เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
โตโยต้า ช่วยลูกค้าน้ำท่วม ‘ซื้อคันใหม่’ ดาวน์ 0% ไม่ต้องมีคนค้ำ
Automotive โตโยต้า ช่วยลูกค้าน้ำท่วม ‘ซื้อคันใหม่’ ดาวน์ 0% ไม่ต้องมีคนค้ำ
“ศุภาลัย” เปิดทำเลใหม่สันกำแพง ชูบ้านหลังที่สอง หนุนอสังหาฯเชียงใหม่
Real Estate “ศุภาลัย” เปิดทำเลใหม่สันกำแพง ชูบ้านหลังที่สอง หนุนอสังหาฯเชียงใหม่
เปิดภารกิจ ผวจ.อุดรฯชวนนั่งรถไฟ “เที่ยวพืชสวนโลก-ตั้งกองทุนช่วยคนยากไร้”
เศรษฐกิจภูมิภาค เปิดภารกิจ ผวจ.อุดรฯชวนนั่งรถไฟ “เที่ยวพืชสวนโลก-ตั้งกองทุนช่วยคนยากไร้”
พิษท่วมลามหลัง โตโยต้า ปิดโรงงานชั่วคราว
Economic พิษท่วมลามหลัง โตโยต้า ปิดโรงงานชั่วคราว
กทม.ย้ำเลิกบึงคู้บอน-บางชัน ไม่คุ้มทุน งบบาน 1.1หมื่นล้าน ยันไม่เอื้อเอกชน ชี้แก้มลิงต้องครบ ปาก–แก้ม–คอ
Real Estate กทม.ย้ำเลิกบึงคู้บอน-บางชัน ไม่คุ้มทุน งบบาน 1.1หมื่นล้าน ยันไม่เอื้อเอกชน ชี้แก้มลิงต้องครบ ปาก–แก้ม–คอ
อ.ลลิตา ชวนคิด เหตุใดพม่าจึงเป็น “ศัตรูที่เป็น Comfort Zone ของไทย” ผ่าน Lecture Bar สุดคูล
Biz Movement อ.ลลิตา ชวนคิด เหตุใดพม่าจึงเป็น “ศัตรูที่เป็น Comfort Zone ของไทย” ผ่าน Lecture Bar สุดคูล
‘น้ำท่วม’ กระเทือนอุตฯยานยนต์ ค่ายรถ-ชิ้นส่วนหยุดผลิตจับตาวันต่อวัน
Automotive ‘น้ำท่วม’ กระเทือนอุตฯยานยนต์ ค่ายรถ-ชิ้นส่วนหยุดผลิตจับตาวันต่อวัน
“สวนสยาม”ถอดใจ จ่อปิดตำนาน 46 ปี ประกาศขาย 10,000 ล้าน
Real Estate “สวนสยาม”ถอดใจ จ่อปิดตำนาน 46 ปี ประกาศขาย 10,000 ล้าน
‘นักกีฬาไทย’ สร้างชื่อสถิติเอเชียนเกมส์ 2026
Sport ‘นักกีฬาไทย’ สร้างชื่อสถิติเอเชียนเกมส์ 2026
อินฟลูฯ เปิดครัวแจกพิซซ่าฟรี ‘นาทีนี้น้ำใจเท่านั้นที่จะช่วยให้ชีวิตอยากไปต่อ’
Biz Movement อินฟลูฯ เปิดครัวแจกพิซซ่าฟรี ‘นาทีนี้น้ำใจเท่านั้นที่จะช่วยให้ชีวิตอยากไปต่อ’
ดูทั้งหมด

ขายน้ำอีอีซีเปิดศึกชิงลูกค้า EASTW ยันแล้งนี้น้ำไม่ขาด

04 ก.พ. 2566 | 07:56น.
eastwater

จับตาศึกท่อส่งน้ำอีอีซี “อีสท์ วอเตอร์-วงษ์สยามฯ” ขีดเส้นเจรจาจบยาว 180 วัน สะเทือน “โครงข่ายน้ำภาคตะวันออก” ซีอีโออีสท์ วอเตอร์ประกาศพร้อมแข่งสู้ อัดแคมเปญดึงลูกค้า “นิคมอุตสาหกรรม” ชูจุดแข็งน้ำไม่หยุดไหลแน่นอน “เอกชน-กนอ.” ชี้ดีลช่วยให้เกิดการแข่งขัน ลดผูกขาดผู้ใช้น้ำได้ประโยชน์

