เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
เซอร์ไพรส์วงการเพลง THE TOYS แต่งงานกับแฟนสาว
Biz Movement เซอร์ไพรส์วงการเพลง THE TOYS แต่งงานกับแฟนสาว
พระราชินี ทรงเปิดเรือนจำแห่งที่ 29 โครงการกำลังใจในพระดำริ
ข่าวในพระราชสำนัก พระราชินี ทรงเปิดเรือนจำแห่งที่ 29 โครงการกำลังใจในพระดำริ
‘สายการบิน’ เดือดโค้งท้าย อัดเพิ่มความถี่ไฟลต์บินชิงไฮซีซั่น
Business ‘สายการบิน’ เดือดโค้งท้าย อัดเพิ่มความถี่ไฟลต์บินชิงไฮซีซั่น
ทุบสถิติใหม่ มหกรรมหนังสือฯ ยอดขายนิวไฮทะลุ 500 ล้านบาท
Biz Movement ทุบสถิติใหม่ มหกรรมหนังสือฯ ยอดขายนิวไฮทะลุ 500 ล้านบาท
มูลนิธิร่วมน้ำใจต้านภัยเอดส์ เตรียมจัดโบว์ลิ่งการกุศล ส่งต่อมื้ออาหารให้เด็ก
Biz Movement มูลนิธิร่วมน้ำใจต้านภัยเอดส์ เตรียมจัดโบว์ลิ่งการกุศล ส่งต่อมื้ออาหารให้เด็ก
พลิกโฉม All for Education ‘โลกเปลี่ยน การศึกษาต้องเปลี่ยน’
Biz Movement พลิกโฉม All for Education ‘โลกเปลี่ยน การศึกษาต้องเปลี่ยน’
ทิศทางเงินบริจาค Next Step ศุภนิมิตฯงานเพื่อเด็กในสังคมเปราะบาง
SD ทิศทางเงินบริจาค Next Step ศุภนิมิตฯงานเพื่อเด็กในสังคมเปราะบาง
Makro ขยายลูกค้า HORECA ลุ้นปี’69 ยอดขายออนไลน์ทะลุแสนล้าน
Business Makro ขยายลูกค้า HORECA ลุ้นปี’69 ยอดขายออนไลน์ทะลุแสนล้าน
SOAR โอเชี่ยนคลับ หนุนท่องเที่ยวไทยสู่คุณภาพ
Business SOAR โอเชี่ยนคลับ หนุนท่องเที่ยวไทยสู่คุณภาพ
ตรวจหวยวันนี้ ผลสลากกินแบ่งรัฐบาล งวด 1 พ.ย. 2569
News ตรวจหวยวันนี้ ผลสลากกินแบ่งรัฐบาล งวด 1 พ.ย. 2569
ดูทั้งหมด

ไทยประกันชีวิต Q1 กำไร 3,129 ล้าน ลดลง 17% เอฟเฟ็กต์ผลตอบแทนลงทุน

12 พ.ค. 2566 | 15:26น.
ไชย ไชยวรรณ

ไทยประกันชีวิต กำไรไตรมาส 1/66 อยู่ที่ 3,129 ล้านบาท ลดลง 17.51% เกิดจากผลตอบแทนลงทุน ลดลง จากช่วงเดียวกันปีก่อนรับรู้กำไรขายเงินลงทุนพุ่ง 2,240 ล้านบาท แต่กำไรรับประกันโตแกร่ง เพิ่มขึ้น 10.3% มูลค่ากำไรธุรกิจใหม่ โต 8.7% มุ่งเน้นขายผลิตภัณฑ์สร้างกำไรระยะยาว ไม่อ่อนไหวต่อดอกเบี้ย สินทรัพย์ลงทุนรวมแตะ 545,132 ล้านบาท

