จับชีพจรเศรษฐกิจออนไลน์ครองโลก
คอลัมน์ Smart SMEs
โดย วีระศักดิ์ สุตัณฑวิบูลย์ ธนาคารกรุงเทพ
สวัสดีครับ ในช่วงที่ผ่านมา ผมมีโอกาสได้ติดตามข่าวสารในสื่อออนไลน์มากขึ้น ก็เลยเกิดความคิดว่า น่าจะแชร์ข้อมูลเกี่ยวกับ “internet economy” สักครั้ง เพราะเรื่องนี้ดูท่าจะฮอตอีกนาน และอันที่จริง “internet economy” หรือ “new economy” หรือ “web economy” หรือ “digital economy” ทั้งหมดนี้คือเรื่องเดียวกันครับ คือ “เศรษฐกิจออนไลน์” แต่คนส่วนใหญ่คงคุ้นกับ digital economy มากกว่า
จากรายงานเรื่อง “e-Conomy Southeast Asia Spotlight 2017” ที่กูเกิลกับเทมาเส็ก สิงคโปร์ ทำร่วมกัน ระบุว่า ณ สิ้นปี 2560 เศรษฐกิจออนไลน์ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้เติบโตสูงถึง 27 เปอร์เซ็นต์ ด้วยมูลค่าประมาณ 50,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ จากที่เคยคาดการณ์ไว้ก่อนหน้าที่ 20 เปอร์เซ็นต์ และยังคาดว่าภายในปี 2568 เศรษฐกิจออนไลน์จะมีมูลค่าสูงถึงปีละ 200,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือ 7 ล้านล้านบาท เทียบกับงบประมาณรายจ่ายของประเทศไทยปี 2561 จำนวน 2.9 ล้านล้านบาท ถือว่ามหาศาลครับ
ปัจจัยสำคัญที่ทำให้ตลาดนี้ขยายตัวอย่างมากคือจำนวนผู้ใช้อินเทอร์เน็ตที่เติบโตในอัตราสูงที่สุดในโลก ปัจจุบันภูมิภาคนี้มีผู้ใช้อินเทอร์เน็ตประมาณ 330 ล้านคน เพิ่มขึ้น 70 ล้านคน จากปี 2558 โดยเป็นภูมิภาคที่มีจำนวนผู้ใช้อินเทอร์เน็ตมากเป็นอันดับ 3 ของโลก ถ้าเปรียบเทียบกับประชากรของสหรัฐอเมริกา ซึ่งมีประมาณ 324.5 ล้านคน จำนวนชาวเน็ตของอาเซียนแซงไปด้วยจำนวนเกือบเท่ากับประชากรของประเทศสิงคโปร์ครับ
นอกจากนี้ คนในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้มีการใช้งานอินเทอร์เน็ตผ่านมือถือทุกวัน เฉลี่ยวันละ 3.6 ชั่วโมง และประเทศไทยเป็นแชมป์โลกในด้านนี้ครับ ด้วยสถิติท่องเน็ตกันเฉลี่ยวันละ 4.2 ชั่วโมง รองลงมาคือ อินโดนีเซีย เฉลี่ยวันละ 3.9 ชั่วโมง ชาวเน็ตอาเซียนยังเป็นแชมป์โลกนักช็อปออนไลน์ด้วยสถิติท่องร้านค้าออนไลน์ (ไม่รวมการขายของมือสองแบบบุคคลถึงบุคคล) สูงถึงเดือนละ 140 นาที หรือวันละเกือบ 5 นาที และภูมิภาคนี้ยังมีการใช้งานแอปพลิเคชั่นบริการรถร่วมโดยสาร (ride-hailing platforms) อาทิ Grab ซึ่งเป็นเจ้าถิ่นอาเซียน Uber ผู้เล่นระดับโลก และ Go-Jek ที่ใหญ่อยู่ในอินโดนีเซีย มากถึง 6 ล้านเที่ยวต่อวัน ทำให้ธุรกิจบริการรถยนต์ร่วมโดยสารในอาเซียนเติบโตขึ้นเป็น 4 เท่า ตั้งแต่ปี 2558 เป็นต้นมา และคาดว่าจะมีมูลค่าสูงถึง 20,100 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ในอีก 7 ปีข้างหน้า
