เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ราคาทองวันนี้ (20 ต.ค. 69) ร่วงลง 550 บาท รูปพรรณบาทละ 66,500 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (20 ต.ค. 69) ร่วงลง 550 บาท รูปพรรณบาทละ 66,500 บาท
ขาย “สวนสยาม” หมื่นล้าน เนื้อหอม ทุนไทย-ต่างชาตินับ 10 รายสนใจซื้อ
Real Estate ขาย “สวนสยาม” หมื่นล้าน เนื้อหอม ทุนไทย-ต่างชาตินับ 10 รายสนใจซื้อ
เบทาโกรเข้าถือหุ้นใหญ่ Freshket รุกขยายธุรกิจฟู้ดเซอร์วิสออนไลน์
Economic เบทาโกรเข้าถือหุ้นใหญ่ Freshket รุกขยายธุรกิจฟู้ดเซอร์วิสออนไลน์
คณะไกล่เกลี่ย UNCLOS หนุนไทย-กัมพูชาฟื้นความสัมพันธ์ทางการทูต
World คณะไกล่เกลี่ย UNCLOS หนุนไทย-กัมพูชาฟื้นความสัมพันธ์ทางการทูต
น้ำลดอย่าเพิ่งสตาร์ท! กรมส่งเสริมการเกษตรเปิด 7 วิธีฟื้นเครื่องจักร
Economic น้ำลดอย่าเพิ่งสตาร์ท! กรมส่งเสริมการเกษตรเปิด 7 วิธีฟื้นเครื่องจักร
ปลุก “เงินนอน” เชียงใหม่ 3 แสนล้านปักหมุด Investment Hub ภาคเหนือ
เศรษฐกิจภูมิภาค ปลุก “เงินนอน” เชียงใหม่ 3 แสนล้านปักหมุด Investment Hub ภาคเหนือ
กลุ่มธนบุรี เปิดตัวรถอีวี ‘smart’ 3 รุ่น ประเดิมขายในโชว์รูม ”เบนซ์“ 10 สาขาทั่วประเทศ
Automotive กลุ่มธนบุรี เปิดตัวรถอีวี ‘smart’ 3 รุ่น ประเดิมขายในโชว์รูม ”เบนซ์“ 10 สาขาทั่วประเทศ
ไอซีเอส จัดโปรฯ“BREAK SHOP ENJOY” ช็อปสนุก รับสิทธิพิเศษจุใจ วันนี้ – 11 พฤศจิกายน 2569
Business ไอซีเอส จัดโปรฯ“BREAK SHOP ENJOY” ช็อปสนุก รับสิทธิพิเศษจุใจ วันนี้ – 11 พฤศจิกายน 2569
TNL รับรางวัล“องค์กรผู้ส่งเสริมความรู้ด้านการเงินการลงทุนแก่บุคลากร” พร้อมเดินหน้าส่งเสริมความรู้ทางการเงินแก่พนักงาน
HR TNL รับรางวัล“องค์กรผู้ส่งเสริมความรู้ด้านการเงินการลงทุนแก่บุคลากร” พร้อมเดินหน้าส่งเสริมความรู้ทางการเงินแก่พนักงาน
BiOST ชูไอเดียเศรษฐกิจแบบ Sustainomy ให้ผลตอบแทนคู่ขนาน โตแบบยั่งยืน
Uncategorized BiOST ชูไอเดียเศรษฐกิจแบบ Sustainomy ให้ผลตอบแทนคู่ขนาน โตแบบยั่งยืน
ดูทั้งหมด

“ฟอร์ติเน็ต” เผย ทำงานแบบไฮบริด เพิ่มความเสี่ยงถูกโจมตีทางไซเบอร์

21 มิ.ย. 2566 | 09:56น.
ฟอร์ติเน็ต

“ฟอร์ติเน็ต” จับมือ “IDC” จัดทำผลการสำรวจสถาปัตยกรรม SASE ในเอเชีย-แปซิฟิก พบว่าการทำงานแบบไฮบริด เพิ่มความเสี่ยงให้องค์กรถูกโจมตีทางไซเบอร์มากขึ้น

วันที่ 21 มิถุนายน 2566 นายราชิช แพนเดย์ รองประธานฝ่ายการตลาดและการสื่อสาร ภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ฟอร์ติเน็ต (Fortinet) กล่าวว่า หลายคนเคยคิดว่า เมื่อการระบาดของโควิด-19 จบลง การทำงานรูปแบบที่ทุกคนต้องเข้าออฟฟิศ 100% จะกลับมา แต่ภาพแบบนั้นไม่มีทางเกิดขึ้นอีกแล้ว ในอนาคตการทำงานแบบไฮบริด (Hybrid Working) จะกลายเป็นรูปแบบการทำงานหลัก ซึ่งแลกมาด้วยโอกาสในการถูกโจมตีจากไวรัสหรือมัลแวร์ที่อยู่ในอุปกรณ์ส่วนตัวของพนักงาน

