เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
‘เซ็นทารา’ เสริมพอร์ต 4 ดาว ส่งแบรนด์ ‘เซ็นทาราไลฟ์’ ปักหมุดราชบุรี
Business ‘เซ็นทารา’ เสริมพอร์ต 4 ดาว ส่งแบรนด์ ‘เซ็นทาราไลฟ์’ ปักหมุดราชบุรี
‘โจ้-ธนา’ จัดเวทีโหวต Agree-Disagree Gen Z ทำไมคิดต่าง
SD ‘โจ้-ธนา’ จัดเวทีโหวต Agree-Disagree Gen Z ทำไมคิดต่าง
ผังเมืองใหม่-เมกะโปรเจ็กต์ บูม ‘ดอนเมือง’ ฮับอสังหาฯหรู
Real Estate ผังเมืองใหม่-เมกะโปรเจ็กต์ บูม ‘ดอนเมือง’ ฮับอสังหาฯหรู
มท.ชงแล้วใช้งบ 7.5 หมื่นล้าน “ติดโซลาร์รูฟท็อป” 1.5 ล้านครัวเรือน ยันไร้ฮั้วล็อกสเป็ก
Politics มท.ชงแล้วใช้งบ 7.5 หมื่นล้าน “ติดโซลาร์รูฟท็อป” 1.5 ล้านครัวเรือน ยันไร้ฮั้วล็อกสเป็ก
เอทิฮัด-จีน-เกาหลี แห่เสริมทัพไฮซีซันเชียงใหม่ ดันผู้โดยสารพุ่ง 9.97 ล้านคน
เศรษฐกิจภูมิภาค เอทิฮัด-จีน-เกาหลี แห่เสริมทัพไฮซีซันเชียงใหม่ ดันผู้โดยสารพุ่ง 9.97 ล้านคน
ททท.ปักหมุดสวนสามพรานจัดงาน Amazing Green Fest ต่อยอดกระแสกรีนทัวร์ริซึ่ม สร้างท่องเที่ยวยั่งยืน
Business ททท.ปักหมุดสวนสามพรานจัดงาน Amazing Green Fest ต่อยอดกระแสกรีนทัวร์ริซึ่ม สร้างท่องเที่ยวยั่งยืน
แอ๊ดคาราบาว บันทึกถึง “เจ้าสัวธนินท์” เพื่อน ครู มิตรภาพตลอดกาล
News แอ๊ดคาราบาว บันทึกถึง “เจ้าสัวธนินท์” เพื่อน ครู มิตรภาพตลอดกาล
อ.เชน ชี้ 5 ความหวังพลิกโฉมการศึกษาไทย – สร้างคน ความรู้ นวัตกรรม
Politics อ.เชน ชี้ 5 ความหวังพลิกโฉมการศึกษาไทย – สร้างคน ความรู้ นวัตกรรม
ชวน ชี้ ‘องค์กรอิสระ’ ถูกการเมืองแทรกแซง แนะอย่าลังเล-ซื่อสัตย์เพื่อชาติ
Politics ชวน ชี้ ‘องค์กรอิสระ’ ถูกการเมืองแทรกแซง แนะอย่าลังเล-ซื่อสัตย์เพื่อชาติ
‘ยุติธรรม’ เผยช่วยเหยื่อออนไลน์ตามเงินคืน 130 ล้าน ไกล่เกลี่ยหนี้ลดภาระกว่า 5,000 ล้าน
News ‘ยุติธรรม’ เผยช่วยเหยื่อออนไลน์ตามเงินคืน 130 ล้าน ไกล่เกลี่ยหนี้ลดภาระกว่า 5,000 ล้าน
ดูทั้งหมด

ดอลลาร์อ่อนค่า หลังเฟดขึ้นดอกเบี้ย 0.25% ตามคาด

24 มี.ค. 2566 | 19:28น.
ดอลลาร์

ดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่า หลังเฟดขึ้นดอกเบี้ย 0.25% ตามคาด พร้อมกับส่งสัญญาณใกล้ยุติวงจรการปรับขึ้นดอกเบี้ย เชื่อมั่นระบบธนาคารสหรัฐ

ฝ่ายค้าเงินตราต่างประเทศ ธนาคารกรุงเทพ รายงานว่า ภาวะการณ์เคลื่อนไหวของตลาดปริวรรตเงินตราประจำวันที่ 20-24 มีนาคม 2566 ค่าเงินดอลลาร์เปิดตลาดในเช้าวันจันทร์ (20/3) ที่ระดับ 34.03/05 บาท/ดอลลาร์สหรัฐฯ แข็งค่าจากระดับปิดตลาดเมื่อวันศุกร์ (17/3) ที่ระดับ 34.22/24 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ

ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐ ปรับตัวอ่อนค่าลง หลังจากธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย 0.25% ตามคาด พร้อมกับส่งสัญญาณใกล้ยุติวงจรการปรับขึ้นดอกเบี้ย

ซึ่งคณะกรรมการกำหนดนโยบายการเงิน (FOMC) ของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) มีมติเป็นเอกฉันท์ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยระยะสั้น 0.25% สู่ระดับ 4.75-5.00% ในการประชุม ซึ่งเป็นไปตามที่ตลาดคาดการณ์ไว้ และเป็นการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเป็นครั้งที่ 9 ติดต่อกัน นับตั้งแต่ที่เฟดเริ่มวัฏจักรปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในเดือน มี.ค. 2565

เฟดใกล้ยุติวงจรปรับขึ้นดอกเบี้ย

อย่างไรก็ดี เฟดส่งสัญญาณใกล้ยุติวงจรปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย ขณะที่แสดงความเชื่อมั่นต่อระบบธนาคารสหรัฐ ในการคาดการณ์อัตราดอกเบี้ยนโยบาย (Dot Plot) เจ้าหน้าที่เฟดคาดว่าเฟดจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยสูงสุดสู่ระดับ 5.1% ในปีนี้ ซึ่งบ่งชี้ว่าเฟดจะปรับขึ้นอีกเพียง 1 ครั้ง หลังการประชุมครั้งนี้ เฟดจะปรับลดอัตราดอกเบี้ย 0.8% ในปี 2567 และ 1.2% ในปี 2568

ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่เฟดคาดการณ์ว่าอัตราดอกเบี้ยจะแตะระดับ 5.1% ในปีนี้ และชะลอตัวสู่ 4.3% ในปี 2567 และ 3.1% ในปี 2568 ขณะที่อัตราดอกเบี้ยระยะยาวอยู่ที่ 2.5% นอกจากนี้ เฟดคาดว่าอัตราว่างงานจะแตะระดับ 4.5% ในปีนี้ และเพิ่มขึ้นสู่ระดับ 4.6% ทั้งในปี 2567 และ 2568 ขณะที่อัตราว่างงานระยะยาวอยู่ที่ 4.0%

ขณะเดียวกัน เฟดคาดว่าเศรษฐกิจสหรัฐจะมีการขยายตัว 0.4% ในปีนี้ ลดลงจากคาดการณ์ก่อนหน้านี้ที่ระดับ 0.5% ก่อนที่จะดีดตัวสู่ระรดับ 1.2% และ 1.9% ในปี 2567 และ 2568 ตามลำดับ ขณะที่อัตราการขยายตัวในระยะยาวอยู่ที่ระดับ 1.8%

สำหรับปัจจัยภายในประเทศ ที่ปรึกษาสภาผู้ส่งสินค้าทางเรือแห่งประเทศไทย (สรท.) พร้อมคณะได้เข้าพบผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เพื่อหารือและแลกเปลี่ยนข้อมูลในประเด็นสถานการณ์ค่าเงินบาทที่อาจส่งผลต่อความเชื่อมั่นของผู้ประกอบการส่งออก-นำเข้าสินค้า และแนวทางการลดผลกระทบจากความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยน

อีกทั้ง Economic Intelligence Center (EIC) ธนาคารไทยพาณิชย์ ปรับเพิ่มประมาณการเศรษฐกิจไทยปี 2566 เป็นขยายตัว 3.9% (เดิม 3.4%) โดยมีแรงขับเคลื่อนจากภาคท่องเที่ยว และภาคบริการที่ฟื้นตัวดีขึ้น อีกทั้งธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ได้ติดตามสถานการณ์ปัญหาของธนาคารในสหรัฐและยุโรปอย่างใกล้ชิดและประเมินว่าผลกระทบจากเหตุการณ์ข้างต้นต่อระบบการเงินไทยมีจำกัด เนื่องจากธุรกิจของภาคธนาคารและกองทุนประเภทต่าง ๆ อยู่ในระดับต่ำ

