เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ดูทั้งหมด

แมนเชสเตอร์ ซิตี้ บุกชนะอาร์เซนอล 3-1 ขึ้นจ่าฝูงแม้แข่งมากกว่า 1 นัด

16 ก.พ. 2566 | 06:37น.
แมนเชสเตอร์ซิตี้ อาร์เซนอล

แมนเชสเตอร์ซิตี้ อาร์เซนอล

เรือใบสีฟ้า แมนเชสเตอร์ ซิตี้ บุกคว้าชัยปืนใหญ่อาร์เซนอล 3-1 ประตู ผงาดขึ้นจ่าฝูง แม้แต้มเท่ากัน แต่ลูกได้เสียดีกว่า แข่งมากกว่าอยู่ 1 นัด

วันที่ 16 กุมภาพันธ์ 2566 ศึกฟุตบอลพรีเมียร์ลีกอังกฤษ คู่บิ๊กแมตช์ประจำสัปดาห์ ปืนใหญ่ “อาร์เซนอล” เปิดรังเอมิเรตส์สเตเดียม รับการมาเยือนของเรือใบสีฟ้า “แมนเชสเตอร์ ซิตี้”

ศึกครั้งนี้มีจ่าฝูงเป็นเดิมพัน เดอะกันเนอร์ส ผู้นำของตารางคะแนนที่ไม่ชนะใครมา 3 นัดติดต่อกัน จะพลาดเกมนี้ไม่ได้เป็นอันขาด เพราะแมนเชสเตอร์ ซิตี้จะพลิกแซงเป็นที่ 1 ทันที

เกมนี้กุนซือทั้ง 2 ฝั่งได้จัดชุดผู้เล่นที่ดีที่สุด แม้ตอนแรก “เปป กวาร์ดิโอล่า” จะต้องลุ้นอาการบาดเจ็บของเออร์ลิง ฮาแลนด์ ก็ตาม

แมนเชสเตอร์ซิตี้ อาร์เซนอล
ภาพจาก AFP

รายชื่อ 11 ตัวจริง

อาร์เซนอล : อารอน แรมสเดล (GK), ทาเคฮิโระ โทมิยาสุ, วิลเลียม ซาลิบา, กาเบรียล มากัลเญส, โอเล็กซานเดอร์ ซินเชนโก้, กรานิต ชาก้า, จอร์จินโญ่, บูกาโย ซาก้า, มาร์ติน โอเดการ์ด, กาเบรียล มาร์ติเนลลี่ และเอ็ดดี้ เอ็นเคเทียห์

แมนเชสเตอร์ ซิตี้ : เอแดร์ซอน (GK), ไคล์ วอร์คเกอร์, นาธาน อาเก้, รูเบน ดิอาส, แบร์นาโด้ ซิลวา, อิลคาย กุนโดกัน, โรดรี้, เควิน เดอ บรอยน์, ริยาด มาห์เรซ, เออร์ลิง ฮาแลนด์ และแจ็ก กรีลิช

ครึ่งแรก ฝั่งละประตูจากความผิดพลาด

เริ่มเกมในช่วงครึ่งเวลาแรกมาได้ 10 นาที เป็นผู้มาเยือนแมนเชสเตอร์ ซิตี้ ที่ดูท่าจะวูบวาบกว่า มีโอกาสป้วนเปี้ยนหน้าประตูเจ้าบ้านอยู่หลายครั้ง แต่เมื่อมีโอกาส อาร์เซนอลก็ใช้จังหวะสวนกลับและเก็บบอลจังหวะสอง ครองบอลทำเกมได้เป็นระยะ

แมนเชสเตอร์ซิตี้ อาร์เซนอล
ภาพจาก AFP

ประตูแรกของเกมเกิดจากความผิดพลาดและความยอดเยี่ยมในเวลาเดียวกัน ทาเคฮิโระ โทมิยาสุ จ่ายบอลคืนผู้รักษาประตูพลาด จากการกดดันของแจ็ก กรีลิช

เป็น “เควิน เดอ บรอยน์” ที่โฉบมาและยิงทันที บอลลอยข้ามหัว อารอน แรมสเดล ที่พยายามออกมารับ พาผู้มาเยือนออกนำไปก่อน 1-0 ประตู ในนาทีที่ 24

รูปเกมของทั้งคู่ไม่ได้แตกต่างกันมากนัก แต่ชี้วัดกันที่ความผิดพลาด โดยประตูขึ้นนำถือเป็นโอกาสเดียวของซิตี้ที่เกิดขึ้น

