เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ราคาน้ำมันวันนี้ (4 ส.ค. 69) เช็กราคาดีเซล-แก๊สโซฮอล์ล่าสุด
Biz Movement ราคาน้ำมันวันนี้ (4 ส.ค. 69) เช็กราคาดีเซล-แก๊สโซฮอล์ล่าสุด
นายกฯ นำคณะถก ผู้นำอินโดฯ ยกระดับความร่วมมือเศรษฐกิจ-ปราบภัยออนไลน์
Politics นายกฯ นำคณะถก ผู้นำอินโดฯ ยกระดับความร่วมมือเศรษฐกิจ-ปราบภัยออนไลน์
Visa เปิดเกมใหม่ ดัน Passkey แทน OTP ยกระดับจ่ายออนไลน์
Tech Visa เปิดเกมใหม่ ดัน Passkey แทน OTP ยกระดับจ่ายออนไลน์
แบรนด์เลิฟ ‘ซมโปะ-ยามาซากิ’ น้ำใจแห่งการแบ่งปัน ในห้วงวิกฤตเราไม่เคยทิ้งกัน
Biz Movement แบรนด์เลิฟ ‘ซมโปะ-ยามาซากิ’ น้ำใจแห่งการแบ่งปัน ในห้วงวิกฤตเราไม่เคยทิ้งกัน
เลขาฯ กอช. ยันเดินหน้าหวยเกษียณ คาดเตรียมการหลังบ้านเสร็จภายในปีนี้
Politics เลขาฯ กอช. ยันเดินหน้าหวยเกษียณ คาดเตรียมการหลังบ้านเสร็จภายในปีนี้
KH Academy ปั้นคนรุ่นใหม่ สู่ Next C-Suite ยุค AI
Business KH Academy ปั้นคนรุ่นใหม่ สู่ Next C-Suite ยุค AI
สภาผู้บริโภค ชี้นัดพร้อมครั้งหน้า 9 พ.ย. คดีฟ้องเฟซบุ๊ก ดันแพลตฟอร์มร่วมรับผิด
News สภาผู้บริโภค ชี้นัดพร้อมครั้งหน้า 9 พ.ย. คดีฟ้องเฟซบุ๊ก ดันแพลตฟอร์มร่วมรับผิด
โตโยต้า เพิ่มรุ่นย่อย ‘ALPHARD- VELLFIRE’ ให้ลูกค้าเข้าถึงง่ายขึ้น ราคาเริ่มต้น 3.59 ล้านบาท
Automotive โตโยต้า เพิ่มรุ่นย่อย ‘ALPHARD- VELLFIRE’ ให้ลูกค้าเข้าถึงง่ายขึ้น ราคาเริ่มต้น 3.59 ล้านบาท
บอร์ดประมงเคาะยืดหนี้ 10 ปี ช่วยเสริมสภาพคล่อง เร่งสกัดปลาหมอคางดำ
Economic บอร์ดประมงเคาะยืดหนี้ 10 ปี ช่วยเสริมสภาพคล่อง เร่งสกัดปลาหมอคางดำ
AirAsia MOVE ชี้คนไทยฟื้นแผนเที่ยววันแม่ ยอดค้นหาพุ่ง 86% แห่ปักหมุดญี่ปุ่น-เมืองรอง
Biz Movement AirAsia MOVE ชี้คนไทยฟื้นแผนเที่ยววันแม่ ยอดค้นหาพุ่ง 86% แห่ปักหมุดญี่ปุ่น-เมืองรอง
ดูทั้งหมด

กรุงเทพธนาคม แจงศาลฯ สัญญาจ้าง “บีทีเอส” ไม่ชอบด้วยกฎหมาย

16 ม.ค. 2566 | 15:12น.
บีทีเอส

กรุงเทพธนาคม แจงศาลฯ สัญญาจ้าง “บีทีเอส” ไม่ชอบด้วยกฎหมาย

วันที่ 16 มกราคม 2566 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เพจบริษัท กรุงเทพธนาคม จำกัด โพสต์เฟซบุ๊ก มีเนื้อหาว่า จากที่ประชุมคณะกรรมการ (บอร์ด) บริษัท กรุงเทพธนาคม จำกัด โดยมีศาสตราจารย์พิเศษธงทอง จันทรางศุ เป็นประธานในการประชุมเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา ได้มีมติอนุมัติให้ทนายความตัวแทนของบริษัทฯ เข้ายื่นคำให้การต่อศาลปกครองในคดีที่ 2

ซึ่งบริษัทบีทีเอสยื่นฟ้องกรุงเทพมหานคร (กทม.) และกรุงเทพธนาคม เพื่อให้ชำระหนี้ค่าเดินรถโครงการรถไฟฟ้าสายสีเขียวส่วนต่อขยายเป็นจำนวนเงิน 10,600 ล้านบาท โดยศาลปกครองจะส่งสำเนาคำให้การของกรุงเทพธนาคมไปให้บีทีเอสเร็วๆ นี้ ตามขั้นตอนแสวงหาข้อเท็จจริงเหตุผลหักล้างกันต่อไป

