เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
Meta เพิ่มฟีเจอร์ ‘ผู้ช่วย’ ครีเอเตอร์ เสิร์ฟไอเดียทำคอนเทนต์-คิดบทตอบคอมเมนต์แฟนคลับ
Tech Meta เพิ่มฟีเจอร์ ‘ผู้ช่วย’ ครีเอเตอร์ เสิร์ฟไอเดียทำคอนเทนต์-คิดบทตอบคอมเมนต์แฟนคลับ
“วุ้นเส้นต้นสน” ปลื้มผลงานออกบูธ “Makro HORECA 2026” ลุยต่อยอดความสำเร็จ
Biz Movement “วุ้นเส้นต้นสน” ปลื้มผลงานออกบูธ “Makro HORECA 2026” ลุยต่อยอดความสำเร็จ
“สยามพิวรรธน์”โชว์ความสำเร็จกลยุทธ์ผนึกพันธมิตรจีนดันยอดขาย Golden Week โต 2 เท่า
Business “สยามพิวรรธน์”โชว์ความสำเร็จกลยุทธ์ผนึกพันธมิตรจีนดันยอดขาย Golden Week โต 2 เท่า
ออมสินเปิดตัว ‘ใบสลากออมสินรูปแบบพิเศษเพื่อคนพิเศษ’ เริ่มต้น 100 บาท ขายแล้ววันนี้
Finance ออมสินเปิดตัว ‘ใบสลากออมสินรูปแบบพิเศษเพื่อคนพิเศษ’ เริ่มต้น 100 บาท ขายแล้ววันนี้
เปิดประวัติ “ชยุธ โลหกิจ” ติดโผรั้งเก้าอี้อธิบดีกรมทางหลวงคนใหม่
Politics เปิดประวัติ “ชยุธ โลหกิจ” ติดโผรั้งเก้าอี้อธิบดีกรมทางหลวงคนใหม่
ราคาทองวันนี้ (3 พ.ย. 69) ปรับขึ้น 100 บาท ทองรูปพรรณบาทละ 63,300 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (3 พ.ย. 69) ปรับขึ้น 100 บาท ทองรูปพรรณบาทละ 63,300 บาท
‘กรุงไทย’ เปิดเกมรับหุ้น AI ผันผวน แนะสะสมหุ้นคุณภาพ-ถือทอง 5-10%
Finance ‘กรุงไทย’ เปิดเกมรับหุ้น AI ผันผวน แนะสะสมหุ้นคุณภาพ-ถือทอง 5-10%
ก.ล.ต. ถก 40 บริษัทหลักทรัพย์ ยกระดับธุรกิจโบรกเกอร์ เดินหน้าพัฒนา TISA
Finance ก.ล.ต. ถก 40 บริษัทหลักทรัพย์ ยกระดับธุรกิจโบรกเกอร์ เดินหน้าพัฒนา TISA
สั่งจัดระเบียบ ‘มูลนิธิทั่วประเทศ’ แจ้งผลงานประจำปี-การใช้เงินบริจาค
Politics สั่งจัดระเบียบ ‘มูลนิธิทั่วประเทศ’ แจ้งผลงานประจำปี-การใช้เงินบริจาค
ร่าง พ.ร.บ. ประกันสังคม ฉบับใหม่ ขยาย ม.33 ถึง 65 ปี ปลดล็อก “3 ขอ”
HR ร่าง พ.ร.บ. ประกันสังคม ฉบับใหม่ ขยาย ม.33 ถึง 65 ปี ปลดล็อก “3 ขอ”
ดูทั้งหมด

ดอกเบี้ยขึ้นไม่หยุด ระวังหนี้เสียพุ่ง

01 ก.พ. 2566 | 11:28น.
ดอกเบี้ย
คอลัมน์ : ชั้น 5 ประชาชาติ
ผู้เขียน : อำนาจ ประชาชาติ

เดากันเป็นส่วนใหญ่ว่า ปีนี้แบงก์ชาติ น่าจะขึ้นดอกเบี้ย ไม่ 2 ครั้ง ก็ 3 ครั้ง

หลังจากปรับขึ้นมาแล้ว 4 ครั้งติดต่อกัน นับตั้งแต่เดือนสิงหาคมปีก่อน

ครั้งล่าสุด ก็สด ๆ ร้อน ๆ เมื่อวันที่ 25 มกราคมที่ผ่านมา

ทำให้ปัจจุบัน อัตราดอกเบี้ยนโยบายขึ้นมาที่ 1.50% ต่อปีแล้ว ซึ่งผลจากการขึ้นดอกเบี้ยนโยบายรอบนี้ ทำให้สถาบันการเงินปรับขึ้นดอกเบี้ยเงินกู้ตามกันหมด