แมนเชสเตอร์ซิตี้ อาร์เซนอล
ภาพจาก AFP

จากนั้นเจ้าบ้านมาได้ลูกที่จุดโทษในจังหวะที่เอ็ดดี้ เอ็นเคเทียห์ โดนกระแทกจากเอแดร์ซอน แม้ในตอนแรก นาธาน อาเก้ จะเคลียร์บอลออกมาจากเส้นปากประตูแล้วก็ตาม

เป็น “บูกาโย ซาก้า” ที่สังหารเข้าไปอย่างเลือดเย็น ซัดนิ่ม ๆ ไปทางซ้ายมือของตัวเอง พาอาร์เซนอลกลับคืนสู่เกมที่ 1-1 ประตู ในนาทีที่ 42 เบิกประตูที่ 8 ของตัวเองในซีซั่นนี้ เรียกเสียงเชียร์กึกก้องเอมิเรตส์สเตเดียม

เจ้าบ้านเกือบถูกแซงอีกครั้งจากลูกฟรีคิกในช่วงท้ายครึ่งแรก ที่นาธาน อาเก้ โขกไปชนคานอย่างน่าเสียดาย ทำเกมยังคงจบลงด้วยสกอร์เดิม

ครึ่งหลังเรือใบทิ้งห่าง

กองเชียร์เจ้าบ้านมีใจหายไปตามกันเมื่อผ่าน 10 นาทีของครึ่งหลัง กาเบรียล มากัลเญส เสียท่าไปดึงเออร์ลิง ฮาแลนด์ ล้มในกรอบเขตโทษ ผู้ตัดสินเป่านกหวีดและให้เป็นลูกจุดโทษไปแล้ว โชคยังดีที่มี VAR ช่วยไว้ เนื่องจากฮาแลนด์ล้ำหน้าไปก่อน

อาร์เซนอลเกือบได้ประตูขึ้นนำในนาทีที่ 66 จากการปาดเข้าในของโทมิยาสุ แต่เอ็นเคเทียห์ เข้าชาร์จไม่ทัน พลาดไปอย่างหวุดหวิด

จากนั้นซิตี้ก็เกือบแซงในหลายจังหวะ ทั้งฟรีคิกที่แรมสเดลซองแตก แต่จอร์จินโญ่ก็ป้องกันการซ้ำดาบสองของอาคานจีไว้ได้ และอีกครั้งที่โอเล็กซานเดอร์ ซินเชนโก้ เสียบอลในเขตโทษตัวเอง แต่ซิตี้ก็ยังจบสกอร์ไม่สำเร็จ

แมนเชสเตอร์ซิตี้ อาร์เซนอล
ภาพจาก AFP

เรือใบสีฟ้าส่งคำเตือนเรื่องการจ่ายบอลของกองหลังอาร์เซนอลอยู่หลายครั้ง จนกระทั่งได้ประตูขึ้นนำ 2-1 ในที่สุด จากจังหวะที่กาเบรียล มากัลเญส เสียบอล เป็นฮาแลนด์ เล่นกับกุนโดกัน และจบที่ “แจ็ก กรีลิช” เป็นผู้สังหาร บอลผ่านมือแรมสเดลเข้าไปในนาทีที่ 72

เดอะกันเนอร์สยังจัดระเบียบเกมรับของตัวเองไม่ได้ และประตูที่ 3 ของเรือใบสีฟ้าก็เกิดขึ้น เป็นจังหวะรู้ใจกันของดาวซัลโวลีกอย่างฮาแลนด์ เล่นกับเดอ บรอยน์ คนที่แอสซิสต์มากที่สุดในลีก

แมนเชสเตอร์ซิตี้ อาร์เซนอล
ภาพจาก AFP

เดอบรอยน์ลากไปสุดเส้นและตบกลับมาให้ “ฮาแลนด์” จับหนึ่งจังหวะก่อนยิงจ่อ ๆ เข้าไป หลังจากไม่ยิงมา 3 นัด ส่งผู้มาเยือนทิ้งห่างเป็น 3-1 ประตู ในนาทีที่ 82

จบเกมทำอะไรกันเพิ่มไม่ได้ แมนเชสเตอร์ ซิตี้บุกมาชนะอาร์เซนอล ด้วยสกอร์ 3-1 ซึ่งเป็นการบุกมาชนะที่รังเอมิเรตส์ถึง 7 นัดติดต่อกัน โดยไม่เคยมีทีมใดทำได้

ความพ่ายแพ้ของอาร์เซนอลนัดนี้ ทำให้ซิตี้เก็บ 3 คะแนนสำคัญ มีแต้มเท่ากับอาร์เซนอลที่ 51 คะแนน และแซงขึ้นจ่าฝูงด้วยประตูได้เสียที่ดีกว่าถึง 10 ลูก แม้จะแข่งมากกว่าอาร์เซนอลอยู่ 1 เกมก็ตาม