เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
มติผู้ถือหุ้น BANPU ไฟเขียวจ่ายปันผลระหว่างกาล 0.40 บาทต่อหุ้น ดีเดย์ 25 ก.ย.นี้
Finance มติผู้ถือหุ้น BANPU ไฟเขียวจ่ายปันผลระหว่างกาล 0.40 บาทต่อหุ้น ดีเดย์ 25 ก.ย.นี้
ธุรกิจประกันภัยไทย เผชิญความเสี่ยงใหม่ กระทบโครงสร้าง คปภ.เร่งยกระดับกำกับ
Finance ธุรกิจประกันภัยไทย เผชิญความเสี่ยงใหม่ กระทบโครงสร้าง คปภ.เร่งยกระดับกำกับ
โปรดเกล้าฯ ‘นายกฯ’ เป็นผู้แทนพระองค์ ร่วมพระราชพิธีพระบรมศพกษัตริย์นอร์เวย์
Uncategorized โปรดเกล้าฯ ‘นายกฯ’ เป็นผู้แทนพระองค์ ร่วมพระราชพิธีพระบรมศพกษัตริย์นอร์เวย์
ART ชี้ชะตาส่งออกไทย สรท. ชง 4 โจทย์รัฐยกระดับรับค้าโลก
Economic ART ชี้ชะตาส่งออกไทย สรท. ชง 4 โจทย์รัฐยกระดับรับค้าโลก
‘นครินทร์ เมฆไตรรัตน์’ เปิดมุมมองกฎหมายกับนโยบายสาธารณะ ชงตั้งหน่วยงานออกแบบเฉพาะรับมิติโลกใหม่
Biz Movement ‘นครินทร์ เมฆไตรรัตน์’ เปิดมุมมองกฎหมายกับนโยบายสาธารณะ ชงตั้งหน่วยงานออกแบบเฉพาะรับมิติโลกใหม่
ราคาทองวันนี้ (7 ก.ย. 69) ร่วงลง 600 บาท ทองรูปพรรณบาทละ 69,350 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (7 ก.ย. 69) ร่วงลง 600 บาท ทองรูปพรรณบาทละ 69,350 บาท
มรดกที่มีค่าที่สุด อาจไม่ใช่สิ่งที่อยู่ในพินัยกรรม
Finance มรดกที่มีค่าที่สุด อาจไม่ใช่สิ่งที่อยู่ในพินัยกรรม
Nike จากรองเท้าท้ายรถ สู่แบรนด์กีฬาระดับโลก ก่อนหลุด S&P 100
Business Nike จากรองเท้าท้ายรถ สู่แบรนด์กีฬาระดับโลก ก่อนหลุด S&P 100
โฆษกรัชดา ลาออกแล้ว จับตา ครม.พรุ่งนี้ เคาะโฆษกรัฐบาลคนใหม่
Politics โฆษกรัชดา ลาออกแล้ว จับตา ครม.พรุ่งนี้ เคาะโฆษกรัฐบาลคนใหม่
ดอกเบี้ย 1% ยังเหมาะสม FETCO ชี้เศรษฐกิจ-SMEs ไม่พร้อมรับขาขึ้น
Finance ดอกเบี้ย 1% ยังเหมาะสม FETCO ชี้เศรษฐกิจ-SMEs ไม่พร้อมรับขาขึ้น
ดูทั้งหมด

แจกคูปอง 3 หมื่นช่วย SMEs “สมคิด” นัดถกแบงก์บี้ลดดอกเบี้ย

27 ก.ค. 2560 | 10:57น.

รัฐบาลแท็กทีมเข็น 3 มาตรการช่วยเอสเอ็มอี ใช้แบงก์รัฐแบกความเสี่ยงแทน “แจกคูปองเอสเอ็มอี” รายละ 3 หมื่นบาท เพื่อซื้อป้องกันค่าเงิน “สมคิด” นัดถกสมาคมธนาคารไทย 27 ก.ค.นี้ บี้ลดดอกเบี้ยแลก บสย.รับความเสี่ยงค้ำประกันเพิ่ม

