เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ราคาทองวันนี้ (25 ก.ค. 69) ขยับขึ้น 50 บาท รูปพรรณขายออก 65,600 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (25 ก.ค. 69) ขยับขึ้น 50 บาท รูปพรรณขายออก 65,600 บาท
ค่ายรถชิงกำลังซื้อรับตลาดฟื้น “ฮอนด้า” ส่ง Super ONE EV ท้าชนรถจีน
Automotive ค่ายรถชิงกำลังซื้อรับตลาดฟื้น “ฮอนด้า” ส่ง Super ONE EV ท้าชนรถจีน
สภาพอากาศวันนี้ (25 ก.ค.) กทม.-ปริมณฑล มีฝนฟ้าคะนอง 60% ของพื้นที่
News สภาพอากาศวันนี้ (25 ก.ค.) กทม.-ปริมณฑล มีฝนฟ้าคะนอง 60% ของพื้นที่
จากบัตรเครดิตสู่ Loyalty Ecosystem แอร์เอเชีย-แบงก์กรุงเทพ ดันลูกค้าเดินทางซ้ำ
Biz Movement จากบัตรเครดิตสู่ Loyalty Ecosystem แอร์เอเชีย-แบงก์กรุงเทพ ดันลูกค้าเดินทางซ้ำ
‘ยู เจียรยืนยงพงศ์’ ถอดรหัส ‘รถบรรทุกจีน’ บุกถึงชุมพร ส่องช่องโหว่กฎหมาย-ทางรอดโลจิสติกส์ไทย
Economic ‘ยู เจียรยืนยงพงศ์’ ถอดรหัส ‘รถบรรทุกจีน’ บุกถึงชุมพร ส่องช่องโหว่กฎหมาย-ทางรอดโลจิสติกส์ไทย
โปรดเกล้าฯ แต่งตั้ง ‘อุดม สิทธิวิรัชธรรม’ เป็นประธานศาล รธน. ’จักรพงษ์ วิวัฒน์วานิช‘ นั่งตุลาการ
Politics โปรดเกล้าฯ แต่งตั้ง ‘อุดม สิทธิวิรัชธรรม’ เป็นประธานศาล รธน. ’จักรพงษ์ วิวัฒน์วานิช‘ นั่งตุลาการ
ทุเรียนชายแดนใต้แสนตัน ต้นทุนพุ่งราคาต่ำรอบ 10 ปี 
Economic ทุเรียนชายแดนใต้แสนตัน ต้นทุนพุ่งราคาต่ำรอบ 10 ปี 
โปรดเกล้าฯ แต่งตั้ง ‘วีรพงศ์ สุดาวงศ์’ เป็นประธานศาลฎีกา ตั้งแต่ 1 ต.ค. 69
Politics โปรดเกล้าฯ แต่งตั้ง ‘วีรพงศ์ สุดาวงศ์’ เป็นประธานศาลฎีกา ตั้งแต่ 1 ต.ค. 69
XPENG ยกระดับ ‘เซอร์วิส’ มัดใจลูกค้าไทย
Automotive XPENG ยกระดับ ‘เซอร์วิส’ มัดใจลูกค้าไทย
ราคาน้ำมันวันนี้ (25 ก.ค. 69) เช็กราคาดีเซล-แก๊สโซฮอล์ล่าสุด
Economic ราคาน้ำมันวันนี้ (25 ก.ค. 69) เช็กราคาดีเซล-แก๊สโซฮอล์ล่าสุด
ดูทั้งหมด

เปิดสาระสำคัญ พ.ร.บ.ส่งเสริมจริยธรรม และมาตรฐานวิชาชีพสื่อมวลชน

07 ก.พ. 2566 | 12:54น.
สื่อ

เปิดสาระสำคัญ พ.ร.บ.ส่งเสริมจริยธรรม และมาตรฐานวิชาชีพสื่อมวลชน หรือที่ถูกเรียกขานวิพากษ์วิจารณ์ในเวลานี้ว่า “พ.ร.บ.คุมสื่อ” เข้าสู่การพิจารณาของสภาร่วมในวันนี้ (7 ก.พ.) 

