“เอจีพี” ญี่ปุ่นรุดเอ็มโอยูสบพ. ร่วมพัฒนาบุคลากรการบิน
“เอจีพี คอร์ปอเรชั่น” ผนึก สบพ. เซ็นเอ็มโอยูร่วมพัฒนาบุคลากรด้านการบิน เผยจัดทำหลักสูตรช่างบำรุงรักษาอุปกรณ์ภาคพื้น พร้อมจ่อร่วมจัดตั้งศูนย์ฝึกอบรมบุคลากรด้านการบินฯ อู่ตะเภาในอนาคต
นายเออิจิ ยามากุจิ ประธานและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร เอจีพี คอร์ปอเรชั่น บริษัทร่วมทุนระหว่างบริษัท มิตซูบิชิ สายการบินออลนิปปอน แอร์เวย์ และสายการบินเจแปน แอร์ไลน์ เปิดเผยว่า บริษัทได้ลงนามบันทึกความเข้าใจ (เอ็มโอยู) ด้านการพัฒนาบุคลากรด้านการบินกับสถาบันการบินพลเรือน (สบพ.) ซึ่งไทยถือเป็นประเทศแรกที่บริษัทให้ความร่วมมือและสนับสนุน
โดยมองว่าไทยเป็นประเทศที่ญี่ปุ่นมีพื้นฐานการลงทุนที่ดีอยู่แล้วในหลาย ๆ อุตสาหกรรม ส่วนการจัดตั้งศูนย์ฝึกอบรมบุคลากรด้านการบินและอวกาศอู่ตะเภานั้นจะพิจารณาร่วมกับ สบพ.ต่อไปในอนาคต
ด้านนายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม กล่าวว่า ความร่วมมือระหว่าง เอจีพี และ สบพ.จะช่วยผลักดันให้มีแรงงานเกี่ยวข้องกับการบินเพียงพอต่อความต้องการของตลาดการบินและโลจิสติกส์ของไทยในอนาคต เนื่องจากเอจีพีเป็นผู้ให้บริการสนับสนุนงานด้านการบริการภาคพื้นในท่าอากาศยานของประเทศญี่ปุ่นกว่า 99 ท่าอากาศยาน เชี่ยวชาญด้านการให้บริการอุปกรณ์สนับสนุนภาคพื้น และอุปกรณ์ในอาคารผู้โดยสาร มีผลงานเป็นที่ยอมรับในระดับสากล
โดยมีแผนที่จัดทำหลักสูตรร่วมกัน เพื่อเพิ่มโอกาสให้แก่นักศึกษา สบพ. และผู้สำเร็จการศึกษาระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง (ปวส.) ในสาขาวิชาที่เกี่ยวข้องเข้ามาศึกษาต่อในหลักสูตรช่างบำรุงรักษาอุปกรณ์ภาคพื้น โดยมีระยะเวลาฝึกอบรม 1 ปี คาดว่าในช่วงเริ่มแรกจะผลิตบัณฑิตได้ 60 คน และเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ ตามความต้องการตลาดต่อไป
สำหรับการพัฒนาบุคลากรด้านการบินนั้นถือเป็นหนึ่งในโครงการสำคัญรองรับการพัฒนาท่าอากาศยานอู่ตะเภาเป็นท่าอากาศยานนานาชาติแห่งที่ 3 ของประเทศ โดยหวังว่าจะช่วยดึงดูดให้คนเข้ามาลงทุนในพื้นที่ท่าอากาศยานอู่ตะเภา ซึ่งจะเป็นศูนย์กลางการซ่อมบำรุงอากาศยานของภูมิภาค และศูนย์กลางการผลิตชิ้นส่วนอากาศยานในอนาคต เพื่อรองรับการเติบโตด้านอุตสาหกรรมการบินของเอเชีย-แปซิฟิก ซึ่งเป็นภูมิภาคที่อุตสาหกรรมการบินเจริญ
เติบโตอย่างรวดเร็ว นายชิโระ ซาโดะชิมะ เอกอัครราชทูตญี่ปุ่นประจำประเทศไทย กล่าวเสริมว่า ด้วยความสัมพันธ์อันดีของรัฐบาลไทยและญี่ปุ่นที่มีมายาวนาน เราได้รับทราบว่ารัฐบาลไทยได้เชิญชวนให้ชาวต่างชาติเข้ามาลงทุนและดำเนินงานในพื้นที่อีอีซีด้วย แต่การดำเนินงานที่ผ่านมาพบว่ายังมีบริษัทจากประเทศญี่ปุ่นจำนวนไม่มากนักแสดงความสนใจเข้ามาร่วมลงทุนในพื้นที่อีอีซี ดังนั้นความร่วมมือระหว่างเอจีพีและ สบพ.ในครั้งนี้ จึงถือเป็นการดำเนินงานร่วมกันภายใต้การสนับสนุนจากรัฐบาลของทั้ง 2 ประเทศ
“การจัดตั้งศูนย์ฝึกอบรมบุคลากรด้านการบินและอวกาศอู่ตะเภา ของ สบพ. จะเปิดในปี 2564 ตามนโยบายของรัฐบาลไทยจะช่วยขับเคลื่อนโครงการอีอีซีให้เพิ่มขีดความสามารถในการผลิตบุคลากรด้านการบินที่มีคุณภาพและเพียงพอตามดีมานด์ของตลาด รองรับการขยายตัวด้านเศรษฐกิจและท่องเที่ยวของไทยในอนาคต” นายชิโระกล่าว