ดอลลาร์อ่อนค่า หลังสหรัฐเผยตัวเลขเปิดรับสมัครงาน ต่ำสุดในรอบ 2 ปี
เงินดอลลาร์สหรัฐ
ดอลลาร์อ่อนค่า หลังสหรัฐเผยตัวเลขเปิดรับสมัครงานต่ำสุดในรอบ 2 ปี บ่งชี้ถึงภาวะชะลอตัวของตลาดแรงงาน และอาจเป็นปัจจัยชะลอการปรับขึ้นดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐ
ฝ่ายค้าเงินตราต่างประเทศ ธนาคารกรุงเทพ รายงานสภาวะการเคลื่อนไหวตลาดปริวรรตเงินตราประจำวันพุธที่ 5 เมษายน 2566 ว่า ค่าเงินบาทเปิดตลาดเช้าวันนี้ (5/4) ที่ระดับ 33.95/97 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ อ่อนค่าจากระดับปิดตลาดเมื่อวันอังคาร (4/4) ที่ระดับ 34.23/25 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ
สำหรับงานสถิติของกระทรวงแรงงานสหรัฐเปิดเผยผลสำรวจการเปิดรับสมัครงานและอัตราการหมุนเวียนของแรงงาน (JOLTS) ประจำเดือน ก.พ.พบว่า ตัวเลขการเปิดรับสมัครงาน ซึ่งเป็นมาตรวัดอุปสงค์ในตลาดแรงงาน ปรับตัวลงเป็นเดือนที่ 2 แตะระดับต่ำสุดในรอบเกือบ 2 ปี ซึ่งบ่งชี้ถึงภาวะชะลอตัวของตลาดแรงงาน
ทั้งนี้ คาดว่าข้อมูลแรงงานที่ซบเซาดังกล่าวจะเป็นปัจจัยชะลอการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ตัวเลขการเปิดรับสมัครงานลดลง 632,000 ตำแหน่ง สู่ระดับ 9.9 ล้านตำแหน่งในเดือน ก.พ. ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดนับตั้งแต่เดือน พ.ค. 2564 และต่ำกว่าระดับ 10 ล้านตำแหน่งเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ปี 2564 รวมทั้งต่ำกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ที่ระดับ 10.4 ล้านตำแหน่ง ตัวเลขการจ้างงานลดลงสู่ระดับ 6.1 ล้านตำแหน่ง
ส่วนตัวเลขการปลดออกจากงานลดลงสู่ระดับ 1.5 ล้านตำแหน่ง และตัวเลขการลาออกจากงานโดยสมัครใจเพิ่มขึ้นสู่ระดับ 4.0 ล้านราย ทั้งนี้ ตัวเลข JOLTS นับเป็นข้อมูลที่เฟดให้ความสนใจ โดยมองว่าเป็นมาตรวัดภาวะตึงตัวในตลาดแรงงาน ซึ่งเป็นปัจจัยในการพิจารณานโยบายการเงิน และอัตราดอกเบี้ยของเฟด ทั้งนี้ ระหว่างวันค่าเงินบาทเคลื่อนไหวในกรอบระหว่าง 33.80-34.02 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ และปิดตลาดที่ระดับ 33.88/90 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ
สำหรับความเคลื่อนไหวของค่าเงินยูโร เปิดตลาดเช้าวันนี้ (5/4) ที่ระดับ 1.0957/59 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร แข็งค่าจากระดับปิดตลาดเมื่อวันอังคาร (4/4) ที่ระดับ 1.0950/52 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร ตามการอ่อนค่าของสกุลเงินดอลลาร์ ยูโรแข็งค่า ท่ามกลางการอ่อนค่าของดอลลาร์สหรัฐ
นอกจากนี้ สำนักงานสถิติแห่งชาติเยอรมนีเปิดเผยในวันนี้ (5 เม.ย.) ว่า ยอดคำสั่งซื้อภาคอุตสาหกรรมของเยอรมนีเพิ่มขึ้นติดต่อกันเป็นเดือนที่ 3 ในเดือน ก.พ. ซึ่งถือเป็นสัญญาณบวกในภาคการผลิตของประเทศ
ทั้งนี้ ยอดคำสั่งซื้อภาคอุตสาหกรรมปรับตัวขึ้น 4.8% ในเดือน ก.พ. จากเดือน ม.ค. ซึ่งนับเป็นการเพิ่มขึ้นมากที่สุดนับตั้งแต่เดือน มิ.ย. 2564 และสูงกว่าการคาดการณ์เฉลี่ยของนักเศรษฐศาสตร์ในผลสำรวจที่จัดทำโดยสำนักข่าวบลูมเบิร์กที่ 3% โดยได้รับแรงหนุนจากคำสั่งซื้อรถยนต์จำนวนมาก ขณะที่อุปสงค์ในประเทศก็เพิ่มขึ้นอย่างมากเช่นเดียวกัน
ทั้งนี้ ระหว่างวันค่าเงินยูโรเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบระหว่าง 1.0948-1.0973 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร และปิดตลาดที่ระดับ 1.0951/53 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร
สำหรับการเคลื่อนไหวของค่าเงินเยน เปิดตลาดเช้าวันนี้ (5/4) ที่ระดับ 131.57/59 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ แข็งค่าจากระดับปิดตลาดเมื่อวันอังคาร (4/3) ที่ระดับ 132.82/84 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ หลังดัชนีผู้จัดการฝ่ายซื้อ (PMI) ภาคบริการขั้นสุดท้ายเดือน มี.ค.ของญี่ปุ่นจาก Jibun Bank ปรับตัวขึ้นแตะ 55.0 ในเดือน มี.ค. ซึ่งได้รับการปรับค่าตามฤดูกาลแล้ว จาก 54.0 ในเดือน ก.พ. โดยเป็นการขยายตัวเร็วที่สุดนับตั้งแต่เดือน ต.ค. 2556 และบ่งชี้ว่าภาคบริการฟื้นตัวต่อเนื่อง หลังผ่านพ้นช่วงโรคโควิด-19 ระบาด ซึ่งช่วยชดเชยภาคการผลิตที่ยังคงอ่อนแอ
ทั้งนี้ ดัชนี PMI ภาคบริการขั้นสุดท้ายเดือน มี.ค. สูงกว่าตัวเลขขั้นต้นของเดือน มี.ค.อย่างชัดเจน ซึ่งอยู่ที่ 54.2 และอยู่เหนือระดับ 50 ซึ่งบ่งชี้ว่าภาคบริการอยู่ในภาวะขยายตัวติดต่อกันเป็นเดือนที่ 7 โดยระหว่างวันค่าเงินเยนเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบระหว่าง 131.23-131.84 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ และปิดตลาดที่ระดับ 131.39/41 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ
ข้อมูลเศรษฐกิจที่สำคัญในสัปดาห์นี้ ได้แก่ ตัวเลขจ้างงานภาคเอกชนเดือน มี.ค. จาก ADP (5/4), จำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์ (7/4) และตัวเลขจ้างงานนอกภาคเกษตรเดือน มี.ค.ของสหรัฐ (7/4)
สำหรับอัตราป้องกันความเสี่ยง (swap point) ภาคเช้า 1 เดือนในประเทศอยู่ -10.6/-10.1 สตางค์/ดอลลาร์สหรัฐ และอัตราป้องกันความเสี่ยงภาคเช้า 1 เดือนต่างประเทศอยู่ที่ -9.3/-8.3 สตางค์/ดอลลาร์สหรัฐ