ประยุกต์ใช้ในชีวิตประจําวัน และเกิดเป็นจริยธรรมของนักเรียน มีการสร้างเครือข่ายความร่วมมือของทุกภาคส่วน

โดยบูรณาการการทํางานข้ามกระทรวง เช่น สํานักงานเขตพื้นที่การศึกษา วัฒนธรรมจังหวัด การท่องเที่ยว พิพิธภัณฑ์จังหวัด เป็นต้น, มีการพัฒนาครูและบุคลากรทางการศึกษา เพื่อส่งเสริมความเป็นเลิศด้านการจัดการเรียนรู้ประวัติศาสตร์และหน้าที่พลเมือง, การใช้สื่อดิจิทัลและวิธีการเรียนรู้สมัยใหม่และมีการติดตาม ให้คำปรึกษา และประเมินผลการดำเนินงานอย่างต่อเนื่องด้วย