แบงก์รัฐ หรือสถาบันการเงินเฉพาะกิจของรัฐ ที่เคยอั้นไว้ก่อนหน้านี้ ก็แบกต้นทุนต่อไปไม่ไหว ต้องปรับขึ้นดอกเบี้ยเงินกู้ทุกประเภท 0.25%

ส่วนแบงก์พาณิชย์ ก็ขยับขึ้นดอกเบี้ยอย่างต่อเนื่อง

ทางศูนย์วิจัยกสิกรไทยแนะว่า ผู้กู้ควรจะต้องเตรียมตัวรับมือกับภาระค่างวดที่เพิ่มขึ้น โดยเฉพาะกลุ่มรายได้ปานกลาง และมีรายได้คงที่ จะได้รับผลกระทบค่อนข้างมาก เนื่องจากจะมีค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้น และรายได้เริ่มบางลง

โดยรายย่อยจะได้รับผลกระทบ ในส่วนของสินเชื่อบ้าน และสินเชื่อเช่าซื้อ

ขณะที่ผู้ประกอบการเอสเอ็มอีที่ใช้อัตราดอกเบี้ยลอยตัว (floating rate) ก็ต้องเจอภาระค่างวดที่เพิ่มขึ้น

อย่างไรก็ดี แม้ว่าตอนนี้เศรษฐกิจไทยจะฟื้นตัว แต่ก็ไม่ได้ฟื้นอย่างรวดเร็ว ครัวเรือนมีรายได้กลับมา แต่บางส่วนก็ยังไม่ได้กลับมาเท่าเดิม

เราฝากความหวังไว้ที่ภาคการท่องเที่ยวและการบริโภคเป็นหลัก เพราะดูแล้วภาคการส่งออกท่าจะแย่ ส่วนการลงทุนก็ดูไม่มีอะไรเปรี้ยงปร้าง

ดังนั้น แนวโน้มการเกิดหนี้เสีย ก็ยังไม่อาจวางใจได้

โดยเฉพาะหนี้เสียของบรรดาแบงก์รัฐที่เกิดขึ้นจากช่วงสถานการณ์โควิด ล้วนเป็นลูกค้าฐานรากทั้งนั้นที่ “กู้ฉุกเฉิน” กัน ผ่านธนาคารออมสิน และธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.)

ขณะที่แบงก์ชาติประกาศแล้วว่า จะไม่ต่ออายุมาตรการช่วยเหลือลูกหนี้ที่จะครบกำหนดในช่วงกลางปี 2566 นี้

ฟัง “ดร.พิพัฒน์ เหลืองนฤมิตชัย” หัวหน้านักเศรษฐศาสตร์ กลุ่มธุรกิจการเงินเกียรตินาคินภัทร (KKP) วิเคราะห์ว่า แบงก์ชาติน่าจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยอย่างค่อยเป็นค่อยไป โดยเฉพาะเงื่อนไขปัจจุบันที่ผ่อนคลายลงทำให้มีเวลา เพราะไม่มีปัจจัยมาเร่งมากนัก จากเดิมที่มีทั้งเรื่องเงินเฟ้อที่เร่งตัวขึ้น และค่าเงินบาทที่อ่อนค่าลง

ตอนนี้ทั้งสองเรื่องคลี่คลายลงแล้ว อย่างไรก็ดี ความจำเป็นในการที่ต้องปรับขึ้นดอกเบี้ยยังมีอยู่ แต่ไม่ใช่เพื่อเหยียบเบรกเศรษฐกิจ แต่เป็นการถอนเท้าออกจากคันเร่ง ทั้งนี้ ประเมินว่า จะเห็นแบงก์ชาติขึ้นดอกเบี้ยนโยบายไปอย่างน้อยอยู่ที่ 2% ในปีนี้

ทั้งนี้ “ดร.พิพัฒน์” คาดว่า แบงก์ชาติจะปรับขึ้นดอกเบี้ยรวม 4 ครั้ง โดยดูจากเป้าหมายของแบงก์ชาติที่ต้องการให้เงินเฟ้อลงมาที่ระดับ 2% แต่ปัจจุบันยังอยู่กว่า 5%

ฟังแล้ว อดหนาว ๆ ร้อน ๆ ไม่ได้เลยทีเดียว

และไม่แปลกใจเลย ว่าทำไมบรรดาพรรคการเมือง จึงออกมาประกาศนโยบายแนว “พักหนี้” กันครึกโครมในช่วงก่อนจะมีการเลือกตั้งนี้