อีอีซีโรดโชว์อิตาลี
อีอีซี กระทรวงต่างประเทศ บีโอไอ เดินสายโรดโชว์อิตาลี บุกพบบริษัทยักษ์ใหญ่ทั้งอุตสาหกรรมอวกาศ อุตสาหกรรมป้องกันประเทศ อุตสาหกรรมเวชภัณฑ์ยาและวัคซีน ลุยสร้างความเชื่อมั่นดึงนักลงทุนต่างชาติสู่พื้นที่อีอีซี หวังการค้าทะลุ 5,000 ล้านเหรียญสหรัฐ
วันที่ 26 เมษายน 2566 นายจุฬา สุขมานพ เลขาธิการคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (สกพอ.) หรืออีอีซี เปิดเผยว่า เมื่อเร็ว ๆ นี้ อีอีซีร่วมกับ H.E. Paolo Dionisi เอกอัครราชทูตอิตาลีประจำประเทศไทย และนางสาวรมณี คณานุรักษ์ เอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงโรม ได้จัดโรดโชว์ชูความพร้อมพื้นที่อีอีซี ณ ประเทศอิตาลี
โดยได้เข้าพบและหารือกับผู้บริหารระดับสูงจากหน่วยงานทั้งภาครัฐและภาคเอกชนอิตาลีกว่า 50 ราย เพื่อให้ข้อมูลศักยภาพทางเศรษฐกิจของไทย ความคืบหน้าของการพัฒนาพื้นที่ และความพร้อมด้านโครงสร้างพื้นฐาน มาตรการส่งเสริมการลงทุนและสิทธิประโยชน์ต่าง ๆ เพื่อสร้างความมั่นใจและดึงดูดการลงทุนอุตสาหกรรมเป้าหมายสู่พื้นที่อีอีซี

โดยมีผู้แทนจากสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) และผู้แทนจากกระทรวงการต่างประเทศ เข้าร่วมคณะ ได้พบกับประธานสภาหอการค้าอิตาลี (Unioncamere) จัดสัมมนาเกี่ยวกับโอกาสทางธุรกิจในอีอีซี โดยมีผู้บริหารของบริษัทในอิตาลีเข้าร่วม 30 ราย คณะได้พบกับผู้บริหารสถาบันการเงินสำหรับการลงทุน เพื่อให้ข้อมูลเกี่ยวกับการพัฒนาพื้นที่อีอีซีระยะที่ 2
โดยกลุ่มนักลงทุนอิตาลีให้ความสนใจพื้นที่อีอีซีเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะการลงทุนด้านโครงสร้างพื้นฐาน เมืองใหม่น่าอยู่อัจฉริยะ อุตสาหกรรมดิจิทัล ชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ อุตสาหกรรมการขนส่งและโลจิสติกส์ และพลังงานสะอาด
รวมทั้งได้พบกับผู้บริหารระดับสูง (CEO) บริษัทเลโอนาร์โด (Leonardo S.p.A) ซึ่งเป็นบริษัทระดับโลกในด้านเทคโนโลยีการป้องกันประเทศ อุตสาหกรรมด้านอวกาศ และเทคโนโลยีด้านการรักษาความปลอดภัยชั้นสูง เพื่อชักชวนให้ขยายการลงทุนเพิ่มเติมในพื้นที่อีอีซี เช่น ในด้านระบบบริหารจัดการเมืองอัจฉริยะ ระบบบริหารจัดการท่าอากาศยาน เป็นต้น
นอกจากนี้ คณะยังได้หารือกับผู้บริหารของบริษัท ABB SACE S.p.A. ซึ่งมีศูนย์แห่งความเป็นเลิศในด้านการเปลี่ยนผ่านเทคโนโลยีขั้นสูงสู่อุตสาหกรรม 4.0 และได้พบกับผู้บริหารและเยี่ยมชมโรงงานของบริษัท Biomedica Foscana S.p.A. ที่มีการผลิตยาและบรรจุวัคซีน โดยได้แลกเปลี่ยนความรู้ข้อมูลด้านอุตสาหกรรมเวชภัณฑ์ยาและวัคซีน รวมทั้งผลักดันโอกาสการลงทุนด้านการแพทย์ชั้นสูงร่วมกันในอนาคต
และยังได้จัดสัมมนาร่วมกับสมาคมอุตสาหกรรมยาและเวชภัณฑ์แห่งอิตาลี (Farmindustria) โดยมี 15 บริษัทเข้าร่วม โดยคณะได้ให้ข้อมูลที่แสดงความพร้อมของประเทศไทย ในการเป็นฐานการผลิตยาและเวชภัณฑ์ให้กับภูมิภาค ส่งเสริมความร่วมมือด้านงานวิจัยทางการแพทย์ รวมไปถึงการพัฒนาต่อยอดในด้านการทดสอบทางคลินิก การผลิตยาที่มีความจำเพาะมากขึ้น
ทั้งนี้ คณะได้เชิญให้บริษัทเอกชนอิตาลีที่สนใจ เข้าร่วมการประชุมระดับสูงระหว่างอาเซียนและอิตาลี ครั้งที่ 7 (7th High Level Dialogue on ASEAN Italy Economic Relations) ในประเทศไทย ที่กระทรวงการต่างประเทศของไทย และอิตาลีจะเป็นผู้ร่วมจัดขึ้นระหว่างวันที่ 3-4 ตุลาคม 2566 เข้าร่วมในกิจกรรมที่อีอีซีจะเสนอจัด โดยเฉพาะการเยี่ยมชมศูนย์วิจัยทางการแพทย์และเวชภัณฑ์ในไทย การเยี่ยมชมพื้นที่อีอีซี เพื่อแสวงหาโอกาสด้านการลงทุนและทำธุรกิจ เป็นต้น
“สำหรับการจัดโรดโชว์ในครั้งนี้ อีอีซีได้เชิญเอกอัครราชทูตอิตาลีประจำประเทศไทย และเอกอัครราชทูตไทยประจำอิตาลีเข้าร่วมกิจกรรมดังกล่าว ถือเป็นส่วนหนึ่งในการส่งเสริมความสัมพันธ์ระหว่างไทย-อิตาลี ในโอกาสเฉลิมฉลองความสัมพันธ์ทางการทูตระหว่างไทย-อิตาลีครบ 155 ปีในปีนี้ ยังทำให้เกิดความเชื่อมั่นด้านการลงทุนในไทยและต่อยอดการลงทุนจากนักลงทุนอิตาลีสู่ในพื้นที่อีอีซีอีกด้วย”
อิตาลีเป็นประเทศคู่ค้าสำคัญของไทยที่ 4 ในกลุ่มประเทศสมาชิกสหภาพยุโรป รองจากเยอรมนี สวิตเซอร์แลนด์ และเนเธอร์แลนด์ สำหรับมูลค่าการค้าในปี 2565 อยู่ที่ 4,908 ล้านเหรียญสหรัฐ (ประมาณ 168,640 ล้านบาท) ขยายตัวเพิ่มขึ้น 13.34% ส่วนการลงทุนในพื้นที่อีอีซี ส่วนใหญ่เป็นการลงทุนในหมวดกิจการผลิตเครื่องยนต์สำหรับรถจักรยานยนต์ กิจการผลิตสัตว์น้ำแช่แข็ง และอุตสาหกรรมอื่น ๆ