ดังนั้น เราจึงร่วมมือกับ “ไอดีซี” (IDC) บริษัทวิเคราะห์ตลาดไอทีที่ได้รับการยอมรับในระดับสากล เพื่อค้นหาข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับการทำงานจากระยะไกล (Remote Work) หรือการทำงานแบบไฮบริด รวมถึงทิศทางด้านความปลอดภัยทางไซเบอร์ที่องค์กรเลือกใช้เพื่อจัดการความเสี่ยงในการถูกโจมตีจากไวรัส หรือมัลแวร์ที่อยู่ในอุปกรณ์นอกองค์กร

“ในขณะที่โลกเปลี่ยนไปสู่การทำงานแบบไฮบริด องค์กรต้องเผชิญกับความท้าทายในการรักษาความปลอดภัยของข้อมูลและสภาพแวดล้อมการทำงานที่มาในรูปแบบของ “สาขาส่วนบุคคล” (‘Branch-Office-of-One) ที่คนทำงานและอุปกรณ์ต่าง ๆ ทำงานอยู่ภายนอกองค์กร”

“งานวิจัยชิ้นนี้ย้ำถึงความเร่งด่วนสำหรับองค์กรในการปรับใช้กลยุทธ์การรักษาความปลอดภัยที่จะเข้ามาช่วยจัดการความเสี่ยงที่เกิดจากการทำงานจากระยะไกล ผลการสำรวจชี้ให้เห็นว่า Single-Vendor SASE ที่มาพร้อมความสามารถในการควบรวมระบบเน็ตเวิร์กและความปลอดภัยเข้าด้วยกัน คือสิ่งที่จะเข้ามาเป็นจุดเปลี่ยนสำหรับหลาย ๆ องค์กรที่มองหามาตรการรักษาความปลอดภัยที่เรียบง่ายและมั่นคงสำหรับผู้ใช้ภายในและภายนอกเครือข่าย”

“ฟอร์ติเน็ต” ผู้ให้บริการด้านความปลอดภัยทางไซเบอร์ (Cybersecurity) ที่ขับเคลื่อนการผสานกันของ Networking System และความปลอดภัย เผยผลการสำรวจสถาปัตยกรรม SASE ในภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิกครั้งใหม่ที่ดำเนินการโดย IDC และการสนับสนุนจากฟอร์ติเน็ต

โดยรายงานอ้างอิงผลการสำรวจล่าสุดที่จัดทำใน 9 ประเทศทั่วทั้งภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก เพื่อสำรวจมุมมองของผู้นำด้านความปลอดภัยทางไซเบอร์ในอุตสาหกรรมต่าง ๆ เกี่ยวกับการทำงานแบบไฮบริด โดยจำนวนผู้เข้าร่วมการสำรวจมีทั้งหมด 450 คน ซึ่งเป็นตัวแทนจากไทยจำนวน 50 คน

ข้อมูลสำคัญที่ได้จากการสำรวจที่ IDC ทำร่วมกับฟอร์ติเน็ตแบ่งเป็น 6 ประเด็น ดังนี้

1.การเพิ่มขึ้นของ “Branch-Office-of-One” หรือ “สาขาส่วนบุคคล” (พนักงานใช้อุปกรณ์ของตนเองทำงานอยู่ภายนอกองค์กร)

ผลการสำรวจพบว่า 96% ของผู้ตอบแบบสอบถามในไทยมีรูปแบบการทำงานแบบไฮบริด หรือมีการทำงานจากระยะไกลเต็มรูปแบบ โดยประมาณ 44% ของผู้ตอบแบบสอบถามมีพนักงานในองค์กรอย่างน้อย 50% ที่ทำงานในแบบไฮบริด ด้วยเหตุนี้ 80% ของผู้ตอบแบบสอบถามในไทย คาดว่าจะมีอุปกรณ์ที่มีการจัดการ (Managed) เพิ่มขึ้นมากกว่า 100% ในอีก 2 ปีข้างหน้า (บางส่วนคาดว่าจะเติบโตถึง 400%) ขณะเดียวกัน 64% คาดว่าอุปกรณ์ที่ไม่ได้รับการจัดการ (Unmanaged) จะมีการเติบโตมากกว่า 50% ซึ่งเพิ่มความเสี่ยงในการละเมิดความปลอดภัย และเพิ่มภาระให้กับทีมรักษาความปลอดภัยด้านไอทีอีกด้วย

2.อุปกรณ์ที่ไม่มีการจัดการก่อให้เกิดความเสี่ยง

เมื่อระบบคลาวด์และการทำงานจากระยะไกลแพร่หลายมากขึ้น การเพิ่มขึ้นของจำนวนผู้ใช้อุปกรณ์ ตลอดจนข้อมูลต่าง ๆ ที่ถูกจัดเก็บภายนอกบริษัทจะมีเป็นจำนวนมาก ปัจจุบัน 30% ของอุปกรณ์ที่เชื่อมต่อกับเครือข่ายในประเทศล้วนไม่ได้รับการจัดการ ส่งผลต่อการเพิ่มโอกาสในการละเมิดความปลอดภัย ผู้ตอบแบบสำรวจในไทยคาดว่าตัวเลขนี้จะเพิ่มขึ้น โดย 64% คาดการณ์ว่าจะเพิ่มขึ้น 50% ภายในปี 2568