ประเด็นร้อนที่ลากยาวข้ามปี โครงการประมูลท่อส่งน้ำภาคตะวันออกหรือที่เรียกโครงการท่อส่งน้ำอีอีซี ซึ่งบริษัท วงษ์สยามก่อสร้าง จำกัด (พันธมิตรของทีมกรุ๊ป-DITTO) ชนะการประมูลได้สิทธิในการดำเนินการท่อน้ำในพื้นที่อีอีซีจากกรมธนารักษ์ แทนบริษัท จัดการและพัฒนาทรัพยากรน้ำภาคตะวันออก จำกัด (มหาชน) หรืออีสท์ วอเตอร์ (EW) รายเดิม โดยมีมูลค่าการลงทุนกว่า 2.5 หมื่นล้านบาท

แต่ขณะนี้โครงการติดล็อกอยู่ในประเด็นการส่งมอบพื้นที่คืนให้กรมธนารักษ์ ที่เดิมวางแผนจะทยอยส่งมอบในเดือน ธ.ค. 2564 แต่จนถึงขณะนี้เดือน ก.พ. 2566 ก็ยังไม่สามารถดำเนินการได้ โดยการส่งมอบที่กำหนดไว้ 60-180 วัน ก็จะเท่ากับจะกินเวลาไปถึงหน้าแล้งปี 2566 อาจจะกระทบต่อการบริหารจัดการน้ำภาคตะวันออก

โครงข่ายท่อส่งน้ำอีอีซี

กางแผนส่งคืนพื้นที่

นายเชิดชาย ปิติวัชรากุล กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท จัดการและพัฒนาทรัพยากรน้ำภาคตะวันออก จำกัด (มหาชน) หรืออีสท์ วอเตอร์ กล่าวในเรื่องนี้ว่า ประเด็นความล่าช้าไม่ได้มาจากบริษัท เพราะได้หารือร่วมกับกรมธนารักษ์ไปแล้ว 3 รอบ ล่าสุดได้ทำแผนประสานไปยังกรมแล้ว โดยกำหนดกรอบเวลาไว้ 3 ระยะ คือ แผน 30 วัน, แผน 60 วัน และแผน 180 วัน นับจากวันที่เจรจาข้อสรุปร่วมกันได้ เกี่ยวกับการดำเนินเรื่องทรัพย์สินในพื้นที่ทับซ้อนที่บริษัทก่อสร้างโรงแยกน้ำในที่ดินของกรมธนารักษ์ว่าจะมีการเช่าหรือดำเนินการอย่างไรต่อ ซึ่งหากได้ข้อสรุปกันเร็วอาจใช้เวลาเพียง 30 วันก็ได้ หรือหากจะนานกว่านั้นก็ขึ้นอยู่กับการเจรจา

นายเชิดชาย ปิติวัชรากุล

อย่างไรก็ตาม บริษัทมองว่าควรรอให้ศาลให้คำตัดสินก่อนที่จะมีการเข้าสู่กระบวนการเจรจา เพราะหากดำเนินการอะไรไปในขณะนี้ ภาครัฐอาจจะต้องเสี่ยงกับการถูกฟ้องร้อง เสียค่าใช้จ่าย ไม่ว่าจะตัดสินไปในทางใดทางหนึ่งก็ตาม หากมีความเสียหายเกิดขึ้นก็อาจจะกระทบต่อภาครัฐ แต่หากรัฐจะใช้คำสั่งหรือมาตรการฉุกเฉินให้บริษัทส่งมอบพื้นที่คืนก็สามารถทำได้เช่นกัน

สำหรับเส้นท่อที่ต้องส่งคืนให้กับกรม ประกอบด้วย 1) โครงการท่อส่งน้ำดอกกราย-มาบตาพุด-สัตหีบ ซึ่งจะสิ้นสุดสัญญาในเดือน ธ.ค. 2566 2) โครงการท่อส่งน้ำหนองปลาไหล-หนองค้อ และ 3) โครงการท่อส่งน้ำหนองค้อ-แหลมฉบัง 2 ประเด็นนี้เชื่อมโยงไปถึงผู้ใช้น้ำในนิคมอุตสาหกรรมบริเวณใกล้เคียงกับเส้นท่อกรมธนารักษ์ ซึ่งจะมีทั้งนิคมมาบตาพุด ที่ดำเนินการโดยการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (กนอ.) มีโรงงานในนิคมประมาณ 100 โรงงาน

