กยท.เดินหน้าจัดการระบบข้อมูลเพื่อรองรับการตรวจสอบย้อนกลับถึงแหล่งกำเนิดของผลผลิตยาง ตามกฎอียู “EUDR” กำหนดให้ผลผลิตยางต้องมาจากพื้นที่ปลอดการตัดไม้ทำลายป่าและไม่รุกล้ำป่าสงวนฯ เพิ่มโอกาสการส่งออกยางพารา หวังยกระดับการจัดการสวนยางสู่สากล คาดดำเนินการตรวจสอบย้อนกลับได้ทั้งหมดภายใน 2 ปี
วันที่ 19 พฤษภาคม 2566 นายณกรณ์ ตรรกวิรพัท ผู้ว่าการการยางแห่งประเทศไทย (กยท.) เผยว่า กยท.กำลังมุ่งเน้นดำเนินการเรื่องตรวจสอบย้อนกลับถึงแหล่งกำเนิดผลผลิตของผลิตภัณฑ์ยางพารา ภายหลังจากกระแสโลกให้ความสำคัญกับสิ่งแวดล้อมและความยั่งยืน ประเทศผู้นำเข้ายางรายใหญ่ เช่น ยุโรปที่ออกกฎระเบียบ EU Deforestation-free Regulation (EUDR) คือผลิตภัณฑ์ที่นำเข้าจะต้องตรวจสอบย้อนกลับได้ว่าผลิตด้วยวัตถุดิบมาจากพื้นที่ปลอดการตัดไม้ทำลายป่า และไม่รุกล้ำป่าสงวนฯ

กยท.มีความพร้อมในเรื่องการจัดการระบบข้อมูลเกษตรกรชาวสวนยาง พื้นที่ปลูก สถาบันเกษตรกรผู้แปรรูปยาง ตลอดจนการจัดการระบบตลาดกลางยางพารา เพื่อรองรับการตรวจสอบย้อนกลับถึงแหล่งกำเนิดของผลผลิตยาง ควบคู่ไปกับการพัฒนาระบบการจัดการสวนยางอย่างถูกต้องตามหลักสากล
นายณกรณ์กล่าวเพิ่มเติมว่า กยท.ตั้งเป้าหมายว่าไทยจะสามารถแสดงแหล่งกำเนิดของผลผลิตยางและสามารถตรวจสอบย้อนกลับได้ทั้งหมดภายใน 2 ปี ซึ่งที่ผ่านมา กยท.ได้ดำเนินมาตรการที่สนับสนุนมาตรการตรวจสอบย้อนกลับมาอย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่การขึ้นทะเบียนเกษตรกรชาวสวนยาง ทำให้ทราบข้อมูลพื้นที่ปลูกของเกษตรกรแต่ละราย
โดยนำระบบสารสนเทศทางภูมิศาสตร์ (GIS Rubber) ซึ่งสามารถแสดงที่ตั้งของสวนยาง ทำให้ทราบว่าพื้นที่ปลูกตั้งอยู่บนที่ดินมีเอกสารสิทธิในรูปแบบโฉนดหรือเอกสารสิทธิอื่น ๆ ที่ถูกต้องตามกฎหมาย ด้านผลิตภัณฑ์แปรรูปยางของสถาบันเกษตรกรฯ ก็มีระบบเก็บข้อมูลสมาชิกและข้อมูลการรับซื้อยางของสหกรณ์ ที่บันทึกข้อมูลทั้งปริมาณและคุณภาพของยางพาราที่นำมาขายให้กับสถาบัน

ตลอดจนข้อมูลการซื้อขายยางพาราของตลาดกลางยางพาราทั้ง 8 แห่งของ กยท. ผ่านระบบ “Thai Rubber Trade” ที่ กยท.พัฒนาขึ้น สามารถเชื่อมโยงข้อมูลยางของตลาดกลางยางพารา กยท.ทุกแห่งทั่วประเทศเข้าด้วยกัน ซึ่งเทคโนโลยี Block Chain ที่นำมาใช้ในระบบ สามารถรองรับการตรวจสอบย้อนกลับข้อมูล แหล่งที่มาของผลผลิตยางพาราได้
“ระบบมาตรฐานจัดการข้อมูลของ กยท. ที่เชื่อมโยงตั้งแต่ต้นทางจนถึงปลายทาง จะสามารถรองรับการตรวจสอบย้อนกลับถึงแหล่งกำเนิดของผลผลิตยางพาราได้ ช่วยให้ผู้ซื้อยางทราบถึงแหล่งกำเนิด เป็นการเพิ่มโอกาสในการขยายตลาดให้กับเกษตรกรชาวสวนยาง และเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันเรื่องการส่งออกได้ เนื่องจากไทยเป็นประเทศแรก ๆ ที่เริ่มเตรียมความพร้อม และมีระบบรวบรวมข้อมูลทะเบียนเกษตรกรและที่ตั้งของสวนยางแล้ว” นายณกรณ์กล่าว
