Skip to content

พบติดเชื้อโควิด XBB.1.5 ในไทย 2 ราย ยังไม่พบรุนแรงกว่าสายพันธุ์อื่น

15 ก.พ. 2566 | 10:44น.
พบติดเชื้อโควิด XBB.1.5 ในไทย 2 ราย ยังไม่พบรุนแรงกว่าสายพันธุ์อื่น

กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ตรวจพบสายพันธุ์ XBB.1.5 ลูกผสมของโอมิครอน BJ.1 และ BM.1.1.1 ในไทย จำนวน 2 ราย ยังไม่มีข้อมูลความรุนแรงกว่าสายพันธุ์ย่อยอื่น

วันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2566 นายแพทย์ศุภกิจ ศิริลักษณ์ อธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ เปิดเผยว่า กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ตรวจพบสายพันธุ์ XBB.1.5 จำนวน 2 ราย ในไทย เป็นชาวไทย 1 ราย และต่างชาติ 1 ราย ปัจจุบันหายดีแล้ว และยังไม่พบผู้ใกล้ชิดติดเชื้อ ซึ่งกรมได้ส่งข้อมูลเผยแพร่ไปยังฐานข้อมูล GISAID แล้ว

ทั้งนี้ XBB.1.5 เป็นเชื้อสายสืบสกุลของ XBB ซึ่งเป็นลูกผสมของโอมิครอนสายพันธุ์ย่อย BA.2 สองสายพันธุ์ ได้แก่ สายพันธุ์ BJ.1 และ BM.1.1.1 จากข้อมูลตั้งแต่วันที่ 26 ตุลาคม 2565 ถึง 12 กุมภาพันธ์ 2566 มีการรายงานสายพันธุ์ XBB.1.5 ทั่วโลกพบ 33,219 ราย ส่วนใหญ่พบในสหรัฐอเมริกา 24,505 ราย (73.7%) ส่วนประเทศอื่นๆ เช่น สหราชอาณาจักร (6.6%) แคนาดา (5.3%) เดนมาร์ก (1.0%) เยอรมนี (2.65%) ไอร์แลนด์ (1.0%) และออสเตรีย (1.5%)

จากลักษณะทางพันธุกรรมและอัตราการเติบโตของ XBB.1.5 พบว่ามีการกลายพันธุ์ที่ได้เปรียบในการแพร่กระจาย และหลบเลี่ยงภูมิคุ้มกันได้ดีเช่นเดียวกับสายพันธุ์ XBB.1 แต่ปัจจุบันยังไม่มีข้อบ่งชี้ความรุนแรงและความเสี่ยงด้านสาธารณสุขเมื่อเทียบกับสายพันธุ์ย่อยอื่น ๆ

อย่างไรก็ตาม เมื่อเทียบกับสายพันธุ์ย่อยที่พบในไทย คือ BN.1 และลูกหลาน ซึ่งมีความสามารถในการแพร่เชื้อได้เร็วใกล้เคียงกัน จึงทำให้โอกาส ในการที่ XBB.1.5 มาแทนที่ BN.1.* มีไม่มากนัก

สถานการณ์จีนไม่น่ากังวล

อธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ว่า การเปิดประเทศของจีนนั้นไม่น่ากังวล เนื่องจากสายพันธุ์ที่พบมาก ได้แก่ BA.5.2.48 (60.9%) และ BF.7.14 (28.3%) ซึ่งไม่ได้เป็นสายพันธุ์ใหม่แต่อย่างใด และไม่ได้มีการแพร่เร็วกว่าสายพันธุ์ในประเทศไทย

สำหรับสายพันธุ์ XBB.1.5 มีรายงานจากประเทศจีนจำนวน 3 ตัวอย่าง ประมาณกลางเดือนธันวาคม 2565 จนถึงปัจจุบันยังไม่มีรายงานเพิ่มเติม

ส่วน สายพันธุ์หลักที่พบในประเทศไทยขณะนี้ยังคงเป็นสายพันธุ์ย่อยโอมิครอน BN.1.* เป็นลูกหลานของ BA.2.75 ซึ่งกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์และเครือข่ายจะดำเนินการติดตามข้อมูลอัตราการติดเชื้อ ความรุนแรงอย่างใกล้ชิดต่อเนื่อง เพื่อใช้กำหนดมาตรการที่เหมาะสมต่อไป

นายแพทย์ศุภกิจ ย้ำว่า สำหรับประชาชนขอให้ทำตามคำแนะนำของกระทรวงสาธารณสุข อย่าง การสวมหน้ากากอนามัย การล้างมือ รวมถึงรับวัคซีนเข็มกระตุ้นหลังจากเข็มสุดท้ายนานเกิน 4 เดือน โดยเฉพาะกลุ่มเสี่ยง 608 และผู้สูงอายุ เพื่อป้องกันการติดเชื้อ ลดการนอนโรงพยาบาล ลดอาการป่วยรุนแรง และลดอัตราการเสียชีวิตหากติดเชื้อ