กสิกรไทยคาดปี 61 สินเชื่อลูกค้ารายใหญ่โต 6-8%
กสิกรไทยคาดปี 61 สินเชื่อลูกค้ารายใหญ่โต 6-8%
มั่นใจแรงหนุนจาก EEC และ Digital Economy
กสิกรไทย เปิดเป้าหมายปี 61 ตั้งเป้าสินเชื่อรวมธุรกิจรายใหญ่อยู่ที่ 6-8% จากช่วงเดียวกันของปี60 ส่วนค่าธรรมเนียมตั้งเป้าหมายเติบโต 2-5% เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อน มั่นใจมีแรงหนุนจาก EEC และ Digital Economy ส่วนผลประกอบการปี 2560 สินเชื่อรวมรายใหญ่โตเกินเป้าหมายที่ 12%
นายสุวัฒน์ เตชะวัฒนวรรณา รองกรรมการผู้จัดการ ธนาคารกสิกรไทย กล่าวว่า
ปี 2561 ทางธนาคารตั้งเป้าหมายสินเชื่อรวมธุรกิจรายใหญ่เติบโตที่ 6-8%เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อน รวมถึงตั้งเป้าหมายมีรายได้ค่าธรรมเนียมเติบโตที่ 2-5% เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อน
ทั้งนี้ปัจจัยหนุนให้สินเชื่อเป็นไปตามเป้าหมายจะมาจาก การลงทุนโครงการขนาดใหญ่ของภาครัฐ ที่มีความชัดเจนและเป็นรูปธรรมมากขึ้น โดยเฉพาะเม็ดเงินลงทุนในโครงการระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออก (Eastern Economic Corridor : EEC) รวมถึงกระแส Digital Economy ที่ธนาคารจะสร้างบริการใหม่ๆเพื่อเข้าไปเชื่อมต่อระหว่างกับลูกค้าธุรกิจ ลูกค้าบุคคล พันธมิตร คู่ค้า ให้เกิดเครือข่ายทางการเงินที่สะดวกสบายยิ่งขึ้น
อย่างไรก็ตามปี 2560 ที่ผ่านมา ทางธนาคารมียอดสินเชื่อรวม 573,521 ล้านบาท เติบโต 12% จากช่วงเวลาเดียวกันของปี 2559 มีรายได้รวมอยู่ที่ 24,882 ล้านบาท เติบโต 8%จากช่วงเวลาเดียวกันของปี 2559 และมีรายได้ค่าธรรมเนียม 12,153 ล้านบาท เติบโต 9% จากช่วงเวลาเดียวกันของปี 2559 โดยยอดสินเชื่อที่เติบโตได้เกินเป้าหมายนี้มีแรงสนับสนุนจากอุตสาหกรรมเด่นในกลุ่มอสังหาริมทรัพย์ ก่อสร้าง อาหารและเครื่องดื่ม
นายภานพ อังศุสิงห์ ผู้บริหารสายงานวาณิชธนกิจ ธนาคารกสิกรไทย กล่าวว่า จากการที่ประเทศไทยมีการลงทุนพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานขนาดใหญ่ การพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ตามแนวรถไฟฟ้า และลงทุนเพื่อสร้างและขยายธุรกิจขนาดใหญ่เพิ่มมากขึ้น ทำให้ภาคธุรกิจต้องการการระดมทุนหลากหลายรูปแบบ ทั้งการออกกองรีท สินเชื่อร่วม สินเชื่อโครงการ การระดุมทุนเพื่อเข้าซื้อกิจการ การหาผู้ร่วมทุนในกิจการ และการเข้าตลาดหุ้น ซึ่งปีนี้ภาวะการระดมทุนในรูปแบบต่าง ๆ ดังกล่าว ยังเป็นที่สนใจต่อภาคธุรกิจต่าง ๆ ทั้งในประเทศและต่างประเทศ โดยในปี 2560 ที่ผ่านมา ลูกค้าของธนาคารฯ มีการเสนอขายหุ้นแก่นักลงทุน (IPO) สูงเป็นอันดับหนึ่งของตลาดถึง54,000 ล้านบาท
นายศีลวัต สันติวิสัฎฐ์ รองกรรมการผู้จัดการ กล่าวว่า ธนาคารพยายามเชื่อมโยงช่องทางการรับ-จ่ายเงินของลูกค้าด้วยเทคโนโลยีดิจิทัลและนวัตกรรม เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพทางการแข่งขันให้กับลูกค้า สอดรับกับนโยบาย National e-Payment ของรัฐบาล และพฤติกรรมของผู้บริโภคที่กำลังก้าวสู่สังคมไร้เงินสด (Cashless Society)
ทั้งนี้ปี 2560 ที่ผ่านมาปริมาณธุรกรรมบนช่งอทางอิเล็กทรอนิกส์เพิ่มสูงขึ้นต่อเนื่อง เช่น บริการธนาคารอิเล็กทรอนิกส์มีผู้ใช้งานเพิ่มขึ้นถึง 60%, บริการการค้าระหว่างประเทศอิเล็กทรอนิกส์มีผู้ใช้งานเพิ่มขึ้น 20%, บริการหนังสือค้ำประกันอิเล็กทรอนิกส์ก็มียอดธุรกรรมผ่านระบบสูงขึ้น 21%, ปริมาณการรับชำระเงินของลูกค้าธุรกิจที่ทำผ่านช่องทางอิเล็กทรอนิกส์ (E-Collection) เช่น รับเงินจาก ATM, K Cyber Banking, K PLUS เพิ่มขึ้นถึง 57% ทำให้เห็นทิศทางการใช้ระบบอิเล็กทรอนิกส์สูงขึ้นอย่างเห็นได้ชัดในปี 2561 เพราะลูกค้าจะสามารถเชื่อมโยงข้อมูลธุรกรรมได้สะดวก มีประสิทธิภาพ ประกอบกับลูกค้ารายย่อยก็เริ่มที่จะหันมาใช้การทำธุรกรรมผ่านโทรศัพท์มือถือ เช่น K PLUS, QR Code กันมากขึ้น ยิ่งจะเป็นแรงส่งให้ลูกค้าธุรกิจขนาดใหญ่ต้องหันมาใช้เทคโนโลยี เพื่อรองรับความต้องการของลูกค้า Cashless Society ตลอดจนสร้างรายได้และโอกาสใหม่ ๆ ให้ได้มากยิ่งขึ้น