ในขณะเดียวกันการกำกับดูแลธนาคารพาณิชย์ไทยเป็นไปตามมาตรฐานสากลที่เข้มงวด โดยมีการบังคับใช้เกณฑ์ด้านเงินกองทุนและสภาพคล่องกับธนาคารทุกแห่ง อ้างอิงจากข้อมูล ณ สิ้นปี 2565 ภาพรวมระบบธนาคารพาณิชย์ไทยมีความมั่นคง มีการดำรงอัตราส่วนเงินกองทุนต่อสินทรัพย์เสี่ยงสูงกว่าเกณฑ์ขั้นต่ำที่กำหนด สินทรัพย์สภาพคล่องเพื่อรองรับกระแสเงินสดที่อาจไหลออกไปในภาวะวิกฤตยังอยู่นระดับสูง และมีปริมาณหนี้ด้อยคุณภาพในระดับต่ำ

คลังคาดเศรษฐกิจไทยปีนี้ขยายตัวได้ 3-4%

ขณะที่นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รมว.คลังคาดว่าเศรษฐกิจไทยในปี 2566 จะขยายตัวได้ 3-4% จากภาคการท่องเที่ยว โดยนักท่องเที่ยวต่างชาติที่เดินทางเข้าไทยทั้งปี คาดว่าจะอยู่ที่ราว 25-30 ล้านคน ในขณะเดียวกันปัญหาหนี้ครัวเรือนที่อยู่ในระดับสูงยังมีความน่าเป็นห่วง ซึ่งจะกดดันการจับจ่ายใช้สอยของประชาชนในระดับฐานราก ประกอบกับทิศทางดอกเบี้ยนโยบายที่ยังปรับขึ้น

โดยนักวิเคราะห์คาดว่าการประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) ในวาระถัดไปจะปรับขึ้นดอกเบี้ยอีก 0.25% ทั้งนี้ในระหว่างสัปดาห์ค่าเงินบาทเคลื่อนไหวโดยรวมในทิศทางที่แข็งขึ้นเมื่อเทียบกับดอลลาร์อยู่ในกรอบระหว่าง 33.91-34.56 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ และปิดตลาดในวันศุกร์ (24/3) ที่ระดับ 34.13/14 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ

สำหรับการเคลื่อนไหวของค่าเงินยูโร ค่าเงินยูโรเปิดตลาดในเช้าวันจันทร์ (20/3) ที่ระดับ 1.0687/91 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร แข็งค่าจากระดับปิดตลาดเมื่อวันศุกร์ (17/3) ที่ระดับ 1.0642/46 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร ค่าเงินยูโรแข็งค่าขึ้นจากการอ่อนค่าของดอลลาร์สหรัฐ โดยดัชนีราคาผู้บริโภคเดือนกุมภาพันธ์ของสหภาพยุโรป ออกมาอยู่ที่ระดับ 8.5% ย่อตัวลงจากเดือนก่อนหน้าที่ระดับ 8.6% ส่วนดัชนีราคาผู้ผลิต (PPI) เดือนกุมภาพันธ์ของเยอรมนี จะปรับตัวลดลง 0.3% จากที่คาดว่าจะปรับตัวลดลง 0.5%

นอกจากนี้ตลาดในช่วงต้นสัปดาห์ยังค่อนข้างผันผวน ซึ่งสาเหตุหลักมาจากการ write off ตราสารหนี้ของธนาคารเครดิตสวิส ซึ่งเป็นตราสารหนี้ที่สามารถแปลงสภาพหนี้เป็นหุ้นสามัญ และนับเป็นเงินกองทุนขั้นที่ 1 (Additional 1 : AT1) มูลค่า 1.73 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ ถูกตัดเป็นศูนย์ และยังมีธนาคารอื่นในยุโรปที่มีตราสารหนี้ประเภทนี้ ทำให้นักลงทุนกลัวว่าจะเป็นปัญหากลายเป็นต่อเนื่องกับสถาบันการเงินต่าง ๆ จากความเสี่ยงในการถือตราสารหนี้นี้

นักลงทุนคลายความกังวลปัญหาธนาคารเครดิต สวิส

อย่างไรก็ดี นักลงทุนคลายความวิตกกังวลเกี่ยวกับปัญหาสภาพคล่องของธนาคารเครดิต สวิส (Credit Suisse) ภายหลังการประกาศเข้าซื้อกิจการโดยธนาครยูบีเอส (Union Bank ofmSwitzerland) ขณะที่สถาบัน ZEW เปิดเผยรายงานดัชนีความเชื่อมั่นทางเศรษฐกิจของยุโรปเดือนมีนาคมอยู่ที่ระดับ 10.0 ต่ำกว่าที่คาดการณ์ที่ระดับ 16.0 และเดือนก่อนหน้า 29.7 โดยดัชนีความเชื่อมั่นทางเศรษฐกิจของเยอรมนีอยู่ที่ระดับ 13.0 ต่ำกว่าที่คาดการณ์ที่ระดับ 17.1 และเดือนก่อนหน้า 28.1 ส่งสัญญาณว่ามุมมองเศรษฐกิจยุโรปและเยอรมนียังคงไม่สู้ดีนัก