วันที่ 7 กุมภาพันธ์ 2566 ตามที่ประชุมคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 11 มกราคม 2565 ได้มีมติเห็นชอบร่างพระราชบัญญัติส่งเสริมจริยธรรม และมาตรฐานวิชาชีพสื่อมวลชน พ.ศ. … ที่สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาตรวจพิจารณาแล้ว และให้ส่งคณะกรรมการประสานงานสภาผู้แทนราษฎรพิจารณา โดยร่างกฎหมายฉบับนี้เดินทางมาถึงการพิจารณาในที่ประชุมร่วมรัฐสภาแล้ว ซึ่งจะมีการพิจารณาในวันนี้ (7 ก.พ. 2566)

สื่อ
ภาพจาก PIXABAY

“ประชาชาติธุรกิจ” เปิดสาระสำคัญของร่างพระราชบัญญัติดังกล่าว มีเนื้อหาดังนี้

1.กำหนดให้ผู้ประกอบวิชาชีพสื่อมวลชนมีเสรีภาพในการเสนอข่าว หรือการแสดงความคิดเห็นตามจริยธรรมสื่อมวลชน แต่การใช้เสรีภาพต้องไม่ขัดต่อหน้าที่ปวงชนชาวไทย หรือศีลธรรมอันดีของประชาชน โดยต้องเคารพ และไม่ปิดกั้นความเห็นต่างของบุคคลอื่น

2.กำหนดให้ผู้ประกอบวิชาชีพสื่อมวลชนที่เป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐมีสิทธิ์ปฏิเสธการปฏิบัติตามคำสั่งใดที่จะมีผลให้เป็นการฝ่าฝืนจริยธรรมสื่อมวลชน โดยมิให้ถือว่าเป็นการขัดคำสั่งผู้บังคับบัญชา แต่การใช้สิทธิ์ดังกล่าวต้องคำนึงถึงวัตถุประสงค์ และภารกิจของหน่วยงานที่ตนสังกัดอยู่ด้วย

3.ให้มี “สภาวิชาชีพสื่อมวลชน” เพื่อคุ้มครองเสรีภาพในการเสนอข่าวสาร หรือแสดงความคิดเห็นของผู้ประกอบวิชาชีพสื่อมวลชน และกำกับดูแลผู้ประกอบวิชาชีพสื่อมวลชน องค์กรสื่อมวลชน องค์กรวิชาชีพ และองค์กรวิชาชีพสื่อมวลชนในการปฏิบัติตามจริยธรรมและมาตรฐานวิชาชีพสื่อมวลชน ตลอดจนส่งเสริมและพัฒนาจริยธรรมสื่อมวลชนและมาตรฐานวิชาชีพสื่อมวลชน

4.สภาวิชาชีพฯ มีหน้าที่และอำนาจ อาทิ การรับจดแจ้งองค์กรวิชาชีพสื่อมวลชน ส่งเสริมการคุ้มครองเสรีภาพในการเสนอข่าวสาร และแสดงความคิดเห็นของผู้ประกอบวิชาชีพสื่อมวลชนที่ปฏิบัติตามจริยธรรม ติดตามดูแลการทำหน้าที่ของสื่อมวลชนให้เป็นไปตามจริยธรรม ส่งเสริมการรวมกลุ่มและกำกับดูแลกันเองของสื่อมวลชน ฯลฯ

5.คณะกรรมการสภาวิชาชีพสื่อมวลชน มีหน้าที่และอำนาจ อาทิ การบริหารกิจการให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์ของสภา กำหนดมาตรฐานทางจริยธรรม พิจารณาการขอจดแจ้งและเพิกถอนการจดแจ้งองค์กรวิชาชีพสื่อมวลชน

พิจารณาเรื่องร้องเรียนที่มีการละเมิดเสรีภาพของผู้ประกอบวิชาชีพหนังสือพิมพ์พิจารณาอุทธรณ์คัดค้านผลการพิจารณาของคณะกรรมการจริยธรรม พิจารณารับรองหลักสูตรหรือการฝึกอบรมในเรื่องที่เกี่ยวกับการคุ้มครองหรือส่งเสริมจริยธรรมสื่อมวลชน ฯลฯ

6.ให้คณะกรรมการสภาวิชาชีพสื่อมวลชน จัดให้มีสำนักงานสภาวิชาชีพสื่อมวลชนเพื่อทำหน้าที่ด้านธุรการและอำนวยความสะดวกในการปฏิบัติหน้าที่ของสภาและคณะกรรมการสภา

7.ให้คณะกรรมการสภา แต่งตั้งคณะกรรมการจริยธรรมจำนวน 7 คนจากกรรมการสภา 2 คน ผู้แทนองค์กรวิชาชีพสื่อมวลชน 1 คน และผู้แทนนักวิชาการสื่อฯ องค์กรคุ้มครองผู้บริโภคและสภาทนายความ อีกด้านละ 1 คน โดยมีหน้าที่ในการตรวจสอบและพิจารณาเรื่องร้องเรียนเกี่ยวกับการฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามจริยธรรมสื่อมวลชน

