แรงฟันด์โฟลว์ต่างชาติขายออก กดดันหุ้นไทยอ่อนตัวแนวรับ 1,570-1,575 จุด
บล.กรุงศรีประเมินดัชนีหุ้นไทย (SET Index) อ่อนตัวแนวรับ 1,570-1,575 จุด ตามแรงกดดันฟันด์โฟลว์ต่างชาติขายออกต่อเนื่อง หุ้นเด่นวันนี้ KTB, CPALL
วันที่ 20 เมษายน 2566 บริษัทหลักทรัพย์กรุงศรี ประเมินดัชนีหุ้นไทย (SET Index) อ่อนตัวแนวรับ 1,570-1,575 จุด ตามแรงกดดันเม็ดเงิน (Fund Flow) ต่างชาติที่ขายต่อเนื่องจากความกังวลธนาคารกลางสหรัฐ (FED) ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยอีก 0.25% เป็น 5.25% ในการประชุม 2-3 พ.ค. อีกทั้งราคาน้ำมันดิบที่ทรุดตัวลงจากความกังวลภาวะเศรษฐกิจถดถอยจะเป็นลบต่อภาวะตลาด
ดังนั้นจึงยังคงแนะนำ Selective buy หุ้นที่มีปัจจัยบวกโดยเฉพาะกลุ่มที่คาดการณ์งบไตรมาส 1/66 เติบโต
สำหรับประเด็นสำคัญวันนี้
KTB และ TTB แจ้งงบไตรมาส 1/66 กำไรดีตามคาดเพิ่มขึ้น ทั้ง QOQ และ YOY : โดย KTB มีกำไรสุทธิ 10,067 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 24 QOQ และ 15% YOY ส่วน TTB มีกำไรสุทธิ 4,295 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 11.6% QOQ และ 34.4% YOY โดยทั้ง 2 ธนาคารมีรายได้ดอกเบี้ย และ NIM เพิ่มขึ้นเป็นปัจจัยหนุน
ด้านเงินเฟ้อยังสูง ตลาดคาดธนาคารกลางต่าง ๆ ยังเดินหน้าขึ้นดอกเบี้ย : นักลงทุนให้น้ำหนัก 88.7% ที่เฟดจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย 0.25% สู่ระดับ 5.00-5.25% ในการประชุมวันที่ 2-3 พ.ค. ส่วนอังกฤษนักลงทุนให้น้ำหนัก 97% ที่ธนาคารกลางอังกฤษ (BOE) จะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย 0.25% ในการประชุมเดือน พ.ค.
ขณะที่กลุ่มน้ำมันยังถูกกดดันราคาน้ำมันดิบร่วงหลุดระดับ 80 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล : ราคาน้ำมันดิบ WTI ลดลง 1.70 ดอลลาร์ หรือ 2.1% ปิดที่ 79.16 ดอลลาร์/บาร์เรล กังวลธนาคารกลางต่าง ๆ เดินหน้าขึ้นดอกเบี้ยจะกดดันเศรษฐกิจ และกดดันดีมานด์พลังงาน เป็นบรรยากาศ (Sentiment) ลบกดดันหุ้นกลุ่มธุรกิจน้ำมันต่อ
บล.กรุงศรีแนะนำหุ้นเด่นวันนี้
– KTB (ปิด 16.7 ซื้อ/เป้า 23 บาท) KTB ประกาศงบ 1Q23 In Line กับที่เราคาดไว้มีกำไรสุทธิ 10,067 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 24 QOQ และ 15% YOY จาก NIM ที่เพิ่มขึ้นจาก 2.44% ในไตรมาส 1/65 เป็น 3% ในไตรมาส 1/66
– CPALL (ปิด 64 ซื้อ/เป้า IAA Consensus 72.75 บาท) คาดกำไรสุทธิไตรมาส 1/66 เพิ่มขึ้นทั้ง QOQ และ YOY จาก SSSG ที่เพิ่ม โดยเฉพาะสาขาในหัวเมืองท่องเที่ยว แนวโน้มไตรมาส 2/66 โตต่อจากการจับจ่ายที่เพิ่มขึ้นในช่วงสงกรานต์และเลือกตั้ง