“โครงข่ายท่อภาคตะวันออกที่บริษัทวางไว้ 512 กม. หากหักลบท่อของธนารักษ์ออกไป 135.9 กม. ก็จะเหลือของบริษัทเกือบ 376.1 กม. และยังมีการลงทุนใหม่ ๆ อีก เพื่อจะสามารถรองรับการเติบโตของความต้องการใช้น้ำต่อไปได้อีกเกือบ 20 ปี ที่คาดว่าความต้องการใช้น้ำจะเพิ่มขึ้นปีละ 10% ไปถึง 1,297 ล้าน ลบ.ม. ปี 2580 โดยระบบการบริหารจัดการน้ำของ EW ประกอบไปด้วย การเชื่อมโยงแหล่งน้ำตั้งแต่ต้นน้ำ มีอ่างเก็บน้ำ 6 แห่ง แหล่งเก็บน้ำสำรองอีก 3 แห่ง สถานีสูบน้ำอีก 16 แห่ง ควบคุมทั้งโครงข่าย โดยใช้ระบบควบคุมที่เรียกว่า scada ทำให้เห็นว่าการใช้โครงข่ายน้ำ หรือ water grid ร่วมกันทำให้เกิดความสมบูรณ์ คล้าย ๆ กับฝาแฝดอิน-จัน ถ้าแยกออกจากกันแล้วก็จะอ่อนแอลง อาจจะมีความเสี่ยงต่อการส่งน้ำทำให้น้ำมีโอกาสหยุดไหล ฉะนั้น การส่งมอบอะไรต่าง ๆ ก็จะต้องพิจารณาอย่างรอบคอบ”

ครองส่วนแบ่ง 30% ชูบริการสู้

นายเชิดชายกล่าวว่า ปัจจุบันบริษัทถือครองส่วนแบ่งตลาดในน้ำภาคตะวันออกอยู่ประมาณ 30-40% มีการวางโครงข่ายท่อ หรือ water grid ทั่วทั้งภาคตลอดระยะเวลา 30 ปี และยังมีการลงทุนที่อยู่ระหว่างการก่อสร้างต่อเนื่อง ปี’65-66 อีก 2 โครงการ คือ ท่อส่งน้ำมาบตาพุด-สัตหีบ ความยาว 26.7 กม. มูลค่า 1,321 ล้านบาท เริ่มก่อสร้างเดือน ธ.ค. 65 คาดว่าจะเสร็จ พ.ย. 66 และโครงการท่อส่งน้ำหนองปลาไหล หนองค้อ แหลมฉบัง ความยาว 67.14 กม. มูลค่าลงทุน 4,201 ล้านบาท เริ่มก่อสร้าง ก.ค. 2565 คาดว่าจะเสร็จในปี 2566 ส่วนโครงการใหม่ ๆ ช่วงนี้จะมีแผนลงทุนอื่น ๆ ในกิจการน้ำประปา กิจการน้ำอุตสาหกรรมไว้เสริมเพื่อรองรับการใช้น้ำที่จะเพิ่มขึ้น ตอนนี้เหลือเฉพาะในส่วนของคลองหลวง จังหวัดชลบุรี ที่อยู่ระหว่างการขออนุญาตการก่อสร้าง ซึ่งคาดว่าจะแล้วเสร็จในปีนี้

อย่างไรก็ตาม บริษัทประเมินว่าแนวโน้มธุรกิจในปีนี้น่าจะเติบโตกว่าปี 2565 มาจากการจำหน่ายน้ำในส่วนของภาคอุตสาหกรรมที่เติบโตมากขึ้น โดยภาคอุตสาหกรรมโดยเฉพาะในพื้นที่เขตอีอีซี มีความต้องการใช้น้ำเพิ่มเฉลี่ยปีละ 10% จากปี 2565 ที่มีความต้องการใช้น้ำ 983 ล้าน ลบ.ม. และปีนี้แนวโน้มความต้องการใช้น้ำจะเพิ่มขึ้นอีก เพราะมีปัจจัยการเกิดลานีญาเข้ามา ทำให้ปริมาณฝนตกลดลงเข้ามากระทบ

“ปัจจุบันราคาน้ำที่จำหน่ายสำหรับอุปโภคบริโภคอยู่ที่ 9.90 บาท ส่วนน้ำในภาคอุตสาหกรรม แบ่งตามพื้นที่ จ.ระยอง 11.50 บาท จ.ฉะเชิงเทราที่ 12.50 บาท ซึ่งถือว่าไม่แพง แต่เหตุที่น้ำปลายทางราคาสูง เพราะลูกค้านิคมอุตสาหกรรมอาจจะมีการบวกเพิ่มต้นทุนการบริหารจัดการน้ำในนิคม จนทำให้ราคาพุ่งถึง 20-30 บาท แต่หากเทียบราคากับคู่แข่ง อาจจะสูงกว่าคู่แข่ง 50 สตางค์ต่อหน่วย เช่น น้ำคู่แข่ง 9.40-9.50 บาท แต่จุดแข็งสำคัญ คือ ระบบบริหารจัดการน้ำในโครงข่ายวอเตอร์ ซึ่งเรามีแหล่งน้ำสำรอง และมั่นใจว่าหลังส่งคืนพื้นที่เราจะยังขายน้ำได้แน่นอน โดยเราพร้อมจะมุ่งพัฒนาบริการเพื่อให้ตอบโจทย์ลูกค้า” นายเชิดชายย้ำ