วันที่ 12 พฤษภาคม 2566 นายไชย ไชยวรรณ กรรมการและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ไทยประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) หรือ TLI เปิดเผยว่า ผลประกอบการงวดไตรมาส 1 ปี 2566 บริษัทมีรายได้รวม 24,042 ล้านบาท ลดลง 7.37% เมื่อเทียบจากช่วงเดียวกันปีก่อน (YOY) มีกำไรสุทธิ 3,129 ล้านบาท ลดลง 17.51% YOY โดยเกิดจากผลตอบแทนจากการลงทุน ลดลง 1,368 ล้านบาท หรือลดลง 20.94% YOY มีสาเหตุหลัก

1.การลดลงของกำไรจากการขายเงินลงทุน 871 ล้านบาท โดยไตรมาส 1 ปีก่อน บริษัทมีกำไรจากการขายเงินลงทุน 2,240 ล้านบาท ซึ่งอยู่ในระดับสูง เพราะกังวลต่อภาวะตลาดหุ้นขาลง เนื่องมาจากอัตราเงินเฟ้อที่สูงมากจากภาวสงครามรัสเซีย-ยูเครน และสภาพคล่องในระบบเศรษฐกิจ

2.การเพิ่มขึ้นของผลขาดทุนที่ยังไม่รับรู้จากการปรับมูลค่ายุติธรรมของเครื่องมือป้องกันความเสี่ยงและจากการเปลี่ยนแปลงของอัตราแลกเปลี่ยนของเงินลงทุนในต่างประเทศ 617 ล้านบาท ตามภาวะตลาด ซึ่งมีสาเหตุหลักมาจากการดำเนินนโยบายทางการเงินที่เข้มงวดของธนาคารกลางสหรัฐ (Fed) เทียบกับธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ทำให้ส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยระหว่างไทยกับสหรัฐปรับสูงขึ้น

นอกจากนี้ บริษัทมีเงินลงทุนโดยตรงในหุ้น STARK ด้วยต้นทุน 450 ล้านบาท บริษัทมีขาดทุนที่ยังไม่รับรู้จากการปรับมูลค่ายุติธรรมของเงินลงทุนในหุ้นดังกล่าว 332 ล้านบาท จากการประเมินมูลค่าด้วยความระมัดระวังอย่างสูงของบริษัท ซึ่งไม่กระทบต่อผลการดำเนินงานอย่างมีนัยสำคัญ โดยผลประกอบการจากพอร์ตการลงทุนทั้งหมด บริษัทมียอดคงเหลือของกำไรที่ยังไม่รับรู้จากการปรับมูลค่ายุติธรรม 1,820 ล้านบาท

โดยมีเบี้ยประกันภัยที่ถือเป็นรายได้สุทธิ 18,762 ล้านบาท ลดลง 2.96% YOY โดยมีเบี้ยประกันภัยรับปีแรกแบบคำนวณรายปี (APE) อยู่ที่ 3,028 ล้านบาท ลดลง 8.9% YOY แต่อย่างไรก็ดี ผลรวมของกำไรที่คาดว่าจะได้รับตั้งแต่วันแรกจนกระทั่งถึงวันสิ้นสุดสัญญา หรือมูลค่ากำไรของธุรกิจใหม่ (Value of New Business : VONB) อยู่ที่ 1,701 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 8.7% YOY

ส่วนอัตรากำไรของธุรกิจใหม่ (VONB Margin) มีอัตราที่ 56.18% เพิ่มขึ้น 9.1 จุด YOY ซึ่งเป็นผลจาก VONB ที่เติบโตทุกช่องทางการขาย โดยช่องทางตัวแทนเติบโตจากการปรับปรุงประสิทธิภาพด้านการขาย และมุ่งเน้นการขายผลิตภัณฑ์ที่ให้ผลกำไรอย่างยั่งยืน สะท้อนได้จาก VONB Margin ช่องทางตัวแทนที่สูงขึ้นถึง 56.7%

