เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
กทม.อนุมัติเงินช่วยน้ำท่วมแล้ว 3 แสนราย ระดมทีมช่าง เร่งประเมิน ขยายเวลารับคำร้อง
Economic กทม.อนุมัติเงินช่วยน้ำท่วมแล้ว 3 แสนราย ระดมทีมช่าง เร่งประเมิน ขยายเวลารับคำร้อง
ยูนิลีเวอร์ ย้ำไทย Regional R&D & Innovation Hub
Business ยูนิลีเวอร์ ย้ำไทย Regional R&D & Innovation Hub
ขานรับเกณฑ์ใหม่ซื้อขายหุ้น ‘InnovestX’ วิเคราะห์ดึงดูดฟันด์โฟลว์
Finance ขานรับเกณฑ์ใหม่ซื้อขายหุ้น ‘InnovestX’ วิเคราะห์ดึงดูดฟันด์โฟลว์
จับชีพจร ‘อสังหาฯ’ ‘นิคม’ มาแรง ‘ออฟฟิศ’ หั่นราคาเดือด 
Real Estate จับชีพจร ‘อสังหาฯ’ ‘นิคม’ มาแรง ‘ออฟฟิศ’ หั่นราคาเดือด 
‘พูนพงษ์’ วางกรอบงาน เข้ม ‘พาณิชย์จังหวัด-ทูตพาณิชย์’
Economic ‘พูนพงษ์’ วางกรอบงาน เข้ม ‘พาณิชย์จังหวัด-ทูตพาณิชย์’
ปิดฉากประชุม IMF ‘กอร์เกียวา’ ยกย่องผ้าไหมไทย หยอดหวานใส่ประชุมทุกวัน-ไทยคว้าเหรียญทอง
World ปิดฉากประชุม IMF ‘กอร์เกียวา’ ยกย่องผ้าไหมไทย หยอดหวานใส่ประชุมทุกวัน-ไทยคว้าเหรียญทอง
ลุุยพลิกฟื้น “อควาเรียมหอยสังข์” จากโปรเจ็กต์ร้าง 18 ปี สู่แลนด์มาร์กแห่งใหม่สงขลา
Real Estate ลุุยพลิกฟื้น “อควาเรียมหอยสังข์” จากโปรเจ็กต์ร้าง 18 ปี สู่แลนด์มาร์กแห่งใหม่สงขลา
เริ่มม.ค.70 ปิด ‘ถนนบรมราชชนนี’ สร้างส่วนขยาย ‘คู่ขนานลอยฟ้า’ เสร็จ ม.ค. 73
Real Estate เริ่มม.ค.70 ปิด ‘ถนนบรมราชชนนี’ สร้างส่วนขยาย ‘คู่ขนานลอยฟ้า’ เสร็จ ม.ค. 73
ASW ร่วมทุน ‘ญี่ปุ่น’ ผุดแคมปัสคอนโดฯ ย่านเกษตร
Real Estate ASW ร่วมทุน ‘ญี่ปุ่น’ ผุดแคมปัสคอนโดฯ ย่านเกษตร
มธ. เปิดสมัครแข่งล่ามระดับชาติ “TNIC 2027” สมัครฟรี! เฟ้นตัวแทนไทยลุยศึกมาเลเซีย
Biz Movement มธ. เปิดสมัครแข่งล่ามระดับชาติ “TNIC 2027” สมัครฟรี! เฟ้นตัวแทนไทยลุยศึกมาเลเซีย
ดูทั้งหมด

จับตาการลงทุนต่างชาติในตลาดบอนด์

16 ก.พ. 2561 | 14:54น.

คอลัมน์ สถานีลงทุน

โดย ศิรินารถ อมรธรรม ThaiBMA

เริ่มต้นปี 2561 เม็ดเงินลงทุนของต่างชาติในตลาดบอนด์ก็เป็นที่จับตาของนักลงทุนอย่างมาก เนื่องจากมีเม็ดเงินเข้ามาในตลาดบอนด์ค่อนข้างมาก เพียง 3 วันแรกที่เปิดตลาด มีเงินไหลเข้ามาลงทุนสุทธิสูงถึง 35,741 ล้านบาท ซึ่งน่าจะเป็นการปรับน้ำหนักพอร์ตการลงทุนหลังจากที่นักลงทุนส่วนใหญ่ชะลอการลงทุนไปในช่วงท้ายปีที่ผ่านมา เม็ดเงินต่างชาติไหลเข้ามาในตลาดบอนด์อย่างต่อเนื่อง จนเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา (20-26 Jan 18) ที่นักลงทุนต่างชาติเริ่มกลับทิศทางเป็นขายสุทธิ

แต่โดยสรุปจนถึง 26 ม.ค. 2561 การลงทุนของต่างชาติในตลาดบอนด์มีมูลค่าสุทธิเพิ่มขึ้น 72,541 ล้านบาท จนเป็นที่จับตาของนักลงทุนและหน่วยงานภาครัฐ แต่ก็พอจะอุ่นใจขึ้นหน่อยที่กว่า 70% เป็นการเข้ามาลงทุนในตราสารหนี้ระยะยาวซึ่งมักมีเจตนาในการลงทุนค่อนข้างนานเพื่อรับผลตอบแทนจากตราสารหนี้ มีเพียง 30% ที่เข้ามาลงทุนในตราสารหนี้ระยะสั้นซึ่งเป็นไปได้ว่าเพื่อหวังทำกำไรจากค่าเงิน

