Skip to content

งบกลางฉุกเฉินเหลือไม่ถึง 3 หมื่นล้าน สำนักงบฯ เตรียมถกรัฐบาลใหม่

07 ก.ค. 2566 | 14:03น.
งบกลางฉุกเฉินเหลือไม่ถึง 3 หมื่นล้าน สำนักงบฯ เตรียมถกรัฐบาลใหม่

เฉลิมพล ผอ.สำนักงบประมาณ เผยงบกลางฉุกเฉินปี’66 เหลือไม่ถึง 3 หมื่นล้านบาท เตรียมหารือรัฐบาลใหม่ หลังโหวตนายกรัฐมนตรี สั่งหน่วยงานราชการเร่งเครื่องโครงการใหม่-ใหญ่ จัดซื้อจัดจ้าง-ลงนามสัญญาทันทีที่งบปี’67 บังคับใช้ 

วันที่ 7 กรกฎาคม 2566 นายเฉลิมพล เพ็ญสูตร ผู้อำนวยการสำนักงบประมาณ เปิดเผยถึงการอัพเดตไทม์ไลน์การจัดทำงบประมาณรายจ่ายประจำปี 2567 ว่า หากปักหมุดการประชุมสภาผู้แทนราษฎรเพื่อลงมติเลือกนายกรัฐมนตรีได้ในวันที่ 13 กรกฎาคมนี้ จะต้องเข้าไปหาว่าที่นายกรัฐมนตรี เพื่อหารือกระบวนการจัดทำงบประมาณรายจ่ายประจำปี 2567 ที่ทำไปแล้วจะสามารถปรับเปลี่ยนในส่วนใดได้บ้าง

หรือรัฐบาลใหม่มีนโยบายเรื่องใดที่จะเพิ่มขึ้นมา จะสามารถทำเรื่องใดก่อนหลังตามการจัดลำดับความสำคัญได้บ้าง เช่น หากต้องจัดสรรงบประมาณเพิ่มก็จะต้องมีการประชุมร่วมกับ 4 หน่วยงาน ได้แก่ สำนักงบประมาณ กระทรวงการคลัง สภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) หรือ สภาพัฒน์ และธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เพื่อหารือว่าจะปรับลดในส่วนใดได้บ้าง ถ้าจำเป็นพอที่จะเพิ่มได้หรือไม่ หมายความว่าเอาเงินที่เพิ่มกับเงินที่ปรับลดรวมกันเพื่อตอบสนองนโยบายรัฐบาลใหม่

“ถ้าเริ่มต้นนับ 1 ใหม่ก็ทำได้ แต่จะทำให้งบประมาณรายจ่ายปี 2567 ล้าช้าออกไป ถึงแม้ว่าจะไม่ได้ส่งผลกระทบกับการลงทุนรัฐวิสาหกิจที่ลงทุนไปแล้ว แต่ถ้าทำได้เร็วก็จะส่งผลดีกับประเทศ เพื่อเป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจ” นายเฉลิมพลกล่าว

นายเฉลิมพลกล่าวว่า ไทม์ไลน์เดิมที่คาดไว้ยังไม่มีการเปลี่ยนแปลง ว่างบประมาณรายจ่ายปี’67 จะสามารถเริ่มใช้ได้ไม่ได้เกินเดือนมีนาคม 2567 และมีเวลาใช้เงิน 6 เดือน

“ได้คุยกับส่วนราชการอยู่ ในส่วนโครงการใหม่ต้องมาปรับวิธีกันเล็กน้อย ในเรื่องของการเตรียมการกระบวนการจัดซื้อจัดจ้างให้มีความพร้อม เพื่อรองรับเมื่อถึงเวลาที่ร่าง พ.ร.บ.งบปี’67 ประกาศบังคับใช้ให้สามารถเซ็นสัญญาได้ทันที โครงการใหญ่ใหม่ ๆ ก็จะเกิดผลกระทบไม่มาก เช่นเดียวกับโครงการปีเดียว หากทุกอย่างเตรียมความพร้อมไว้ก็สามารถเซ็นสัญญาได้เลย ทำให้ไม่เกิดความล่าช้า และในส่วนที่ต้องปรับลดในบางเรื่องที่อาจจะใช้งวดงานไม่ถึง” นายเฉลิมพลกล่าว

นายเฉลิมพลกล่าวว่า อย่างไรก็ตาม รายละเอียดของไทม์ไลน์ชัดเจนของร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) งบประมาณรายจ่ายประจำปี 2567 ต้องรอหารือกับว่าที่นายกรัฐมนตรีก่อน แต่ในหลักการ 1.จะทำเร็ว 2.เตรียมการให้พร้อมทำตามนโยบายของรัฐบาลใหม่ให้ดีที่สุด

ทั้งนี้ งบประมาณปี’67 จะสามารถนำมาใช้ในส่วนของนโยบายใหม่จำนวนเท่าไหร่นั้น เท่าที่ดูเบื้องต้น ได้ในระดับหนึ่ง แต่ตัวเลขยังไม่ชัด ซึ่งเตรียมปรับไปแล้วในบางเรื่อง อย่างไรก็ตาม ต้องทราบในส่วนของเงินที่ต้องใช้ในนโยบายใหม่ก่อน คาดว่าไม่มีปัญหา สามารถดำเนินการตามนโยบายของรัฐบาลใหม่ได้

“งบกลาง สำรองจ่ายกรณีฉุกเฉินจำเป็นเร่งด่วนปี’67 เอามาใช้ได้บ้าง แต่ไม่ทั้งหมด เพราะถ้าเกิดเหตุการณ์เฉพาะหน้าที่เป็นปัญหาขึ้นมาจะลำบาก เพราะต้องนำมาใช้ในเรื่องจำเป็นเร่งด่วนฉุกเฉินไว้ด้วย” นายเฉลิมพลกล่าว

นายเฉลิมพลกล่าวว่า สำหรับงบกลาง ปี’66 ขณะนี้เหลือไม่เกิน 3 หมื่นล้านบาท จากทั้งหมด 9 หมื่นกว่าล้านบาท เพราะมีเรื่องจำเป็นเร่งด่วนฉุกเฉินเยอะมาก โดยเฉพาะค่าไฟฟ้าที่ใช้ในการดูแลประชาชน

นายเฉลิมพลกล่าวว่า ส่วนงบประมาณรายจ่ายประจำปี 2568 ก็ต้องทำต่อเนื่องกันไปในต้นเดือนตุลาคม และเริ่มกระบวนการทำจริง ๆ ในเดือนพฤศจิกายน 2566

“ถ้าได้รัฐบาลช่วงนี้ ภายในต้นเดือนสิงหาคม 66 คาดว่าร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปี 2567 จะสามารถเข้าสภาวาระแรกได้ไม่น้อยกว่าเดือนพฤศจิกายน-ธันวาคม 66 คู่ขนานไปกับการจัดทำงบประมาณปี’68” นายเฉลิมพลทิ้งท้าย