ขณะเดียวกัน VONB ของช่องทางพันธมิตรยังคงเติบโต เนื่องมาจากความสำเร็จของกลยุทธ์ด้านผลิตภัณฑ์ที่ทางบริษัทร่วมมือกับพันธมิตรธนาคาร นำเสนอผลิตภัณฑ์ที่ให้ผลกำไรสูงขึ้นร่วมกับการนำเสนอขายผลิตภัณฑ์อื่น

“แม้ว่ากำไรสุทธิไตรมาสแรกปีนี้จะลดลง แต่บริษัทมีกำไรจากการรับประกันภัยที่เติบโตอย่างแข็งแกร่งอยู่ที่ 2,020 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 10.3% YOY”

โดยบริษัทกำหนดกลยุทธ์ด้านผลิตภัณฑ์ที่ให้ความสำคัญกับการพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่สร้างกำไรในระยะยาว และมีความอ่อนไหวน้อยต่ออัตราดอกเบี้ย เช่น ผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนร่วมในเงินปันผล (Participating Product) รูปแบบใหม่ และได้รับการตอบรับที่ดีจากตลาด

โดยสัดส่วน APE ของผลิตภัณฑ์ดังกล่าวเมื่อเทียบกับ APE รวมของบริษัทเพิ่มขึ้นเป็น 19.27% YOY ซึ่งเป็นไปตามกลยุทธ์ของบริษัท รวมถึงผลิตภัณฑ์ควบการลงทุน และสัญญาเพิ่มเติม ซึ่งกลยุทธ์ด้านผลิตภัณฑ์นี้จะผลักดันให้บริษัทมีกำไรอย่างยั่งยืน ท่ามกลางความผันผวนของภาวะเศรษฐกิจ

นายไชยกล่าวอีกว่า ด้านผลประโยชน์จ่ายตามกรมธรรม์ประกันภัยและค่าสินไหมทดแทนสุทธิ ลดลง 550 ล้านบาท หรือลดลง 3.46% YOY โดยมีสาเหตุหลักมาจากการลดลงของสินไหมค่ารักษาพยาบาลที่เกี่ยวข้องกับโควิด และการจ่ายเงินครบกำหนดของกรมธรรม์ประกันภัย

โดยสินไหมค่ารักษาพยาบาลที่เกี่ยวข้องโควิด อยู่ที่ 40 ล้านบาท ลดลง 91.56% YOY ซึ่งมีแนวโน้มลดลงต่อเนื่อง ตั้งแต่ช่วงกลางปี 2565 อย่างไรก็ตาม สินไหมค่ารักษาพยาบาลที่เกี่ยวข้องกับโรคอื่น ๆ มีจำนวนเพิ่มขึ้น 303 ล้านบาท ซึ่งกลับไปเป็นตามฤดูกาล

สำหรับด้านอัตราส่วนความเพียงพอของเงินกองทุน (CAR Ratio) สิ้นเดือน มี.ค. 2566 อยู่ที่ 449.6% ซึ่งสูงกว่าเกณฑ์ที่สำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) กำหนดอยู่ที่ 140% ซึ่งบริษัทให้ความสำคัญกับสถานะเงินทุนที่แข็งแกร่งอันเป็นรากฐานของการเติบโตอย่างยั่งยืน

โดยมีสินทรัพย์ลงทุนรวม 545,132 ล้านบาท สัดส่วนกว่า 81.70% ลงทุนในตราสารหนี้ หรือมูลค่ากว่า 445,363 ล้านบาท แยกเป็นพันธบัตรรัฐบาล 48.11% หุ้นกู้ภาคเอกชน 40.01% พันธบัตรของรัฐวิสาหกิจ 11.80% และเงินฝากประจำ

ส่วนลงทุนในหุ้นและหน่วยลงทุน 10.93% หรือมูลค่าราว 59,557 ล้านบาท แยกเป็นตราสารทุนและหน่วยลงทุนในประเทศ 45.39% และหน่วยลงทุนต่างประเทศ 54.61% และสัดส่วนที่เหลืออีก 5.35% เป็นเงินให้กู้ยืมและดอกเบี้ยค้างรับ