คำถามที่มักจะถูกถามต่อมาคือ เงินทุนต่างชาติที่ไหลเข้ามาในตลาดบอนด์ตอนนี้ถือว่าสูงไหม ? ซึ่งหากดูจากมูลค่าการไหลเข้าของเงินทุนต่างชาติย้อนหลัง พบว่าปี 2012 มีเงินทุนไหลเข้าสูงสุดเฉลี่ย 37,000 บาทต่อเดือน ซึ่งก็ยังน้อยกว่าเกือบ 2 เท่าของเงินทุนที่ไหลเข้าในช่วง 26 วันแรกของเดือนมกราคมนี้ จากกระแสเงินทุนไหลเข้าที่ผ่านมาทำให้มูลค่าการถือครองตราสารหนี้ของนักลงทุนต่างชาติขึ้นมาสูงถึง 921,386 ล้านบาท หรือ 8% ของมูลค่าคงค้างตลาดตราสารหนี้ไทย ทำลายสถิติที่เคยสูงสุดเมื่อเดือนเมษายน 2013 ที่ 864,552 ล้านบาท

ในช่วงที่ผ่านมา แม้ว่าเม็ดเงินลงทุนจากต่างประเทศจะไหลเข้ามาในตราสารหนี้ไทยค่อนข้างสูง แต่มีส่วนเพียงเล็กน้อยที่ทำให้ค่าเงินบาทแข็งค่า เนื่องจากมูลค่าการไหลเข้าสุทธิของเงินลงทุนคิดเป็นสัดส่วนประมาณ 13% ของการเกินดุลบัญชีเดินสะพัดในปี 2017 หรือมีส่วนทำให้ค่าเงินบาทแข็งค่าขึ้นเพียง 1% เท่านั้นจากค่าเงินบาทที่แข็งค่าขึ้นกว่า 10% ในปี 2017 นอกจากนั้น

ใช่ว่าเม็ดเงินต่างชาติที่ไหลเข้ามาในตลาดบอนด์จะไม่มีประโยชน์ต่อประเทศไทย อย่างน้อยก็มีส่วนทำให้ผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลอยู่ในระดับต่ำ Bond yield 10 ปี ลงไปต่ำสุดที่ 2.35% นั่นหมายถึง ต้นทุนการกู้ยืมของทั้งภาครัฐและเอกชนที่จะสามารถกู้เงินได้นานถึง 10 ปี ด้วยต้นทุนดอกเบี้ยจ่ายเพียง 2.35% เท่านั้น รัฐบาลซึ่งเป็นผู้กู้รายใหญ่ของประเทศจะสามารถประหยัดต้นทุนดอกเบี้ยจ่ายได้ถึง 2,100 ล้านบาท ซึ่งคิดมาจากดอกเบี้ยที่ต่ำลง 30 bps. จากยอดการออกพันธบัตรรัฐบาลกว่า 7 แสนล้านบาทในปี 2017 ไม่นับรวมกับหุ้นกู้ระยะยาวภาคเอกชนที่มียอดการออกอีกกว่า 8 แสนล้านบาท

จากปัจจุบันที่ต่างชาติมียอดถือครองสูงสุดเป็นประวัติการณ์ นักลงทุนและหน่วยงานรัฐอาจร้อน ๆ หนาว ๆ เมื่อคิดถึงเวลาเงินทุนไหลออก เพราะเกรงจะเกิดความผันผวนปั่นป่วนในตลาดหากฟันด์โฟลว์ไหลออกพร้อม ๆ กัน

แต่จะว่าไป ในปีที่ผ่านมาทิศทางการลงทุนของต่างชาติผิดไปจากความคาดหมายของตลาดมาก ปลายปีที่แล้วคาดกันว่าน่าจะเกิดกระแสเงินทุนไหลออกในปีนี้เนื่องจากมองว่า yield ของพันธบัตรสหรัฐจะปรับสูงขึ้น จนส่วนต่างผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลไทยที่เคยสูงกว่าของสหรัฐ ไม่น่าสนใจพอ เม็ดเงินน่าจะไหลกลับไปลงทุนในสหรัฐ แต่กลับกลายเป็นว่าตั้งแต่ต้นปีมีการไหลเข้าของฟันด์โฟลว์ค่อนข้างสูงทีเดียวจากทิศทางเงินบาทแข็งค่ารวมถึงความมีเสถียรภาพและแนวโน้มการขยายตัวทางเศรษฐกิจของประเทศ

อย่างไรก็ตาม ทิศทางจากนี้เป็นไปได้ว่า กระแสเงินทุนจากต่างชาติจะ “ชะลอตัว” ลงหลังจากได้ปรับน้ำหนักพอร์ตการลงทุนไปแล้ว ส่วนจะมีการไหลออกเมื่อไรคงขึ้นอยู่กับทิศทางค่าเงินบาท อัตราเงินเฟ้อ และ government bond yield ของไทยและสหรัฐเป็นสำคัญ