เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
เฟย-พลอย ‘รอร์วฟัง’ ถ้าอยากเล่า ก็เข้ามานั่ง
Biz Movement เฟย-พลอย ‘รอร์วฟัง’ ถ้าอยากเล่า ก็เข้ามานั่ง
กทม. เดินหน้า Open Government “เปิดเผยเป็นหลัก ปกปิดเป็นข้อยกเว้น”
News กทม. เดินหน้า Open Government “เปิดเผยเป็นหลัก ปกปิดเป็นข้อยกเว้น”
ดัชนี Core CPI สหรัฐเดือนส.ค. ปรับเพิ่มเล็กน้อย
World ดัชนี Core CPI สหรัฐเดือนส.ค. ปรับเพิ่มเล็กน้อย
“ช้างม่อยโมเดล” ดึง Street Art ฟื้นฟูย่านเก่า ดันเศรษฐกิจชุมชนจากฐานราก
เศรษฐกิจภูมิภาค “ช้างม่อยโมเดล” ดึง Street Art ฟื้นฟูย่านเก่า ดันเศรษฐกิจชุมชนจากฐานราก
หอการค้าตราด ผนึกBCL–เพลินพัฒนา ยกระดับการศึกษา “Trat Model” สร้างคนรับเศรษฐกิจอนาคต
Biz Movement หอการค้าตราด ผนึกBCL–เพลินพัฒนา ยกระดับการศึกษา “Trat Model” สร้างคนรับเศรษฐกิจอนาคต
รัฐบาล เร่งจัดระเบียบใหม่ “ดาต้าเซ็นเตอร์” ต้องไม่ตั้งอยู่ใจกลางเมือง
Politics รัฐบาล เร่งจัดระเบียบใหม่ “ดาต้าเซ็นเตอร์” ต้องไม่ตั้งอยู่ใจกลางเมือง
ราชกิจจาฯ ประกาศแต่งตั้งนายทหาร 805 นาย มีผล 1 ต.ค. 2569
Politics ราชกิจจาฯ ประกาศแต่งตั้งนายทหาร 805 นาย มีผล 1 ต.ค. 2569
หุ้นไทยปิดสัปดาห์ดิ่งตามหุ้นนอก ต่างชาติเททิ้งกว่า 3,137 ล้าน ลุ้นตัวเลข CPI คืนนี้
Finance หุ้นไทยปิดสัปดาห์ดิ่งตามหุ้นนอก ต่างชาติเททิ้งกว่า 3,137 ล้าน ลุ้นตัวเลข CPI คืนนี้
สรรพากร ไขปม วัดดังอยุธยา อยู่ในระบบ e-Donation หรือไม่ ?
Finance สรรพากร ไขปม วัดดังอยุธยา อยู่ในระบบ e-Donation หรือไม่ ?
ก.ล.ต.เร่งปิดคดีตลาดทุน ไม่เกิน 2 ปี พร้อมลุยเพิ่มอำนาจคุม Short Sell
Finance ก.ล.ต.เร่งปิดคดีตลาดทุน ไม่เกิน 2 ปี พร้อมลุยเพิ่มอำนาจคุม Short Sell
ดูทั้งหมด

ดอลลาร์แข็งค่า ตามทิศทางบอนด์ยีลด์ จับตาเงินเฟ้อ-ประชุมเฟด

07 มิ.ย. 2566 | 18:29น.
ดอลลาร์

ดอลลาร์สหรัฐแข็งค่าตามทิศทางบอนด์ยีลด์ จับตาเงินเฟ้อ-ประชุมเฟด 13-14 มิถุนายนนี้ ขณะที่ตลาดคาดเฟดจะคงอัตราดอกเบี้ยไว้ที่ระดับ 5.00-5.25% ในการประชุมครั้งนี้