อีกหนึ่งส่วนสำคัญที่สร้างความแข็งแกร่งให้กับภูมิภาคนี้ นั่นคือ ตัวเลขการลงทุนในธุรกิจสตาร์ตอัพที่เพิ่มสูงขึ้น โดยมีการลงทุนในระหว่างปี 2559 ถึงไตรมาส 3 ของปี 2560 จำนวนมากกว่า 12,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้นถึง 1 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ จากปี 2558 โดยมี 3 กลุ่มธุรกิจที่คาดว่าจะมาแรงสร้างเม็ดเงินในระบบเศรษฐกิจออนไลน์มากที่สุด ได้แก่ ธุรกิจท่องเที่ยว อีคอมเมิร์ซ และธุรกิจบริการรถยนต์ร่วมโดยสาร
การคาดการณ์นี้สะท้อนให้เห็นว่า ภาคธุรกิจท่องเที่ยวและอีคอมเมิร์ซของไทยก็เก่งไม่น้อยหน้าใคร และมีโอกาสเข้าไปชิงส่วนแบ่งตลาดเศรษฐกิจออนไลน์ในภูมิภาคได้ เพราะประเทศไทยได้ให้ความสำคัญและกำลังส่งเสริมให้ผู้ประกอบการปรับตัวนำเทคโนโลยีสมัยใหม่เข้ามาใช้ตอบโจทย์กลุ่มคนรุ่นใหม่มากขึ้น ไม่เพียงเท่านั้น กลุ่มสินค้าที่โดดเด่นและกำลังเป็นที่นิยมในตลาดอาเซียนอยู่ในขณะนี้ ได้แก่ กลุ่มเสื้อผ้าแฟชั่น สินค้าอุปโภคบริโภค สินค้าเกษตร ผลไม้สด อาหารสำเร็จรูป รวมถึงเครื่องสำอางแบรนด์ไทย ก็สามารถเข้าไปเป็นส่วนหนึ่งในตลาดนี้ได้ด้วย เพียงพัฒนาระบบหลังบ้านรองรับแพลตฟอร์มออนไลน์ให้ได้ทั้งบนคอมพิวเตอร์ มือถือและแท็บเลต พร้อมพัฒนาระบบให้รองรับการชำระเงินออนไลน์ได้ทุกช่องทาง
แต่หากผู้ประกอบการที่ไม่ต้องการลงทุนระบบอีคอมเมิร์ซมาก ๆ ลองมองหาพันธมิตรธุรกิจกลุ่มอีคอมเมิร์ซยักษ์ใหญ่ของโลก ซึ่งได้ทยอยเข้ามาลงทุนในประเทศไทยแล้ว ไม่ว่าจะเป็นสัญชาติจีน ได้แก่ เจดีดอทคอม อิงก์ (JD.com, Inc.) บริษัทอีคอมเมิร์ซที่มีขนาดธุรกิจใหญ่เป็นอันดับ 2 รองจากอาลีบาบา (Alibaba) ที่มาลงทุนร่วมกับกลุ่มค้าปลีกยักษ์ใหญ่สัญชาติไทย พร้อมด้วยเงินลงทุนกว่า 500 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพื่อขยายธุรกิจในไทยและภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และอาลีบาบาที่ได้เข้าซื้อเว็บค้าปลีกออนไลน์ “Lazada” ไปเมื่อสองปีที่แล้ว หรือจะเป็นสัญชาติเกาหลี เว็บไซต์ชื่อดัง “11 Street” ของกลุ่มทุนเอสเค เทเลคอม ก็ได้เข้ามาบุกตลาดไทยแล้ว
ทั้งนี้ กลุ่มทุนด้านอีคอมเมิร์ซเหล่านี้ไม่ได้รุกเจาะแค่ตลาดประเทศไทย แต่จุดประสงค์หลักคือการพุ่งเป้าไปที่การขยายฐานลูกค้าใหม่ในตลาดภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ที่มีขนาดจำนวนประชากรรวมกันมากถึง 600 ล้านคน ผู้ประกอบการไทยที่มีความพร้อมก็สามารถเลือกใช้เว็บค้าปลีกเหล่านี้เป็นช่องทางในการขายสินค้าเข้าถึงผู้บริโภคกลุ่มใหม่ ๆ ได้ทั้งในประเทศ และก้าวไประดับภูมิภาคและตลาดโลกได้อย่างไม่ต้องสงสัยครับ