8.คณะกรรมการจริยธรรรมมีอำนาจตรวจสอบและพิจารณาเรื่องร้องเรียนได้เฉพาะในกรณีที่ผู้ถูกร้องเรียนไม่ได้เป็นสมาชิกขององค์กรสื่อมวลชนและองค์กรวิชาชีพสื่อมวลชนที่จดแจ้งกับสภา เท่านั้น ในกรณีที่เป็นเรื่องร้องเรียนที่อยู่ในอำนาจขององค์กรวิชาชีพที่จดแจ้งแล้ว จะต้องส่งให้องค์กรวิชาชีพสื่อมวลชนนั้นพิจารณา โดยคณะกรรมการจริยธรรม

และสภาวิชาชีพสื่อมวลชนจะเข้าไปแทรกแซงไม่ได้ (ตามหลักการกำกับดูแลกันเองของสื่อ) เว้นแต่องค์กรวิชาชีพสื่อมวลชนนั้นเพิกเฉยดำเนินการพิจารณาเรื่องร้องเรียน หรือดำเนินการพิจารณาต่ำกว่ามาตรฐานจริยธรรมที่สภาวิชาชีพกำหนด

9.โทษจากการฝ่าฝืนจากการไม่ปฏิบัติตามจริยธรรมสื่อมวลชน ได้แก่ ตักเตือน ภาคทัณฑ์ และตำหนิโดยเผยต่อสาธารณชน ทั้งนี้ อาจสั่งให้มีการเยียวยาเพื่อบรรเทาความเสียหายแก่ผู้ร้องเรียนด้วย และในกรณีที่คณะกรรมการจริยธรรมเห็นว่าการฝ่าฝืนจริยธรรมเป็นความผิดตามกฎหมายอื่นด้วย จะแจ้งให้หน่วยงานของรัฐที่เกี่ยวข้องดำเนินการตามหน้าที่และอำนาจต่อไปก็ได้

10.กำหนดให้กรมประชาสัมพันธ์เป็นหน่วยธุรการของสภา และมีคณะกรรมการสภาชั่วคราวจำนวน 11 คน จากกรมประชาสัมพันธ์ กสทช. ผู้แทนองค์กรวิชาชีพ และผู้ทรงคุณวุฒิ ทำหน้าที่จัดทำข้อบังคับ ระเบียบ หรือประกาศ เท่าที่จำเป็น เพื่อให้ได้มาซึ่งคณะกรรมการสภาวิชาชีพ ฯลฯ ซึ่งกระบวนการทั้งหมดนี้จะต้องเสร็จสิ้นภายใน 180 วันนับแต่วันที่กฎหมายใช้บังคับ

และดำเนินการให้มีคณะกรรมการสภา ชุดแรกภายในเวลา 270 วัน (เมื่อครบ 2 ปี กรรมการชุดแรกจะต้องมีการจับสลากออกจำนวน 4 คน เพื่อให้เกิดความต่อเนื่องของคณะกรรมการสภา)

โดยการเสนอกฎหมายที่ชื่อ ร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) ส่งเสริมจริยธรรม และมาตรฐานวิชาชีพสื่อมวลชน หรือ ร่าง พ.ร.บ.สื่อฯ มีทั้งหมด 49 มาตรา 5 หมวด และ 1 บทเฉพาะกาล

ขณะที่มีหลายฝ่ายตั้งข้อสงสัยว่าเป็นความพยายามของรัฐที่จะมาควบคุมสื่อหรือไม่

สมาคมนักข่าวฯเสนอถอนร่าง ชี้ร่างไว้นาน บริบทเปลี่ยน ต้องทำใหม่

เมื่อวันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2566 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย ออกแถลงการณ์ เสนอถอน “ร่าง พ.ร.บ.ส่งเสริมจริยธรรมและมาตรฐานวิชาชีพสื่อมวลชน” ออกจากการพิจารณาของที่ประชุมร่วมรัฐสภา โดยมีเนื้อหาดังนี้