ประชุมคณะกรรมการ (บอร์ด) บริษัท กรุงเทพธนาคม จำกัด
ภาพจากเพจ บริษัท กรุงเทพธนาคม จำกัด

สำหรับการยื่นคำให้การครั้งนี้มีประเด็นสำคัญที่บริษัทฯ ได้นำเรียนให้ศาลเห็นถึงข้อเท็จจริงในการจัดทำสัญญาโครงการรถไฟฟ้าสายสีเขียว ดังนี้

1.สัญญาระหว่างบริษัทฯ กับบีทีเอสนั้น นำมาสู่ข้อพิพาทระหว่างบริษัทเอกชนด้วยกัน ไม่ได้มีลักษณะเป็นสัญญาทางปกครอง จึงไม่อยู่ในเขตอำนาจศาลปกครอง

2.บริษัทฯ ไม่มีอำนาจเข้าทำสัญญาว่าจ้างเดินรถและซ่อมบำรุง เพราะตามประกาศคณะปฏิวัติฉบับที่ 58 ลงวันที่ 25 ม.ค.2515 ในข้อ 4 ให้กระทรวงมหาดไทยเป็นผู้มีอำนาจหน้าที่เกี่ยวกับกิจการรถราง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย (รมว.มท.) เท่านั้น เป็นผู้มีอำนาจพิจารณาอนุญาตให้บุคคลใดประกอบกิจการได้ ทั้งนี้บริษัทฯ ก็ไม่เคยได้รับการอนุญาตจาก รมว.มท.

3.สัญญาจ้างที่บริษัทฯ กระทำกับบีทีเอสเป็นสัญญาที่ไม่ชอบ เพราะจงใจจัดทำขึ้นโดยมีวัตถุประสงค์แห่งสัญญาที่ฝ่าฝืนมติคณะรัฐมนตรี ขัดต่อกฎหมายหลายฉบับ อาทิเช่น ข้อบัญญัติกรุงเทพมหานคร เรื่องการพัสดุฯ เรื่องการงบประมาณ ตลอดจน พ.ร.บ.ร่วมทุน

ซึ่งตามหลักกฎหมายนั้น ผู้รับโอนไม่มีสิทธิดีกว่าผู้โอน กล่าวคือบริษัทฯ ไม่มีอำนาจนำเอางานที่รับจ้างกรุงเทพมหานครไปทำสัญญาจ้างกับบุคคลอื่นตามอำเภอใจได้

4.การที่บริษัทฯ ไปทำสัญญาว่าจ้างบีทีเอสให้เดินรถไฟฟ้าสายสีเขียวโดยตรง โดยไม่ได้เปิดโอกาสให้เอกชนรายอื่นที่อาจเสนอตัวเข้าร่วมโครงการ ย่อมส่งผลกระทบต่อประโยชน์สาธารณะและขัดต่อความสงบเรียบร้อยของประชาชนอีกด้วย สัญญาดังกล่าวจึงเป็นสัญญาที่ไม่ชอบ

5.การฟ้องคดีของบีทีเอสในคดีนี้ เป็นการใช้สิทธิโดยไม่สุจริต เพราะบีทีเอสทราบดีอยู่แล้วว่าบริษัทฯ ไม่สามารถดำเนินโครงการรถไฟฟ้าสายสีเขียวส่วนต่อขยายที่ 1 และ 2 ได้ด้วยตนเอง แต่บีทีเอสยังสมัครใจเข้าทำสัญญากับบริษัทฯ ซึ่งไม่มีอำนาจตามกฎหมายที่จะเข้าทำสัญญาได้ แล้วจึงกลับมาฟ้องบริษัท กรุงเทพธนาคม เป็นคดีนี้ ถือเป็นการใช้สิทธิโดยไม่สุจริต

นายประแสง มงคลศิริ
ภาพจากเพจ บริษัท กรุงเทพธนาคม จำกัด

นายประแสง มงคลศิริ กรรมการผู้อำนวยการบริษัท กรุงเทพธนาคม จำกัด เปิดเผยด้วยว่า คำให้การในคดีที่ 2 นี้ มีความสมบูรณ์กว่าในคดีแรก ซึ่งศาลได้ปิดสำนวนไปในช่วงที่ผู้บริหารกรุงเทพธนาคมชุดนี้เข้ามาทำหน้าที่เร่งหาข้อเท็จจริงเพียง 2 เดือน

ซึ่งก็เป็นไปตามคาดการณ์ว่า บีทีเอสจะฟ้องคดีใหม่มาอีก จึงได้ตั้งคณะทำงานตรวจสอบเอกสาร รวบรวมข้อเท็จจริงเชิงลึกโครงการกว่า 30 ปี ตลอดจนข้อกฎหมายที่รอบด้านกว่าคดีแรกอย่างมีนัยสำคัญ

“ดังนั้นเราจึงเชื่อมั่นว่าศาลท่านจะมีข้อเท็จจริงครบถ้วนมากขึ้น ในการพิจารณาคดี  ที่ 2 นี้ ส่วนผลคดีจะเป็นอย่างไรนั้น อยู่ที่อำนาจของศาล” นายประแสง กล่าวย้ำด้วยความมั่นใจ

แท็กที่เกี่ยวข้อง

กรุงเทพธนาคม บีทีเอส