สอท.มั่นใจ ลูกค้าได้ประโยชน์

นายสมชาย หวังวัฒนาพานิช รองประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) ในฐานะประธานสถาบันน้ำและสิ่งแวดล้อมเพื่อความยั่งยืน เปิดเผยว่า หลังจากการทำดีลนี้ จะทำให้เกิดการแข่งขัน ทำให้ดีขึ้นสำหรับผู้ใช้น้ำ ทั้งในเรื่องของราคาและเรื่องของความมั่นคง ต่อไปผู้ให้บริการจะต้องมุ่งเน้นแข่งขันเรื่องของบริการ เพราะในมุมลูกค้าจะเลือกว่ารายใดบริการ ให้ความมั่นใจเรื่องการส่ง และราคาถูกก็จะซื้อรายนั้น เพราะคุณภาพเดียวกัน โดยลูกค้าโรงงานที่อยู่ในพื้นที่ใกล้เคียงแนวท่อทั้งในนิคมมาบตาพุด นิคมบ่อวิน ตลอดจนถึงทางหนองค้อ และมีอีกหลายพื้นที่ถือว่าเยอะมาก

ขณะที่แหล่งข่าวภาคอุตสาหกรรม กล่าวว่า ขณะนี้ภาคเอกชนได้มีการตั้งคณะทำงานเรื่องการจัดการเส้นท่อ ภายใต้คณะอนุกรรมการน้ำภาคกลางขึ้น โดยมีนางอัญชลี ชวนนท์ ประธานสมาคมนิคมอุตสาหกรรมเอกชนเป็นประธาน เพื่อหารือเรื่องทรานซิชั่นเพื่อวางแผนไม่ให้กระทบกับการซัพพลายน้ำให้ผู้ประกอบการ โดยการเตรียมเรื่องท่อจะทำคู่ขนานไปกับแนวทางการบริหารจัดการน้ำภาพรวม เพื่อรองรับปัญหาแล้ง ทั้งนี้ เรื่องการบริหารจัดการความเสี่ยงภาพรวมก็มีในส่วนของน้ำกรมชลประทาน หน่วยงานที่มีแหล่งน้ำสำรองมากที่สุดด้วย สำหรับแนวโน้มในอีอีซีคาดว่าระยะยาวจะมีความต้องการใช้น้ำถึง 1 พันล้านลูกบาศก์เมตรต่อปี

“เท่าที่มีการคุยกันว่าการโอนถ่ายเส้นท่อจะไม่ให้กระทบกับผู้ประกอบการที่ใช้น้ำที่อยู่บนเส้นท่อของวงษ์สยามฯและอีสท์ วอเตอร์ และถึงแม้ว่าอีสท์ วอเตอร์จะคืนเส้นท่อไปแล้วก็ยังขายน้ำได้ ขึ้นอยู่กับว่าท่ออยู่บริเวณไหน และในแนวเส้นท่อเดียวกัน ทางอีสท์ วอเตอร์ก็มีระบบเครือข่ายท่อ อาจจะมี 2 หรือ 3 เส้น ในโครงข่าย ถ้าเขามีท่อไปเขาก็สามารถขายได้เหมือนเดิม จะได้เปรียบกว่าวงษ์สยามฯ ที่ไม่มีท่ออยู่ แต่ไปไม่ถึงก็ขายไม่ได้ เป็นท่อเส้นใหม่ก็ต้องพัฒนาใหม่ แต่สิ่งที่ดี คือ มีการแข่งขันราคา น่าจะเป็นธรรม แต่เชื่อว่าน่าจะดีขึ้น”

ขณะที่นายวีริศ อัมระปาน ผู้ว่าการการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า จากการแข่งขันที่เกิดขึ้น คาดว่าตลาดน้ำในอีอีซีจะมีการแข่งขันเพิ่มขึ้น และผู้ใช้น้ำจะได้รับประโยชน์สูงสุด ขณะนี้ กนอ.ได้รับความมั่นใจจากทั้ง 2 รายว่าการส่งน้ำจะเดินหน้าต่อไปได้ ไม่ว่าจะเป็นรายใดเข้ามาดำเนินการ อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ กนอ.ได้หาแหล่งน้ำสำรองไว้สำหรับใช้เสริมจาก 2 บริษัทนี้แล้ว โดยสามารถซัพพลายน้ำได้ 1 ใน 3 เลยทีเดียว ส่วนระดับราคารับซื้อนั้น สัญญาของ กนอ.เปิดกว้างให้สามารถรับซื้อจากแหล่งที่ให้อัตราค่าน้ำต่ำสุดได้

แท็กที่เกี่ยวข้อง

อีสท์ วอเตอร์ อีอีซี EEC