เมื่อเวลา 13.30 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล นายณัฐพร จาตุศรีพิทักษ์ โฆษกประจำรองนายกรัฐมนตรี ฝ่ายเศรษฐกิจ แถลงผลการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ว่า ครม.มีมติเห็นชอบร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) หลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ฉบับที่ ..) พ.ศ. …. (ชุดยกระดับการกำกับดูแลตลาดทุนให้เป็นไปตามมาตรฐานสากล) สาระสำคัญ 7 ประการ ได้แก่ 1.ปรับปรุงบทนิยามของการประกอบธุรกิจหลักทรัพย์ หลักเกณฑ์ในการประกอบธุรกิจหลักทรัพย์ เพื่อให้เกิดความยืดหยุ่นและครอบคลุมมากขึ้น เช่น บริการทางการเงินอิเล็กทรอนิกส์ (Fin Tech ) สกุลเงินดิจิทัล บางบริษัทยังสามารถเข้ามาร่วมใน Inventory sandbox ได้ และการกำหนดทุนจดทะเบียนขั้นต่ำประเภทต่างให้เป็นอำนาจคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) เช่น สตาร์ทอัพ 2.ให้เป็นอำนาจของ ก.ล.ต. เพิ่มช่องทางการจัดประชุมผู้ถือหุ้นของบริษัทจดทะเบียนในกรณีที่ไม่สามารถใช้กลไกปกติในการบริหารจัดการบริษัทได้
3.เพิ่มความรับผิดชอบและกลไกตรวจสอบดูแลการบริหารจัดการกองทุนรวมของบริษัทหลักทรัพย์ด้วยความซื่อสัตย์สุจริตและรักษาผลประโยชน์ของผู้ถือหน่วยลงทุน 4.ปรับปรุงเกี่ยวกับการกำกับดูแลตลาดหลักทรัพย์ให้เป็นไปตามมาตรฐานสากล
5. ให้อำนาจ ก.ล.ต.อนุญาตให้สมาชิกตลาดหลักทรัพย์ ซื้อขายหลักทรัพย์จดทะเบียนนอกตลาดหลักทรัพย์ได้ และสามารถประกาศให้บุคคลอื่นที่มิใช่บริษัทที่ออกหลักทรัพย์นำหลักทรัพย์ซึ่งจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ต่างประเทศที่ได้รับการรับรองจาก ก.ล.ต.มาจดทะเบียนซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ของไทยได้
6.กำหนดให้มีการจัดตั้งกองทุนส่งเสริมการพัฒนาตลาดทุน (CMDF) เบื้องต้นมูลค่ากองทุน 5,700 ล้านบาทและส่ง 90 % ของกำไรของตลาดหลักทรัพย์มายังกองทุนทุกปี เป็นนิติบุคคลและอิสระจากตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) และ 7.เพิ่มประสิทธิภาพความชัดเจนและความโปร่งใสในการดำเนินงานของ ก.ล.ต.โดยต้องเสนอแผนการบริหารตลาดทุนต่อกระทรวงการคลังทุกปี