คลอด 3 แพ็กเกจอุ้ม SMEs

แหล่งข่าวจากกระทรวงการคลังเปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า รัฐบาลเตรียมออกมาตรการช่วยเหลือผู้ประกอบการเอสเอ็มอีอย่างต่อเนื่อง โดยนายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี นายอภิศักดิ์ ตันติวรวงศ์ รมว.คลัง และนายอุตตม สาวนายน รมว.อุตสาหกรรม ได้เตรียมแพ็กเกจไว้ประมาณ 3-4 มาตรการ ซึ่งจะมีการประกาศออกมาภายในไม่เกิน 2 สัปดาห์นี้ ทั้งนี้ มาตรการที่ช่วยเอสเอ็มอีจะมีลักษณะที่ใช้สถาบันการเงินเฉพาะกิจของรัฐ (แบงก์รัฐ) เข้าไปรับความเสี่ยงแทนเอสเอ็มอีในด้านต่าง ๆ ประกอบด้วยมาตรการแรก การค้ำประกันสินเชื่อให้แก่เอสเอ็มอี โดยใช้กลไกบรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม (บสย.) ซึ่งจะปรับจากโครงการค้ำประกันสินเชื่อ SMEs ทวีทุน (PGS6) ที่ยังมีวงเงินเหลือมากถึง 83,000 ล้านบาท

โดยจะมีการยกเว้นการคิดค่าธรรมเนียมค้ำประกันปีแรก 1.75% ของวงเงินค้ำประกัน เพื่อจูงใจเอสเอ็มอีเข้าร่วมโครงการ พร้อมเพิ่มความรับผิดชอบหนี้เสียที่เกิดขึ้นจากการค้ำประกัน (Max Claim) จากเดิม 23.75% เป็น 30% อีกด้วย โดยวงเงินค้ำประกันน่าจะยังคงไว้ที่ไม่เกิน 40 ล้านบาทต่อรายเท่าเดิม ซึ่งเอสเอ็มอีที่มีสิทธิ์เข้าโครงการต้องมีสินทรัพย์ถาวรรวมที่ดินไม่เกิน 200 ล้านบาท และต้องไม่มีบัญชีสินเชื่อในรอบ 6 เดือนย้อนหลังที่ค้างชำระโดยเด็ดขาด ทั้งต้องไม่เคยมีการปรับโครงสร้างหนี้ในรอบ 12 เดือนที่ผ่านมา

นอกจากนี้เอสเอ็มอีเหล่านี้ต้องผ่านโครงการอบรมของสำนักงานวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) ก่อน เพื่อให้ความรู้ควบคู่กับเงินกู้

“เดิม รมว.คลังต้องการให้ บสย.ลดวงเงินค้ำประกันให้แก่เอสเอ็มอี ไม่เกิน 10 ล้านบาทต่อราย เนื่องจากเกรงว่าถ้ากำหนดที่ 40 ล้านบาทเหมือนเดิม จะถูกมองว่าช่วยเอสเอ็มอีรายใหญ่ อย่างไรก็ดี ล่าสุด นายสมคิดอยากให้คงไว้ที่ไม่เกิน 40 ล้านบาทเช่นเดิม เนื่องจากที่ผ่านมา การค้ำประกันของ บสย. เฉลี่ยไม่เกิน 5 ล้านบาทต่อรายอยู่แล้ว แม้ว่าจะกำหนดเพดานไว้ถึง 40 ล้านบาทก็ตาม ดังนั้นจึงเปิดกว้างไว้ให้สามารถช่วยเหลือเอสเอ็มอีได้ครอบคลุมมากขึ้น” แหล่งข่าวกล่าว

แจกคูปองช่วยเอสเอ็มอี 3 หมื่นบาท

ส่วนมาตรการที่ 2 เป็นการบริหารความเสี่ยงอัตราแลกเปลี่ยนผ่านกลไกธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าแห่งประเทศไทย (ธสน.) หรือเอ็กซิมแบงก์ ที่จะมีทั้งการให้ความรู้เกี่ยวกับการป้องกันความเสี่ยงอัตราแลกเปลี่ยน รวมถึงการช่วยเหลือค่าพรีเมี่ยม (Premium) ในการที่ผู้ประกอบการซื้อออปชั่น (Option) จากธนาคารพาณิชย์ และ ธสน. โดยใช้เงินจากกองทุนพัฒนาเอสเอ็มอีตามแนวประชารัฐ ที่มีวงเงินอยู่ 20,000 ล้านบาท ของสำนักงานวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) ซึ่งมาตรการนี้มีเป้าหมายช่วยผู้ส่งออกเอสเอ็มอีที่มียอดขายไม่เกิน 200 ล้านบาท ประมาณ 5,000 ราย