ขณะที่ในวันพฤหัสบดี (23/3) ค่าเงินยูโรปรับตัวแข็งค่าขึ้น หลังนางคริสติน ลาการ์ด ประธานธนาคารกลางยุโรป (ECB) ระบุว่า เงินเฟ้อยังคงอยู่ในระดับสูง นอกจากนี้นายโยอาคิม นาเจล ประธานธนาคารกลางเยอรมนี กล่าวให้สัมภาษณ์กับหนังสือพิมพ์ไฟแนนเชียลไทม์สว่า ผู้กำกับนโยบายของยูโรโซนต้อง “ดึงดัน” เดินหน้าขึ้นดอกเบี้ยต่อไปเพื่อต่อสู้กับภาวะเงินเฟ้อ

ความเห็นดังกล่าวมีขึ้นหลังจากธนาคารกลางยุโรป (ECB) มีมติปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย 0.50% สู่ระดับ 3.50% เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา ทั้งนี้ระหว่างสัปดาห์นี้ค่าเงินยูโรเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบระหว่าง 1.0630-1.0929 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร และปิดตลาดในวันศุกร์ (24/3) ที่ระดับ 1.0731/36 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร

สำหรับการเคลื่อนไหวของค่าเงินเยน ค่าเงินเยนเปิดตลาดในเช้าวันจันทร์ (20/3) ที่ระดับ 132.48/49 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ แข็งค่าจากระดับปิดตลาดเมื่อวันศุกร์ (17/3) ที่ระดับ 133.16/21 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ ค่าเงินเยนแข็งค่าขึ้นจากการอ่อนค่าของดอลลาร์สหรัฐ โดยดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับสกุลเงินหลัก ๆ โดยถูกกดดันจากการที่อัตราผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐปรับตัวลง และการเปิดเผยข้อมูลเศรษฐกิจที่อ่อนแอของสหรัฐ อีกทั้งความกังวลด้านสถานะทางการเงินของสถาบันการเงินและธนาคารต่าง ๆ ในสหรัฐได้หนุนให้มีแรงเข้าซื้อสินทรัพย์ปลอดภัย เช่น ทองคำ และเงินเยน

เงินเฟ้อพื้นฐานญี่ปุ่น(core-CPI) ชะลอตัว

ขณะที่ในวันศุกร์ (24/3) กระทรวงกิจการภายในและการสื่อสารของญี่ปุ่นรายงานว่า ดัชนีราคาผู้บริโภคพื้นฐาน (core-CPI) ซึ่งไม่รวมราคาอาหารสด แต่รวมราคาน้ำมันและเป็นมาตรวัดเงินเฟ้อที่สำคัญของญี่ปุ่น ปรับตัวขึ้น 3.1% ในเดือน ก.พ. เมื่อเทียบเป็นรายปี ซึ่งชะลอตัวลงจากระดับ 4.2% ในเดือน ม.ค. ซึ่งเป็นระดับสูงสุดในรอบ 41 ปี

อย่างไรก็ดี ดัชน CPI พื้นฐานยังคงอยู่สูงกว่าเป้าหมายเงินเฟ้อของธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ) ที่ระดับ 2% ติดต่อกันเป็นเดือนที่ 11 ซึ่งอาจจะกดดันให้ BOJ ตัดสินใจยกเลิการใช้นโยบายผ่อนคลายทางการเงินเป็นพิเศษ (Ultraloose Monetary Easing Policy) ภายใต้การบริหารของผู้ว่าการ BOJ คนใหม่ซึ่งจะเริ่มทำหน้าที่ในเดือน เม.ย.นี้

กระทรวงระบุว่าดัชนี CPI พื้นฐานชะลอตัวลงเป็นครั้งแรกในรอบ 13 เดือน เนื่องจากผลกระทบของนโยบายอุดหนุนของรัฐบาลญี่ปุ่นที่มีเป้าหมายลดการใช้จ่ายด้านสาธารณูปโภค โดยหากไม่มีผลกระทบดังกล่าวก็คาดว่าดัชนี CPI พื้นฐานเดือน ก.พ.อาจจะขยายตัวที่ระดับ 4.2% เช่นเดียวกับในเดือน ม.ค. ค่าเงินเยนเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบระหว่าง 129.92-133.00 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ และปิดตลาดในวันศุกร์ (24/3) ที่ระดับ 129.78/80 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