นางสาวตวงพร สิริวัฒน์วิทูร ผู้จัดการกลุ่มผลิตภัณฑ์ ลิปตัน บริษัท เป๊ปซี่-โคล่า (ไทย) เทรดดิ้ง จำกัด กล่าวว่า ในปีนี้ นอกจากการต่อยอดความแข็งแกร่งของแบรนด์ ‘ลิปตัน ไอซ์ที’ ในตลาดชาดำแล้ว ลิปตันยังขยายฐานลูกค้าให้กว้างขึ้นด้วยการนำเสนอนวัตกรรมใหม่เพื่อเสริมพอร์ตชาพร้อมดื่ม โดยเลือกส่ง ‘ชาเขียวกลิ่นมะม่วงใบเตย’ ที่พัฒนาขึ้นในสไตล์เอเชี่ยนเพื่อสร้างความแตกต่างด้วยรสชาติกลมกล่อมของชาเขียวคุณภาพผสมผสานกับกลิ่นหอมของผลไม้อย่างมะม่วงและใบเตย มาลงตลาดประเทศไทยเป็นแห่งแรก และมีแผนที่จะเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่นี้ไปยังตลาดอื่นๆ ในภูมิภาคอาเซียนในอนาคต
โดยสินค้าดังกล่าวจะเข้าไปตอบโจทย์ผู้บริโภคยุคใหม่ที่ใส่ใจสุขภาพ และขานรับนโยบายรัฐบาลในการรณรงค์ลดปริมาณน้ำตาลในเครื่องดื่มด้วยสูตรที่มีแคลอรี่น้อยกว่าถึง 45% ทั้งยังได้รับตราสัญลักษณ์เครื่องดื่ม “ทางเลือกสุขภาพ” จากมูลนิธิส่งเสริมโภชนาการฯ เนื่องจากมีปริมาณน้ำตาลน้อยกว่า 6 กรัมต่อ 100 มล. ซึ่งเป็นปริมาณน้ำตาลที่เหมาะสมตามมาตรฐานของกระทรวงสาธารณสุข โดยมีให้เลือก 2 ขนาด คือ ขนาด 300 มล. ราคา 12 บาท และขนาด 445 มล. ราคา 18 บาท วางจำหน่ายแล้วในร้านสะดวกซื้อ ห้างสรรพสินค้า ร้านค้าปลีกและร้านอาหารทั่วไป
เพื่อสร้างการรับรู้ บริษัทเตรียมส่งแคมเปญ ‘เติมเต็มสิ่งดีๆ กับชาเขียวลิปตัน’ ผ่านกิจกรรมการตลาดแบบ 360 องศา นำโดยภาพยนตร์โฆษณาที่ได้ ใหม่ – ดาวิกา โฮร์เน่ ตัวแทนของสาวยุคใหม่ที่ให้ความสำคัญกับการดูแลสุขภาพมาร่วมแนะนำสิ่งดีๆ จากชาเขียวลิปตัน กลิ่นมะม่วงใบเตย พร้อมเสริมทัพจัดเต็มด้วยสื่อสนับสนุนต่างๆ อาทิ สื่อดิจิตอล สื่อ ณ จุดขายและในร้านค้า นอกจากนี้ยังเตรียมมอบประสบการณ์ความสดชื่นด้วยการแจกผลิตภัณฑ์ตัวอย่างให้ผู้บริโภคได้ทดลองชิมกว่า 300,000 ชิ้นทั่วประเทศ
สำหรับปี 2560 ที่ผ่านมา ตลาดชาพร้อมดื่มในประเทศไทยซึ่งครอบคลุมทั้งชาเขียว ชาดำและชาขาว มีมูลค่ารวมอยู่ที่ประมาณ 13,700 ล้านบาท1 โดยยังมีอัตราการเติบโตที่ติดลบถึง 8.5% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า
โดย ‘ลิปตัน ไอซ์ที’ ถือเป็นผู้เล่นหลักรายเดียวที่มีการเติบโตสวนทางตลาด โดยปีที่ผ่านมามีอัตราการเติบโตสูงถึง 40% ซึ่งถือว่าประสบความสำเร็จอย่างมากหลังหันกลับมารุกทำตลาดด้วยตัวเอง ด้วยการโฟกัสไปที่กลยุทธ์ในด้านการกำหนดขนาดและราคาให้เหมาะสมกับช่องทาง (Pack-Price Strategy) การรุกทำแคมเปญ ‘เพื่อนซี้ของอร่อย’ (Lipton Food Buddy) เพื่อสร้างดีมานต์การดื่มชาคู่มื้ออาหาร ตลอดจนการขยายช่องทางการกระจายสินค้าอย่างต่อเนื่อง ทั้งในช่องทางโมเดิร์นเทรดและเทรดดิชันนอลเทรด
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังจากพ.ร.บ.สรรพสามิตฉบับใหม่มีผลบังคับใช้ไปเมื่อ 16 ก.ย. 60 ที่ผ่านมา ส่งผลให้ชา-กาแฟพร้อมดื่ม ต้องจ่ายภาษีเพิ่มขึ้น ทั้งภาษีในขามูลค่า 10% ของราคาขายปลีกแนะนำ และภาษีขา ตามปริมาณความหวาน ส่งผลให้ผู้ประกอบการมีต้นทุนเพิ่มขึ้นกันทั่วหน้า และเลี่ยงไม่ได้ที่จะต้องปรับราคาขึ้น
ทำให้ผู้ผลิตชาเขียวพร้อมดื่มรายใหญ่ อาทิ โออิชิ ขยับราคาขายปลีกขวดเล็ก 380 มล. เพิ่มขึ้นเป็น 20 บาท และขวดใหญ่ 500 มล. เพิ่มขึ้นเป็น 25 บาท ส่วนอิชิตัน ขยับราคาขายปลีกขวดเล็ก 420 มล. เพิ่มเป็น 20 บาท และขวดใหญ่ 600 มล. เพิ่มเป็น 25 บาท ขณะที่ราคาขายของชาเขียวลิปตัน ขนาด 445 มล. ตั้งไว้ 18 บาท ซึ่งต่ำกว่าคู่แข่งถึง 2 บาทในปริมาณที่ใกล้เคียงกัน