ทูตไทยขึ้นแท่น ปธ.คณะระงับข้อพิพาท WTO สานต่อเลือกตั้งคณะลูกขุนเร่งสางคดีร้อนค้างท่อ 500 เคส หลัง “สหรัฐ” เปิดเกมป่วน WTO
ผู้สื่อข่าว “ประชาชาติธุรกิจ” รายงานว่า นางสาวสุนันทา กังวาลกุลกิจ เอกอัครราชทูตคณะผู้แทนถาวรไทยประจำองค์การการค้าโลก (WTO) และองค์การทรัพย์สินทางปัญญาโลก ประจำ ณ นครเจนีวา ตั้งแต่ปีที่ผ่านมาล่าสุดได้รับแต่งตั้งเป็นประธานคณะกรรมการด้านการระงับข้อพิพาทแห่ง WTO หรือ WTO Dispute Settlement Body (DSB) หลังชนะผู้ลงสมัครเลือกตั้งอีก 4 คนจากฮ่องกง, ซาอุดีอาระเบีย, คาซัคสถาน และญี่ปุ่น ถือเป็นผู้แทนผู้หญิงไทยคนแรกที่ได้รับตำแหน่งนี้ โดยมีวาระการดำรงตำแหน่ง 1 ปีนับจากวันที่ 7 มี.ค. 2561 หลังจากนั้นจะถูกเลื่อนให้เป็นประธานคณะ General Council โดยอัตโนมัติ และมีวาระดำรงตำแหน่งอีก 1 ปี
นางสาวสุนันทา เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า การระงับข้อพิพาทถือเป็น 1 ใน 3 ภารกิจหลักของ WTO นอกจากเรื่องการเจรจาความตกลงภายใต้ WTO และการตรวจสอบการปฏิบัติตามพันธกรณีภายใต้ WTO สำหรับภารกิจหลักหลังเข้ารับตำแหน่งคือ ดูแลจัดการเลือกตั้งคณะลูกขุนในองค์กรอุทธรณ์ (Appellatte Body) คนใหม่ ขึ้นมาแทนลูกขุนที่หมดวาระ 3 คนจากทั้งหมด7 คน และกำลังจะหมดวาระอีก 1 คนในเดือนกันยายนนี้ เพื่อให้ลูกขุนใหม่ทำหน้าที่พิจารณาคดีอุทธรณ์จากจำนวนคดีข้อพิพาทใน WTO ที่ค้างอยู่ทั้งหมด 500 คดี
“คณะกรรมการชุดนี้ไม่มีหน้าที่ตัดสินคดีที่เป็นข้อพิพาทใน WTO แต่มีหน้าที่ดูแลคำตัดสินที่ต้องส่งให้สมาชิกพิจารณาให้การยอมรับ และการหารือกันเพื่อดำเนินการคัดเลือกแอปเพลเลตบอดี้ ซึ่งประเด็นนี้เป็นเรื่องใหญ่ระหว่างประเทศที่มีการหารือทั้งระดับรัฐมนตรี และระดับเจ้าหน้าที่ว่าจะหาทางออกอย่างไร เพราะปกติลูกขุนหมดวาระจำเป็นต้องเลือกตั้งทันที หากยืดเยื้อไปจะส่งผลต่อคดีคั่งค้างที่มีอยู่ หากผ่านการพิจารณาชั้นต้น (panel) แล้วจะไม่สามารถเดินหน้าอุทธรณ์คดีได้ เพราะไม่มีผู้พิพากษา จะเป็นผลร้ายกับระบบทั้งหมด โดยเฉพาะผลกระทบต่อประเทศกำลังพัฒนา เพราะ WTO ถือเป็นองค์กรที่ทำหน้าที่ให้ความยุติธรรมกับสมาชิกกว่า 164 ประเทศ โดยเฉพาะกลุ่มประเทศกำลังพัฒนาซึ่งไม่มีเวทีอื่น”
นางสาวสุนันทากล่าวต่อไปว่า ที่ผ่านมาไทยใช้การระงับข้อพิพาทมากพอสมควร เพราะถูกบางประเทศใช้มาตรการแล้วมากระทบการค้าของไทย จึงต้องใช้การระงับข้อพิพาท เพื่อสร้างความเป็นธรรมทางการค้า ปัจจุบันไทยมีจำนวนคดีที่ยื่นขอระงับข้อพิพาทใน WTO รวม 17 คดี เป็นคดีที่ฝ่ายไทยยื่นฟ้อง 13 คดี แบ่งเป็นการยื่นฟ้องสหภาพยุโรป (อียู) 5 คดี และยื่นฟ้องสหรัฐ 5 คดี ส่วนที่เหลือเป็นประเทศอื่น ๆ ส่วนที่ไทยถูกฟ้องมี 4 คดี อาทิ คดีบุหรี่ ซึ่งฟิลิปปินส์ยื่นฟ้องไทย, เหล็กเอชบีม ซึ่งฮังการียื่นฟ้องไทย เป็นต้น
แหล่งข่าวจากวงการการค้าโลก กล่าวว่า ปัญหาการพิจารณาคดีในชั้นอุทธรณ์ของ WTO ชะงัก กลายเป็นประเด็นร้อนในเวทีการค้าระหว่างประเทศ เพราะทราบกันดีว่า DSB ถือว่ามีความเข้มแข็ง และทำงานได้มีประสิทธิภาพที่สุด มีหลักการดำเนินงาน และไทม์เฟรมชัดเจน โดยแบ่งการพิจารณาเป็นระดับศาลชั้นต้น (panel) และศาลอุทธรณ์ แต่หลังจากคณะลูกขุนชั้นอุทธรณ์ซึ่งมี 7 คน หมดวาระไป 3 คน แต่ไม่สามารถเลือกตั้งลูกขุนใหม่ขึ้นมาแทนได้ทันที ทำให้คดีค้างท่อต้องชะงักไปด้วย สาเหตุสำคัญเป็นผลจากนโยบายสหรัฐ ทำให้เกิดข้อกังวลว่ามาตรการต่าง ๆ ที่ออกมาจะเป็นอุปสรรคต่อการค้าหรือไม่ และที่สำคัญสหรัฐมีท่าทีที่ค่อนข้างจะ “ไม่ยอมรับ” ผลการตัดสิน WTO เพราะคดีใน WTO ส่วนใหญ่เกี่ยวข้องกับสหรัฐ จึงขวางไม่ให้มีกระบวนการเลือกคณะผู้พิพากษาศาลอุทธรณ์ใหม่ขึ้นมาแทนคนที่ครบวาระ โดยอาศัยช่องที่ว่าตามหลักการของ WTO กำหนดว่าการดำเนินการทุกอย่างจะต้องมี “ฉันทามติ” (concensus) จากสมาชิกทั้งหมด ดังนั้นเมื่อสหรัฐค้านเพียงประเทศเดียวก็ไม่สามารถเลือกตั้งลูกขุนใหม่ได้ ทั้งที่ต้องเลือกทันทีที่ครบวาระ