3.ความจำเป็นในการรักษาความปลอดภัยบนระบบคลาวด์

การทำงานในรูปแบบไฮบริดที่เพิ่มมากขึ้น ทำให้พนักงานต้องเชื่อมต่อไปยังระบบภายนอก เพื่อให้สามารถทำงานต่อได้ ผู้ตอบแบบสำรวจในไทยระบุว่า พนักงานของพวกเขาต้องการเชื่อมต่อกับคลาวด์ของบุคคลที่สาม (Third-Party) มากกว่า 40 รายการ ซึ่งเพิ่มความเสี่ยงต่อการถูกละเมิดความปลอดภัย และในอีก 2 ปีข้างหน้า 100% ของผู้ตอบแบบสอบถามในประเทศคาดว่าตัวเลขดังกล่าวจะเพิ่มขึ้นถึงสองเท่า ในขณะที่ผู้ตอบมากกว่า 60% เชื่อว่าตัวเลขนี้จะเพิ่มขึ้นเป็นสามเท่า ซึ่งมีผลต่อความเสี่ยงที่จะรุนแรงยิ่งขึ้น ทำให้การดูแลรักษาความปลอดภัยของเครือข่ายไปพร้อมกับการสร้างความมั่นใจในการเชื่อมต่อของพนักงานไปยังบุคคลที่สาม และบริการบนคลาวด์เป็นความท้าทายที่สำคัญ เนื่องจากมาตรการรักษาความปลอดภัยแบบเดิมยังไม่เพียงพอ

4.การเพิ่มขึ้นของภัยคุกคามด้านความปลอดภัย

เนื่องจากการทำงานในรูปแบบไฮบริดและการเติบโตของการเชื่อมต่อเข้าสู่เน็ตเวิร์กทั้งที่ได้รับการจัดการและไม่ได้รับการจัดการ มีผลต่อการเติบโตอย่างมีนัยสำคัญของภัยคุกคามบนไซเบอร์ จากการสำรวจพบว่า 72% ของผู้ตอบแบบสอบถามในไทยเคยโดนโจมตีด้านความปลอดภัยรุนแรงขึ้น 2 เท่า และ 34% ของผู้ตอบแบบสอบถามเคยโดนโจมตีรุนแรงขึ้น 3 เท่า โดยรูปแบบการโจมตีที่อยู่ในอันดับต้น ๆ คือฟิชชิง (Phishing) การปฏิเสธการบริการ การโจรกรรมข้อมูล แรนซัมแวร์ (Ransomware) และการสูญหายของข้อมูล

5.สถาปัตยกรรม SASE คือจุดเปลี่ยนของการทำงานแบบไฮบริด

สถาปัตยกรรม SASE (Universal SASE) คือสิ่งที่องค์กรในไทยวางแผนที่จะนำมาใช้เพื่อรับมือกับความท้าทายที่เกิดขึ้นจากการทำงานแบบไฮบริดด้วยการลงทุนในโซลูชั่น Single-Vendor SASE เพื่อปรับปรุงมาตรการรักษาความปลอดภัยและให้ประสบการณ์การใช้งานที่มั่นคงต่อคนทำงานจากระยะไกล ความต้องการโซลูชั่นครอบคลุมไปถึงรูปแบบการรักษาความปลอดภัยที่สอดคล้องกันสำหรับผู้ใช้ที่อยู่ในและนอกเครือข่าย

6.การให้ความสำคัญต่อผู้จำหน่ายเพียงรายเดียว (Single Vendor)

องค์กรต่าง ๆ มองหา SASE เพื่อนำมาใช้ในการจัดการเครือข่ายและบริการรักษาความปลอดภัย ตลอดจนพิจารณาแพลตฟอร์มที่จะเข้ามาช่วยปรับปรุงการดำเนินงานให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น จากการสำรวจพบว่า 72% ของผู้ตอบแบบสอบถามในไทยต้องการผู้จำหน่ายเพียงรายเดียวสำหรับความสามารถด้านการเชื่อมต่อและความปลอดภัย ในขณะที่ 52% กำลังอยู่ระหว่างการรวมเวนเดอร์ด้านความปลอดภัยเข้าด้วยกัน

นอกจากนี้ ผู้ตอบแบบสอบถามกว่า 68% ยังต้องการผู้ขายเพียงรายเดียวสำหรับบริการรักษาความปลอดภัยผ่านคลาวด์ และ SD-WAN โดยระบุถึงผลประโยชน์ต่าง ๆ ที่ได้รับ เช่น ช่องว่างด้านความปลอดภัยลดลง ประสิทธิภาพเครือข่ายดีขึ้น ความง่ายในการใช้งาน และการขยายขีดความสามารถในการทำงาน

แท็กที่เกี่ยวข้อง

ความปลอดภัย ภัยไซเบอร์