“ตามที่จะมีการประชุมร่วมกันของรัฐสภาครั้งที่ 8 (สมัยสามัญประจำปีครั้งที่สอง) เป็นพิเศษ ในวันอังคารที่ 7 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2566 โดยมีการบรรจุวาระเร่งด่วนเพื่อพิจารณา ‘ร่างพระราชบัญญัติส่งเสริมจริยธรรมและมาตรฐานวิชาชีพสื่อมวลชน พ.ศ. …’ ตามที่คณะรัฐมนตรี เป็นผู้เสนอบรรจุอยู่ในวาระ

สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย เสนอให้ถอนร่าง พ.ร.บ.ฉบับดังกล่าว ออกจากการพิจารณาของที่ประชุมร่วมรัฐสภา เพราะร่างกฎหมายนี้ดำเนินการร่างและผ่านขั้นตอนยาวนาน ขณะที่บริบทและสังคมสื่อเปลี่ยนแปลงไปมาก ยังมีเนื้อหาที่อาจไม่เหมาะกับยุคสมัย และมีสื่อใหม่ ๆ เกิดขึ้น ไม่เข้าใจที่มาและหลักคิด แนวทางของกฎหมายฉบับนี้

สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทยได้รับฟังความคิดเห็นที่หลากหลาย พบว่ากำลังมีการถกเถียงครั้งใหญ่ในวิชาชีพสื่อมวลชน ของฝ่ายที่เห็นด้วยและไม่เห็นด้วย ที่มีความกังวลต่อร่างพระราชบัญญัติในหลายมาตรา และขาดการมีส่วนร่วมของคนในวิชาชีพสื่อมวลชนอย่างทั่วถึง

เปิดประเด็นกังวล ตั้งสภาวิชาชีพ ให้อธิบดีกรมประชาสัมพันธ์เป็นกรรมการวาระแรก

พร้อมกับกังวลประเด็นการเปิดช่องให้รัฐใช้อำนาจแทรกแซงความอิสระของสื่อมวลชนและทำลายกลไกการกำกับดูแลกันเอง โดยเฉพาะที่มาของคณะกรรมการสภาวิชาชีพสื่อมวลชน และที่มาของรายได้สภาวิชาชีพสื่อมวลชน เพราะร่าง พ.ร.บ.ระบุในบทเฉพาะกาลให้อธิบดีกรมประชาสัมพันธ์ ซึ่งอยู่ภายใต้สำนักนายกรัฐมนตรี เป็นคณะกรรมการในวาระเริ่มแรก

รวมทั้งให้รัฐบาลจ่ายเงินให้ทุนประเดิมและจัดสรรให้จากงบประมาณรายจ่าย รวมถึงเงินที่ได้รับการจัดสรรจากกองทุนวิจัยและพัฒนากิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคมปีละไม่ต่ำกว่า 25 ล้านบาท

สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย เห็นว่ารัฐสภาควรคำนึงถึงการรับรู้ และความมีส่วนร่วมของสังคมที่ได้รับผลกระทบจากกฎหมายใด ๆ โดยตรงในฐานะเจ้าภาพที่ย่อมรู้ว่ากฎหมายจะเข้าสภาช่วงเวลาใด สมควรที่จะกำหนดเวลาจัดเวทีสาธารณะล่วงหน้า

เพื่ออธิบายให้เข้าใจในวงกว้าง และก็ให้หลักประกันในหลักการที่เป็นการปกป้องผลประโยชน์ของสังคมที่เกี่ยวข้อง แต่กลับละเลยเหมือนไม่ให้ความสำคัญกับผู้ที่จะถูกบังคับใช้และเกี่ยวข้องกับกฎหมายฉบับนี้ และมีทีท่าจะเร่งรีบรวบรัดให้กฎหมายออกมามีผลบังคับใช้ใน 3 วาระ

จึงเสนอให้คณะรัฐมนตรีถอนร่างพระราชบัญญัติฉบับดังกล่าวออกจากการประชุมร่วมของรัฐสภา และดำเนินการจัดเวทีเพื่อชี้แจงต่อสาธารณะ ตอบคำถามและรับฟังความคิดเห็น โดยเฉพาะแวดวงสื่อมวลชนที่ได้รับผลกระทบจากกฎหมายโดยตรง มิฉะนั้นจะเป็นการบังคับปฏิรูปที่ทุกภาคส่วนไม่ได้มีโอกาสที่จะร่วมกัน”

แถลงการณ์
ภาพจากเว็บไซต์ สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย Thai Journalists Association
แถลงการณ์
ภาพจากเว็บไซต์ สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย Thai Journalists Association

แท็กที่เกี่ยวข้อง

พ.ร.บ. สื่อมวลชน