Skip to content

Seesaw โซเชียลมีเดียในห้องเรียน

10 มี.ค. 2561 | 23:40น.
Seesaw โซเชียลมีเดียในห้องเรียน

คอลัมน์ สตาร์ทอัพปัญหาทำเงิน โดย มัชฌิมา จันทร์สว่างภูวนะ

เด็กทุกคนต้องการความสนใจ ต่อให้เป็นเด็กที่เงียบและเก็บตัวที่สุด ก็ยังต้องการคำชมและการใส่ใจจากพ่อแม่และคุณครู แต่ห้องเรียนที่อัดแน่นอย่างกับปลากระป๋องในปัจจุบัน บวกกับผู้ปกครองที่งานรัดตัว ทำให้เด็กหลายคนรู้สึกว่าต่อให้ตั้งใจเรียนหรือทำการบ้านแค่ไหน ก็ไม่มีคนสนใจอยู่ดี

Seesaw คือ สตาร์ตอัพที่พัฒนาแอปพลิเคชั่นชื่อเดียวกันขึ้นมาเพื่อแก้ปัญหานี้ ทำหน้าที่คล้ายโซเชียลมีเดีย แต่แทนที่จะใช้อวดรูปเซลฟีเรียกยอดไลก์ เด็ก ๆ ใช้แอปแชร์ผลงานหรือการบ้านให้เพื่อน ครู และผู้ปกครองได้ดูด้วย สมาชิกในกลุ่มคอมเมนต์ให้กำลังใจได้ตลอด ทำให้เด็ก ๆ รู้สึกว่า ผลงานของตัวเองมีค่าและมีคนสนใจ

Seesaw พัฒนาขึ้นเพื่อเป็น “ดิจิทัล แพลตฟอร์ม” สำหรับเด็กนักเรียนทุกวัย แค่สแกน QR code ก็ลงทะเบียนใช้ได้ทันที ไม่ต้องเสียเวลาผูกบัญชีกับอีเมล์หรือเบอร์โทร. มีฟังก์ชั่นให้เด็ก ๆ เลือกใช้ตามถนัด เช่น พิมพ์ วาด ถ่ายรูป

อัดคลิป และแนบลิงก์ข้อมูลเพิ่มเติม ทำให้การใช้งานเป็นเรื่องง่ายและสนุก

การอัดคลิปยังช่วยให้เด็กอธิบายความคิดของตนเองได้ดีขึ้น เช่น เวลาส่งการบ้านหรือโปรเจ็กต์ ครูจะขอให้เด็ก ๆ

อัดคลิปอธิบายที่มาของคำตอบหรือ

ผลงานของตัวเอง เพื่อส่งเสริมทักษะการคิดอย่างเป็นระบบ มากกว่าโฟกัสไปที่ “คำตอบ” ว่า ถูก หรือ ผิด อย่างเดียว ซึ่งวิธีนี้ยังทำให้ครูและผู้ปกครองเข้าใจวิธีการคิดของเด็กได้ดีขึ้นด้วย

ถึงจำนวนนักเรียนต่อห้องจะยังแออัดเหมือนเดิม แต่ Seesaw ช่วยเพิ่มพื้นที่การแสดงออกให้เด็กทำให้ครูมีเวลามากขึ้นในการศึกษาจุดแข็ง จุดอ่อนของเด็กแต่ละคน เพื่อวางแผนพัฒนาการเรียนรู้

ได้ตรงจุดและมีประสิทธิภาพต่อไป

Seesaw มีระบบแจ้งเตือนไปยัง

ผู้ปกครองอัพเดตพัฒนาการและกิจกรรมของเด็กในแต่ละวัน

ปัจจุบัน เด็กหลายล้านคนจาก 150 ประเทศใช้ Seesaw เพื่อพัฒนาตนเอง และกว่าครึ่งของโรงเรียนในอเมริกาใช้เป็นเครื่องมือในการเรียนการสอน โดยดาวน์โหลดมาไว้บนแท็บเลต

ของโรงเรียน และเพื่อป้องกันไม่ให้มีคอมเมนต์เชิงลบที่บั่นทอนจิตใจปรากฏขึ้น ผลงานของเด็ก ๆ รวมทั้งคอมเมนต์

จะส่งไปให้ครูคัดกรองก่อนเผยแพร่

Seesaw เริ่มทำการตลาดโดยเปิดเวอร์ชั่นเบสิก ให้ดาวน์โหลดฟรี เมื่อเป็นที่นิยมในกลุ่มครูและเด็ก ๆ มากขึ้น ผู้บริหารโรงเรียนก็มองเห็นประโยชน์และตัดสินใจใช้แพ็กเกจพรีเมี่ยม เพื่อเชื่อมระบบเข้ากับฐานข้อมูลของโรงเรียนและมีเครื่องมือขั้นสูงในการให้คะแนน ประเมินและวิเคราะห์ผลอย่างเต็มรูปแบบ

Seesaw คิดค่าบริการ 5 เหรียญ/นักเรียน 1 คน/ปี ปัจจุบันมีลูกค้าที่ยอมจ่ายเงินราว ๆ 1 พันแห่ง ได้แก่ โรงเรียนที่มีเด็กเกินกว่า

100 คน และสำนักงานเขตที่ดูแลการศึกษาของเด็ก เขตละหลายหมื่นคน ทำให้ Seesaw มีรายได้เพิ่มขึ้นปีละ 3 เท่า

ล่าสุดระดมทุนรอบแรกมาได้โดยไม่เปิดเผยตัวเลข แต่ดูจากชื่อนักลงทุน ทั้งซีอีโออินสตาแกรม ทั้ง venture capital ดัง DFC และ reach capital ก็พอเห็นอนาคตว่าคงสดใสไม่น้อย

ผู้ใหญ่อาจไม่อยากให้ลูกหลานเล่นโซเชียลในโรงเรียน แต่ไม่สามารถตามไปปิดหูปิดตาเด็กได้ตลอดเวลา ก็ใช้เทคโนโลยีเพื่อพัฒนาทักษะและความคิดสร้างสรรค์ของเด็กไปเสียเลย การใช้ Seesaw ทำให้ทุกอย่างยังอยู่ในสายตา เด็กได้หัดใช้เทคโนโลยีซึ่งน่าจะช่วยให้คุ้นเคยกับเทคโนโลยีสมัยใหม่และทำให้มีทักษะการใช้งานที่ดีขึ้นเมื่อโตขึ้นด้วย

แท็กที่เกี่ยวข้อง

สตาร์ทอัพ