เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
โค้งสุดท้าย Udon Grand Sale 2026 หอการค้าอุดรฯ เดินสายกระตุ้นกำลังซื้อ ก่อนปิดโครงการ 30 ก.ย.นี้
เศรษฐกิจภูมิภาค โค้งสุดท้าย Udon Grand Sale 2026 หอการค้าอุดรฯ เดินสายกระตุ้นกำลังซื้อ ก่อนปิดโครงการ 30 ก.ย.นี้
วัดธรรมกาย ช่วยชาวบ้านเปิดอาคารให้จอดรถหนีน้ำท่วม 1,000 คัน
News วัดธรรมกาย ช่วยชาวบ้านเปิดอาคารให้จอดรถหนีน้ำท่วม 1,000 คัน
ครึ่งปีแรก อสังหาฯภาคเหนือ “เชียงใหม่” ฟื้นตัว คอนโดฯ–วิลล่าหรูโตแรง
Real Estate ครึ่งปีแรก อสังหาฯภาคเหนือ “เชียงใหม่” ฟื้นตัว คอนโดฯ–วิลล่าหรูโตแรง
ราคาทองวันนี้ (25 ก.ย. 69) พุ่งขึ้น 300 บาท รูปพรรณบาทละ 68,600 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (25 ก.ย. 69) พุ่งขึ้น 300 บาท รูปพรรณบาทละ 68,600 บาท
สร้างปีหน้า ‘ทางด่วนภูเก็ต’ ไฮไลต์ อุโมงค์ใหญ่สุดในไทย-ให้มอ‘ไซค์วิ่งได้
Real Estate สร้างปีหน้า ‘ทางด่วนภูเก็ต’ ไฮไลต์ อุโมงค์ใหญ่สุดในไทย-ให้มอ‘ไซค์วิ่งได้
โตโยต้า สตาร์ตแพชชัน ปั้นไอเดีย ปี 2
Automotive โตโยต้า สตาร์ตแพชชัน ปั้นไอเดีย ปี 2
HER HYNESS สปีดมาสก์หน้า  อัดงบการตลาดย้ำเสาหลักรายได้
Business HER HYNESS สปีดมาสก์หน้า  อัดงบการตลาดย้ำเสาหลักรายได้
โรบินสันไลฟ์สไตล์ พลิกโฉมสาขาสมุทรปราการ
Business โรบินสันไลฟ์สไตล์ พลิกโฉมสาขาสมุทรปราการ
TU มั่นใจตลาดโลกยังโต ชูสหรัฐ-จีน-อินเดีย มีศักยภาพ พร้อมอัพเป้ารายได้โต 4-6%
Finance TU มั่นใจตลาดโลกยังโต ชูสหรัฐ-จีน-อินเดีย มีศักยภาพ พร้อมอัพเป้ารายได้โต 4-6%
“ซัมซุง” ขยายฐานลูกค้า B2B ชิงดีมานด์ค้าปลีกไซซ์ใหญ่
Business “ซัมซุง” ขยายฐานลูกค้า B2B ชิงดีมานด์ค้าปลีกไซซ์ใหญ่
ดูทั้งหมด

ผลสำรวจสุขภาพนักศึกษาไทยน่าห่วง พบเครียดสูงเป็นซึมเศร้า-ไบโพลาร์

02 ธ.ค. 2565 | 16:17น.
ซึมเศร้า โรคซึมเศร้า กรมสุขภาพจิต

สถาบันวิจัยสังคม จุฬาฯ เปิดผลสำรวจพฤติกรรมสุขภาพนิสิต นักศึกษาไทย น่าห่วง มีภาวะเครียด เป็นทั้งซึมเศร้าและไบโพลาร์ พบบางส่วนเป็นหนี้หวย-พนัน 

วันที่ 2 ธันวาคม 2565 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า โครงการสำรวจพฤติกรรมสุขภาพของนิสิตนักศึกษาในมหาวิทยาลัย โดยสถาบันวิจัยสังคม จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ร่วมกับสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ได้รายงานผลสำรวจด้านสุขภาพของนิสิต นักศึกษาไทย ระดับปริญญาตรี พบว่าส่วนใหญ่กำลังเผชิญกับภาวะความเครียด 

ดร.ศิริเชษฐ์ สังขะมาน ที่ปรึกษาโครงการสำรวจพฤติกรรมสุขภาพของนิสิตนักศึกษาในมหาวิทยาลัย สถาบันวิจัยสังคม จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวว่า โครงการนี้เป็นการสำรวจโดยเก็บรวบรวมข้อมูลจำนวนทั้งสิ้นกว่า 9,050 ชุด จากมหาวิทยาลัยเครือข่ายทั่วประเทศ จำนวน 15 แห่ง ประกอบด้วย

จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์, มหาวิทยาลัยศิลปากร, สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง, มหาวิทยาลัยราชภัฏเพชรบุรี, มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตกำแพงแสน, มหาวิทยาลัยราชภัฏนครปฐม, มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงใหม่, มหาวิทยาลัยพะเยา,  มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง, มหาวิทยาลัยมหาสารคาม, มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี, มหาวิทยาลัยราชภัฏอุบลราชธานี, มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตหาดใหญ่ และมหาวิทยาลัยราชภัฏสุราษฎร์ธานี เป็นต้น ซึ่งผลการสำรวจครอบคลุมหลายประเด็น 

สุขภาพจิตน่าห่วงเป็นทั้งซึมเศร้า-ไบโพลาร์

ดร.ศิริเชษฐ์กล่าวต่อว่า ในประเด็นสุขภาพจิต พบว่ามีจำนวนนิสิตนักศึกษา ร้อยละ 30 รู้สึกเศร้าบ่อยครั้งถึงตลอดเวลา โดยมีสัดส่วนถึงร้อยละ 4.3 ที่ได้รับการวินิจฉัยแล้วว่ามีอาการทางจิตเวชอย่างโรคซึมเศร้า และโรคอารมณ์สองขั้ว (Bipolar) เกือบร้อยละ 40 มีความเครียดบ่อยครั้งถึงตลอดเวลา

โดยกว่าร้อยละ 4 ของนิสิตนักศึกษาทั้งหมด เคยคิดฆ่าตัวตายอยู่บ่อยครั้งถึงตลอดเวลา ร้อยละ 12 ได้เคยลงมือทำร้ายร่างกายตนเองแล้ว โดยในจำนวนนี้มีถึงร้อยละ 1.3 ที่ได้ลงมือทำร้ายร่างกายตนเองบ่อยครั้งถึงตลอดเวลา

อีกทั้งยังพบพฤติกรรมเนือยนิ่งและมีแนวโน้มรับประทานอาหารเช้าลดลง การรับประทานอาหารไม่ตรงเวลาเพิ่มสูงขึ้น เช่นเดียวกับการรับประทานอาหารรสจัด และอาหารที่มีไขมันสูง ในขณะที่มีแนวโน้มพฤติกรรมการออกกำลังกายลดลงและมีพฤติกรรมเนือยนิ่งเพิ่มสูงขึ้น

ส่วนหนึ่งมาจากการเปลี่ยนแปลงรูปแบบการเรียนการสอนแบบออนไลน์ช่วงสถานการณ์โควิด-19 ประกอบกับ 1 ใน 3 มีการใช้สื่อโซเชียลมีเดียมากกว่า 3 ชั่วโมงต่อวัน ทำให้สัดส่วนประมาณครึ่งหนึ่งมีค่าดัชนีมวลกายไม่เหมาะสม โดย 1 ใน 4 เผชิญกับภาวะผอม และมีน้ำหนักเกินเกณฑ์ในสัดส่วนใกล้เคียงกัน ส่งผลต่อการเจ็บป่วยหรือการเป็นโรคที่เกี่ยวกับออฟฟิศซินโดรมเพิ่มมากขึ้น

ในส่วนของพฤติกรรมการใช้ยาสูบ เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ และสารเสพติดอื่น ๆ พบการสูบบุหรี่ภายในมหาวิทยาลัยสูงกว่าร้อยละ 40 และร้อยละ 9 มีการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์บ่อยครั้ง ส่วนการใช้สารเสพติดอื่น ๆ เช่น กัญชา กระท่อม พบได้น้อยร้อยละ 0.4 ที่ใช้บ่อยครั้ง และอีกร้อยละ 2 ที่ใช้บ้างนาน ๆ ครั้ง

นอกจากนี้ยังพบว่ามีพฤติกรรมการคาดเข็มขัดนิรภัยทุกครั้งขณะใช้รถเพียงร้อยละ 60 ยิ่งไปกว่านั้นมีเพียง 1 ใน 3 ที่สวมหมวกนิรภัยขณะใช้จักรยานยนต์ ร้อยละ 15 เผยว่าเคยมีการขับขี่ยานพาหนะขณะมึนเมา เกือบครึ่งหนึ่งดื่มในปริมาณมาก นำไปสู่การบาดเจ็บและสูญเสียชีวิต

เปิดกว้างทางเพศมากขึ้น

ประเด็นเพศสภาพและพฤติกรรมทางเพศ ปัจจุบันมีการเปิดกว้างทางเพศมากขึ้น พบว่าประมาณ 1 ใน 4 ที่เคยมีเพศสัมพันธ์ และพบมากในนิสิตนักศึกษาชาย ร้อยละ 33.4 นิสิตนักศึกษาหญิง ร้อยละ 27.9 และกลุ่ม LGBTQIA+ ร้อยละ 19.9 มีการคุมกำเนิดโดยใช้ถุงยางอนามัยเป็นหลักถึงร้อยละ 46.6 แต่ยังมีอีกร้อยละ 5 ที่ไม่ได้ป้องกัน

