ทป.เดินหน้าตามนโยบายไทยแลนด์ 4.0 จัดกิจกรรมจับคู่ธุรกิจ ดัน 6 สินค้าทรัพย์สินทางปัญญาต่อยอดธุรกิจสู่มือ “SCG Trading” พร้อมเผยผลสำเร็จ 1 เดือนหลังเปิดตัวอีมาร์เก็ตเพลซ “IP Mart” มีการเจรจาซื้อขายสำเร็จ 5 สินค้า “ส้มตำอบกรอบ” สินค้าท็อปฮิตติดชาร์ต
นายพิทักษ์ อุดมวิชัยวัฒน์ ผู้ตรวจราชการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา ได้จัดให้มีการเจรจาธุรกิจระหว่างผู้ประกอบการธุรกิจรายใหญ่จากบริษัทเอสซีจี เทรดดิ้ง จำกัด และผู้ประกอบการที่เป็นเจ้าของสินค้าที่มีทรัพย์สินทางปัญญา 6 สินค้าที่ได้รับการพัฒนาจากศูนย์ IDE (Innovation Driven Enterprise) เพื่อต่อยอดทางธุรกิจให้กับผู้ประกอบการที่มีนวัตกรรม ถือเป็นหนึ่งนโยบายของรัฐบาลในการส่งเสริมการใช้นวัตกรรมขับเคลื่อนเศรษฐกิจตามหลักไทยแลนด์ 4.0 โดยหลังจากนี้จะมีการประสานไปยังผู้ประกอบการรายอื่นเพื่อเจรจาซื้อขายทรัพย์สินทางปัญญาที่ได้รับการส่งเสริมจากศูนย์ IDE
สำหรับผู้ประกอบการที่เข้าร่วมการจับคู่ธุรกิจครั้งนี้ 6 สินค้า ได้แก่ 1) ซีเมนต์กระดูกที่สลายตัวได้สำหรับการทดแทนกระดูก ซึ่งเป็นผลงานของศิริรัตน์ทับสูงเนิน 2) คลาสคาร่าอัดลม โดยรัฐศรันย์ พีรพงศ์เดชา 3) N-save ช่วยให้เครื่องปรับอากาศเย็นจัด ประหยัดค่าไฟฟ้า และใส่ใจโลก เป็นผลงานของ บริษัท เอ็นอาร์จีเอ็ม จำกัด 4) ส้มตำแปรรูป โดยบริษัท เอ็ม.ที.เกษตรแปรรูป จำกัด 5) ผงมะพร้าวน้ำหอม โดย รศ.ดร.จินดาวรรณ สิรันทวิเนติ และ 6) แผ่นดูดซับคราบน้ำมันจากวัสดุเส้นใยนาโนธรรมชาติจากดอกธูปฤๅษี โดยอภิลักษณ์ เอียดเอื้อ
นายพิทักษ์กล่าวเพิ่มเติมว่า หลังจากกรมทรัพย์สินทางปัญญาได้พัฒนา IP Mart เป็นตลาดกลางในการเชื่อมโยงกลไก ส่งเสริมและสนับสนุนให้เอสเอ็มอี และวิสาหกิจชุมชนใช้ประโยชน์จากทรัพย์สินทางปัญญา รวมทั้งนวัตกรรมเพื่อนำไปสร้างผลิตภัณฑ์หรือขยายธุรกิจ ซึ่งจะช่วยลดการนำเข้าเทคโนโลยีจากต่างประเทศ โดยเปิดให้สามารถซื้อขายสินค้าที่มีนวัตกรรมและได้รับการจดทะเบียนคุ้มครองทรัพย์สินทางปัญญาผ่านเว็บไซต์ www.thaiipmart.com หรือแอปพลิเคชั่นมือถือบนระบบปฏิบัติการ Android และ iOS ในช่วงเวลา1 เดือนนับตั้งแต่เดือนมกราคม-กุมภาพันธ์ 2561 เป็นต้นมาจนถึงขณะนี้มีสินค้ามาจำหน่าย 579 รายการ และมีการซื้อขายแล้วเป็นผลสำเร็จ 5 รายการ
สำหรับสินค้าที่ได้รับความนิยมสูงสุด 10 อันดับแรก ได้แก่ ส้มตำอบกรอบ ซึ่งเป็นผลงานทรัพย์สินทางปัญญา, กรอสซี่ ส้มซ่า ลิปแคร์, ข้าวหอมมะลิทุ่งกุลาร้องไห้ (ลุงบุญมี) ซึ่งได้รับการจดทะเบียนสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ (GI), เครื่องดื่มวุ้นขั้วโลกซึ่งเป็นผลงานทรัพย์สินทางปัญญา, BonusPAD ซึ่งเป็นผลงานทรัพย์สินทางปัญญา, ระบบให้ความร้อนอัตโนมัติของลูกประคบสมุนไพร ซึ่งเป็นผลงานนวัตกรรม, หลังคากันความร้อนด้วยวัสดุนาโน (nanoroof) ซึ่งเป็นผลงานนวัตกรรม, สูตรอาหารสำหรับเลี้ยงผึ้ง (bee pollens) ซึ่งเป็นผลงานนวัตกรรม, บาล์มนวดกระชับผิวที่มีส่วนผสมของสารสกัดชา ซึ่งเป็นผลงานสิทธิบัตร/อนุสิทธิบัตร และโปรแกรมประยุกต์บนอุปกรณ์สื่อสารชนิดพกพา ซึ่งเป็นผลงานด้านลิขสิทธิ์ เป็นต้น
ทั้งนี้ การจัดทำตลาดกลางด้านทรัพย์สินทางปัญญาออนไลน์ IP Mart ถือเป็นการนำงานวิจัยจากหิ้งสู่ห้าง เพราะที่ผ่านมานักวิชาการที่ทำงานวิจัยเพื่อนำไปพัฒนาต่อยอดความรู้ทางวิชาการเป็นหลักแต่ไม่ได้นำมาใช้ประโยชน์ในการต่อยอดทางธุรกิจ เหมือนเก็บไว้บนหิ้ง กรมจึงเป็นตัวกลางในการเชื่อมโยงตลาด เป็น “e-Market place” ให้คล้ายอาลีบาบา เชื่อมโยงกับผู้ซื้อรายใหญ่ ซึ่งได้หารือกับทางบริษัท มิตรผล ซีพีเอฟ เอสซีจี สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย สภาหอการค้าแห่งประเทศไทย พร้อมทั้งประสานเรื่องการขอสินเชื่อผ่าน พ.ร.บ.หลักประกันทางธุรกิจ ของกรมพัฒนาธุรกิจการค้า และสถาบันการเงิน เช่น เอสเอ็มอีแบงก์
ด้านนายบรรณ เกษมทรัพย์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท เอสซีจี เทรดดิ้ง จำกัด เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า อยู่ระหว่างการพิจารณาและเจรจาในรายละเอียดกับผู้ประกอบการที่เป็นเจ้าของนวัตกรรมที่นำมาเสนอ 2-3 ราย คาดว่าจะได้ข้อสรุปเร็ว ๆ นี้ ทั้งนี้เอสซีจี มีนโยบายที่มุ่งจะส่งเสริมการทำตลาดสินค้านวัตกรรมที่อยู่นอกกลุ่ม SGC(non-SGC) เพื่อสร้างโอกาสทางการค้าให้กับผู้ประกอบการไทยมากขึ้น