Advertisement

“การช่วยเหลือเรื่องค่าเงินนั้น ทางธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ไม่สะดวกที่จะใช้วิธีการทำพุตออปชั่น (Put Options) ตามแนวทางที่ รมว.คลังต้องการ แต่จะให้ใช้วิธีการอบรมให้ความรู้ผู้ประกอบการเกี่ยวกับการป้องกันความเสี่ยง ซึ่งเอสเอ็มอีที่ผ่านเกณฑ์อบรมแล้วจะได้รับคูปอง รายละไม่เกิน 30,000 บาท สำหรับนำไปใช้ซื้อออปชั่นจากธนาคารพาณิชย์ หรือเอ็กซิมแบงก์” แหล่งข่าวกล่าว

แหล่งข่าวกล่าวอีกว่า สำหรับมาตรการที่ 3 จะเป็นมาตรการสินเชื่อของธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย (ธพว.) หรือเอสเอ็มอีแบงก์ ซึ่งจะให้เอสเอ็มอีกู้รายละไม่เกิน 15 ล้านบาท ที่อาจจะคิดอัตราดอกเบี้ยต่ำพิเศษแค่ 1% ต่อปี

ขณะที่นายมงคล ลีลาธรรม กรรมการผู้จัดการเอสเอ็มอีแบงก์ กล่าวกับ “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า ในส่วนที่เป็นมาตรการสินเชื่อของเอสเอ็มอีแบงก์ จะเน้นช่วยเหลือยกระดับศักยภาพผู้ประกอบการเอสเอ็มอีบางกลุ่ม แต่รายละเอียดยังอยู่ระหว่างเตรียมการ น่าจะบอกได้ชัดเจนในช่วงปลายสัปดาห์นี้

บี้แบงก์ลด ดบ.แลกเพิ่มค้ำประกัน

แหล่งข่าวจากสถาบันการเงินเฉพาะกิจของรัฐกล่าวว่า เดิมจะมีการเสนอมาตรการค้ำประกันสินเชื่อของ บสย. เข้าที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อวันที่ 25 ก.ค.ที่ผ่านมา แต่ รมว.คลัง และ รมว.อุตสาหกรรมได้คุยกันแล้ว เห็นว่าเมื่อปรับ Max Claim เป็น 30% ซึ่งมีผลกับงบประมาณที่ต้องอุดหนุนมากขึ้นแล้ว ควรให้ธนาคารพาณิชย์ร่วมรับภาระด้วย โดยการลดดอกเบี้ยให้แก่เอสเอ็มอี ซึ่งจะเกิดประโยชน์กับผู้ประกอบการเอสเอ็มอีอย่างแท้จริง

“รองนายกฯสมคิดจะเชิญสมาคมธนาคารไทย พูดคุยเรื่องการลดดอกเบี้ยให้กับเอสเอ็มอีตามแนวทางนี้อีกครั้งในวันที่ 27 ก.ค.นี้” แหล่งข่าวกล่าว

ธปท.รับบาทแข็งเร็ว-เตือนป้องกันเสี่ยง

ด้านนายเมธี สุภาพงษ์ รองผู้ว่าการ ด้านเสถียรภาพการเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) กล่าวว่า ตั้งแต่ต้นปี 2560 เงินบาทแข็งค่าประมาณ 7% จากการอ่อนค่าของเงินดอลลาร์สหรัฐเป็นสำคัญ อีกทั้งช่วงที่ผ่านมายังมีเงินลงทุนโดยตรงของภาคธุรกิจที่ไหลเข้ามาเป็นปัจจัยกดดันเพิ่มเติม แม้ในภาพรวมการแข็งค่าของเงินบาทจะสอดคล้องกับการเคลื่อนไหวของเงินสกุลภูมิภาค แต่ระยะหลังเงินบาทแข็งค่าขึ้นค่อนข้างเร็ว สะท้อนปฏิกิริยาของตลาดที่อ่อนไหวกับความผันผวนในระยะสั้นที่มากเกินไป โดย ธปท.จะติดตามสถานการณ์ในตลาดการเงินอย่างใกล้ชิด

“ภาคเอกชนควรพิจารณาป้องกันความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยนไว้ล่วงหน้า เพื่อรองรับกับความผันผวนของตลาดการเงินโลกที่ยังอยู่ในระดับสูง” นายเมธีกล่าว

แท็กที่เกี่ยวข้อง

การเงิน