บางกลุ่มติดหนี้หวย พนัน

ดร.ศิริเชษฐ์กล่าวอีกว่า ประเด็นภาระทางการเงิน พบสถานะทางการเงินที่ค่อนข้างแตกต่างกัน โดยครึ่งหนึ่งไม่มีหนี้สินทางการเงิน ส่วนมากอยู่ในพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑล อีกครึ่งหนึ่งมีภาระหนี้สิน พบมากในเขตพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือและภาคใต้ โดยเกือบร้อยละ 40 เป็นหนี้กองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา (กยศ.) หนี้ที่เกิดขึ้นส่วนใหญ่เป็นหนี้ค่าเล่าเรียน รองลงมาคือ หนี้ค่าใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน และหนี้ค่าที่พักอาศัย 

“แต่ประเด็นที่น่าสนใจอยู่ตรงที่พฤติกรรมการเป็นหนี้เป็นวัฒนธรรมเฉพาะกลุ่มหรือพื้นที่ ได้แก่ หนี้หวย หนี้พนันบอล ซึ่งมีการเล่นภายในครัวเรือนและมีอิทธิพลต่อวิถีการใช้จ่ายของนิสิตนักศึกษาด้วย”

ความเครียด-ปัญหาการเงินส่งผลต่อการเรียน

ส่วนปัจจัยที่มีผลต่อการเรียน พบความเครียดเป็นสัดส่วนสูงสุดถึงร้อยละ 20 รองลงมาคือ ปัญหาทางการเงิน ร้อยละ 11.5 ความรู้สึกวิตกกังวล ร้อยละ 10.7 คิดถึงบ้าน ร้อยละ 9.3 ปัญหาเกี่ยวกับการนอนหลับ ร้อยละ 7.9 และปัญหาเกี่ยวกับสมาธิ ร้อยละ 7.7 อีกร้อยละ 5 มีปัญหาการติดสื่อสังคมออนไลน์และเกม

ส่วนประเด็นความรุนแรงและการล่วงละเมิด พบว่าส่วนใหญ่ ร้อยละ 87.7 ไม่เคยโดนกระทำความรุนแรงหรือการถูกล่วงละเมิด ที่เหลือร้อยละ 10 เคยโดนกระทำแล้วด้วยการถูกทำร้ายจิตใจจากคนใกล้ชิด คิดเป็นร้อยละ 32.2 ถูกคุกคามทางวาจา ร้อยละ 32.0 และถูกลวนลาม ร้อยละ 8.9 โดยนิสิตนักศึกษาที่เป็น LGBTQIA+ และในเขตพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑลมีสัดส่วนสูงสุด

แนะมหาวิทยาลัยช่วยเฝ้าระวัง

ดร.ศิริเชษฐ์ชี้ว่า แนวทางการขับเคลื่อนการส่งเสริมสุขภาพของนิสิตนักศึกษาของประเทศไทยจำเป็นต้องได้รับการขับเคลื่อนในระดับนโยบายภายใต้ 2 แนวทาง เริ่มจากการพัฒนาฐานข้อมูลสถานการณ์ด้านสุขภาพของนิสิตนักศึกษาในประเทศไทย เพื่อทำให้เกิดการรับรู้สถานการณ์ระดับประเทศหรือแนวทางการดำเนินงานของมหาวิทยาลัยอื่นที่เป็นปัจจุบัน นำข้อมูลมาใช้เปรียบเทียบและขับเคลื่อนนโยบายที่เหมาะสมสำหรับมหาวิทยาลัยของตนในแต่ละแห่ง

โดยเก็บข้อมูลพฤติกรรมสุขภาพของนิสิตนักศึกษาอย่างต่อเนื่อง เพื่อสร้างแนวทางการเฝ้าระวังหรือป้องกันแบบ “เชิงรุก” ผ่านการตอบแบบสอบถาม “แบบประเมินสุขภาวะระดับมหาวิทยาลัย” ในรูปแบบออนไลน์ และสร้างกลไกเพื่อนช่วยเพื่อน (Health-me Buddy) เพื่อเสริมการทำงานของแต่ละมหาวิทยาลัยในการดูแลและเฝ้าระวังปัญหาสุขภาพจิตของเพื่อนร่วมชั้นเรียน ผ่านการอบรมและทำงานร่วมกับผู้เชี่ยวชาญด้านร่างกายและจิตวิทยา และบุคลากรภายในมหาวิทยาลัยเป็นสำคัญ

 

แท็กที่เกี่ยวข้อง

นักศึกษา โรคซึมเศร้า