ฝ่ายค้าเงินตราต่างประเทศ ธนาคารกรุงเทพ รายงานว่า สภาวะการเคลื่อนไหวตลาดปริวรรตเงินตราประจำวันพุธที่ 7 มิถุนายน 2566 ค่าเงินบาทเปิดตลาดเช้าวันนี้ (7/6) ที่ระดับ 34.71/73 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ แข็งค่าจากระดับปิดตลาดเมื่อวันอังคาร (6/6) ที่ระดับ 34.78/80 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ แม้ว่าดัชนีดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งเป็นดัชนีวัดความเคลื่อนไหวของดอลลาร์สหรัฐ เมื่อเทียบกับสกุลเงินหลัก 6 สกุล ในตะกร้าเงิน ปรับตัวเพิ่มขึ้น 0.12% แตะที่ระดับ 104.13 ดอลลาร์สหรัฐ แข็งค่าเมื่อเทียบกับสกุลเงินหลัก

โดยค่าเงินดอลลาร์สหรัฐ ปรับตัวตามทิศทางอัตราผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐที่ปรับตัวขึ้น โดยเมื่อคืนที่ผ่านมา (6/6) อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลอายุ 10 ปี ปรับตัวขึ้นสู่ระดับ 3.72% และอัตรผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลอายุ 30 ปี ปรับตัวขึ้นสู่ระดับ 3.90%

ขณะที่นักลงทุนจับตาการเปิดเผยตัวเลขเงินเฟ้อของสหรัฐ ได้แก่ ดัชนีราคผู้บริโภค (CPI) ประจำเดือนพฤษภาคมในวันอังคารที่ 13 มิถุนายน และดัชนีราคาผู้ผลิต (PPI) ประจำเดือนพฤษภาคมในวันพุธที่ 14 มิถุนายน โดยดัชนี CPI เป็นมาตรวัดเงินเฟ้อจากการใช้จ่ายของผู้บริโภค และดัชนี PPI เป็นมาตรวัดเงินเฟ้อจากการใช้จ่ายของผู้ผลิต

และนักลงทุนจับตาการประชุมนโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ในวันที่ 13-14 มิถุนายนนี้ ขณะที่ตลาดคาดการณ์ว่าเฟดจะคงอัตราดอกเบี้ยไว้ที่ระดับ 5.00-5.25% ในการประชุมครั้งนี้

ล่าสุด FedWatch Tool ของ CME Group บ่งชี้ว่า นักลงทุนให้น้ำหนัก 75.9% ที่เฟดจะคงอัตราดอกเบี้ยที่ระดับ 5.00-5.25% และให้น้ำหนักเพียง 24.1% ที่เฟดจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย 0.25% สู่ระดับ 5.25-5.50%

สำหรับข้อมูลเศรษฐกิจที่มีการเปิดเผย ธนาคารโลกปรับลดคาดการณ์การขยายตัวของเศรษฐกิจโลกในปี 2567 ลดลงสู่ระดับ 2.4% จากตัวเลขคาดการณ์เดิมที่ระดับ 2.7% โดยระบุว่าเศรษฐกิจโลกยังคงได้รับผลกระทบจากนโยบายการเงินที่เข้มงวด และวิกฤตการณ์ในภาคธนาคาร

ขณะเดียวกันธนาคารโลกได้ปรับเพิ่มคาดการณ์การขยายตัวของเศรษฐกิจโลกในปี 2566 สู่ระดับ 2.1% จาดรัเบ 1.7% แต่ตัวเลขดังกล่าวยังต่ำกว่าการขยายตัวในปี 2565 ที่ระดับ 3.1%

สำหรับปัจจัยภายในประเทศ สภาผู้ส่งสินค้าทางเรือแห่งประเทศไทย (สรท.) คาดภาวะการส่งออกของไทยในเดือนพฤษภาคม-มิถุนายน ยังคงปรับตัวลดลงจากช่วงเดียวกันของปีก่อนเล็กน้อย ส่งผลให้การส่งออกของไทยในช่วงครึ่งปีแรกปรับตัวลง 5-6% แต่ช่วงครึ่งปีหลังยังคงเห็นโอกาสในวิกฤตที่จะเร่งขับเคลื่อนการส่งออกให้ขยายตัวมากขึ้น เพื่อให้ภาพรวมการส่งออกทั้งปีอยู่ที่ 0-1%

ทั้งนี้ระหว่างวันค่าเงินบาทเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบระหว่าง 34.69-34.81 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ และปิดตลาดที่ระดับ 34.78/79 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ

สำหรับความเคลื่อนไหวของค่าเงินยูโร เปิดตลาดเช้าวันนี้ (7/6) ที่ระดับ 1.0703/04 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร แข็งค่าจากระดับปิดตลาดเมื่อวันอังคาร (6/6) ที่ระดับ 1.0688/92 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร แม้ว่าสำนักงานสถิติแห่งชาติเยอรมนีเปิดเผยว่า ยอดคำสั่งซื้อภาคอุตสาหกรรมปรับตัวลดลง 0.4% ในเดือนเมษายน เมื่อเทียบรายเดือน สวนทางนักวิเคราะห์คาดว่าจะปรับตัวขึ้น 3.0%

และยอดค้าปลีกเดือนเมษายนของยูโรโซนออกมาไม่เปลี่ยนแปลงในเดือนเมษายน เนื่องจากผู้บริโภคใช้จ่ายน้อยลงในด้านอาหารและเชื้อเพลิงรถยนต์ส่งผลให้ผลสำรวจล่าสุดของธนาคารกลางยุโรป (ECB) เปิดเผยเมื่อวานนี้ (6/6) ว่า ผู้บริโภคในยูโรโซนได้ลดคาดการณ์เงินเฟ้อลงในเดือนเมษายน ซึ่งนับเป็นสัญญาณผ่อนคลายสำหรับผู้กำหนดนโยบาย หลังคาดการณ์ว่าเงินเฟ้อจะปรับตัวสูงขึ้นสวนทางกับการคาดการณ์เมื่อเดือนมีนาคม

อย่างไรก็ดีประธานธนาคารกลางยุโรป (ECB) และ ประธานธนาคารเยอรมนี หรือ บุนเดสแบงก์ (Bundesbank) ได้กล่าวย้ำการคาดการณ์ว่า ECB จะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยอีกครั้งในการประชุมเดือนมิถุนายนนี้ ทั้งนี้ระหว่างวันค่าเงินยูโรเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบระหว่าง 1.0666-1.0704 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร และปิดตลาดที่ระดับ 1.0695/96 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร

สำหรับการเคลื่อนไหวของค่าเงินเยนเปิดตลาดเช้าวันนี้ (7/6) ที่ระดับ 139.39/40 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ อ่อนค่าลงเล็กน้อยจากระดับปิดตลาดเมื่อวันอังคาร (6/6) ที่ 139.34/35 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ โดยสำนักข่าว CNBC รายงานว่า การอ่อนค่าของเงินเยนครั้งใหม่ทำให้ตลาดบางส่วนคาดการณ์ว่าธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ) จะใช้มาตรการ open market operation (omo) มากขึ้น เนื่องจาก BOJ ยังคงใช้นโยบายการเงินแบบพิเศษโดยคงอัตราดอกเบี้ยที่ -0.1% ท่ามกลางอัตราเงินเฟ้อที่สูง

โดยปีที่แล้ว กระทรวงการคลังของญี่ปุ่นเข้าแทรกแซงด้วยเงินประมาณ 68,000 ล้านดอลลาร์เพื่อประคับประคองค่าเงินเยนใน 3 วัน ได้แก่ วันที่ 22 กันยายน 21 ตุลาคม และ 24 ตุลาคม โดยระหว่างวันค่าเงินเยนเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบระหว่าง 139.11-139.67 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ และปิดตลาดที่ระดับ 139.31/32 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ

ข้อมูลเศรษฐกิจที่สำคัญในสัปดาห์นี้ ได้แก่ ยอดนำเข้า ยอดส่งออก และดุลการค้าเดือนเมษายนของสหรัฐ (7/6), ผลผลิตภาคอุตสาหกรรมเดือนเมษายนของเยอรมนี (7/6), ยอดนำเข้า ยอดส่งออก และดุลการค้าเดือนพฤษภาคมของจีน (7/6) และจำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์ของสหรัฐ (8/6)

สำหรับอัตราป้องกันความเสี่ยง (Swap point) ภาคเช้า 1 เดือนในประเทศอยู่ที่ -11/-10.6 สตางค์/ดอลลาร์สหรัฐ และอัตราป้องกันความเสี่ยงภาคเช้า 1 เดือนต่างประเทศอยู่ที่ -10/-8.4 สตางค์/ดอลลาร์สหรัฐ