เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ราคาบิตคอยน์วันนี้ (2 ก.ค.) ขยับขึ้น 3.7% อยู่ที่ 60,758 เหรียญสหรัฐ
Economic ราคาบิตคอยน์วันนี้ (2 ก.ค.) ขยับขึ้น 3.7% อยู่ที่ 60,758 เหรียญสหรัฐ
ราคาน้ำมันวันนี้ (2 ก.ค.) เช็กราคา ‘ดีเซล-แก๊สโซฮอล์’ ล่าสุด
Economic ราคาน้ำมันวันนี้ (2 ก.ค.) เช็กราคา ‘ดีเซล-แก๊สโซฮอล์’ ล่าสุด
สภาฯ รับหลักการงบฯ 70 เอกนิติ ย้ำ ฝีไม่แตก โปร่งใส ไม่มีหมกเม็ด
Politics สภาฯ รับหลักการงบฯ 70 เอกนิติ ย้ำ ฝีไม่แตก โปร่งใส ไม่มีหมกเม็ด
กระทรวงภูมิใจไทย 1.4 ล้านล้านงบรัฐบาลอนุทิน ปีแรก 3.788 ล้านล้าน
Politics กระทรวงภูมิใจไทย 1.4 ล้านล้านงบรัฐบาลอนุทิน ปีแรก 3.788 ล้านล้าน
ฟื้นกองเรือเก่าภาษีเจริญ ผุดนำร่อง ‘School Boat-เรือแท็กซี่’ เชื่อม BTS บางหว้า
Politics ฟื้นกองเรือเก่าภาษีเจริญ ผุดนำร่อง ‘School Boat-เรือแท็กซี่’ เชื่อม BTS บางหว้า
ผลเลือกตั้ง กทม.-พัทยา
Politics ผลเลือกตั้ง กทม.-พัทยา
JimmyYoung สลัดโมเดลออนไลน์ รุกตลาดแมสส่งแบรนด์ Black Magic บุก 7-Eleven
Business JimmyYoung สลัดโมเดลออนไลน์ รุกตลาดแมสส่งแบรนด์ Black Magic บุก 7-Eleven
กทพ. อัดโปรแรง 7 ก.ค. แจกเงินคืน 50% ดันยอดผู้ใช้ Easy Pass ลดภาระค่าครองชีพ
News กทพ. อัดโปรแรง 7 ก.ค. แจกเงินคืน 50% ดันยอดผู้ใช้ Easy Pass ลดภาระค่าครองชีพ
สุริยะ คาดไม่เกิน 30 วัน ส่งออกกุ้งไทย ไปมาเลเซียได้
Politics สุริยะ คาดไม่เกิน 30 วัน ส่งออกกุ้งไทย ไปมาเลเซียได้
ตลาดหลักทรัพย์ฯ เพิ่มเกณฑ์กำกับดูแล บจ. เข้มเปิดเผยข้อมูล ขึ้นเครื่องหมาย C มีผลตั้งแต่ 1 ก.ค. 69
Finance ตลาดหลักทรัพย์ฯ เพิ่มเกณฑ์กำกับดูแล บจ. เข้มเปิดเผยข้อมูล ขึ้นเครื่องหมาย C มีผลตั้งแต่ 1 ก.ค. 69
ดูทั้งหมด

ดอลลาร์แข็งค่า หลังตัวเลขการจ้างงานพุ่ง หนุนเฟดขึ้นดอกเบี้ย

07 ก.ค. 2566 | 18:03น.
ดอลลาร์

ดอลลาร์

ดอลลาร์สหรัฐแข็งค่า หลังตัวเลขการจ้างงานพุ่ง หนุนเฟดขึ้นดอกเบี้ย ขณะที่นักลงทุนคลายความกังวลเกี่ยวกับเงินเฟ้อลง ส่วนปัจจัยในประเทศเงินบาทยังคงอ่อนค่า หลังกระทรวงพาณิชย์เปิดเผยตัวเลขเงินเฟ้อเดือนมิ.ย. ชะลอตัวต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 6

ฝ่ายค้าเงินตราต่างประเทศ ธนาคารกรุงเทพ รายงานว่า ภาวะการณ์เคลื่อนไหวของตลาดปริวรรตเงินตราประจำวันที่ 3-7 กรกฎาคม 2566 ค่าเงินบาทเปิดตลาดวันจันทร์ (3/7) ที่ระดับ 35.27/29 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ ปรับตัวแข็งค่าจากระดับปิดตลาดเมื่อวันศุกร์ (30/6) ที่ระดับ 35.61/62 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ

ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่าลงภายหลังจากที่มีการเปิดเผยตัวเลขเศรษฐกิจที่บ่งชี้ว่าเงินเฟ้อชะลอตัวลงในเดือนพฤษภาคม และผู้บริโภคมีการลดการใช้จ่ายลงขณะที่เศรษฐกิจชะลอตัว ซึ่งลดแรงกดดันต่อธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ในการเดินหน้าปรับขึ้นดอกเบี้ยเพื่อควบคุมเงินเฟ้อ

โดยดัชนีราคาการใช้จ่ายเพื่อการบริโภคส่วนบุคคล (PCE) ซึ่งเป็นหนึ่งในมาตรวัดเงินเฟ้อสำคัญสำหรับธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ปรับตัวเพิ่มขึ้นอยู่ที่ระดับ 3.8% ในเดือนพฤษภาคม เมื่อเทียบรายปี ลดลงจากระดับ 4.3% ในเดือนเมษายน ขณะที่ดัชนี PCE ทั่วไป ปรับตัวขึ้น 0.1% ลดลงจากระดับ 0.4% ในเดือนก่อนหน้า

นักลงทุนคลายความกังวลเงินเฟ้อสหรัฐ

ส่วนดัชนี PCE พื้นฐานไม่นับรวมหมวดอาหารและพลังงานปรับตัวเพิ่มขึ้น 4.6% ลดลงจากระดับ 4.7% ในเดือนก่อนหน้า และต่ำกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้ที่ระดับ 4.7% นอกจากนี้มหาวิทยาลัยมิชิแกนมีการเปิดเผยผลสำรวจดัชนีความเชื่อมั่นของผู้บริโภคสหรัฐ ประจำเดือนมิถุนายน โดยปรับตัวสูงขึ้นสู่ระดับ 64.4 จากระดับ 59.2 ในเดือนก่อนหน้า ถือเป็นระดับสูงสุดในรอบ 4 เดือน และสูงกว่าตัวเลขคาดการณ์ของนักวิเคราะห์ที่ระดับ 63.9

ทั้งนี้การเปิดเผยตัวเลขดังกล่าวทำให้นักลงทุนคลายความกังวลเกี่ยวกับเงินเฟ้อลงไป อย่างไรก็ดี ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐได้เริ่มปรับตัวแข็งค่าขึ้นอีกครั้งในช่วงกลางสัปดาห์ภายหลังจากที่ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ได้ออกมาเปิดเผยรายงานการประชุมครั้งล่าสุด ซึ่งระบุว่ากรรมการเฟดส่วนใหญ่คาดการณ์ว่าจะมีการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยอีกในปีนี้ หลังจากที่เฟดตัดสินใจตรึงอัตราดอกเบี้ยในการประชุมเดือนมิถุนายน

ค่าเงินดอลลาร์ยังได้รับแรงหนุนต่อเนื่องในวันพฤหัสบดี (6/7) จากการเปิดเผยตัวเลขการจ้างงานที่แข็งแกร่ง ซึ่งถือเป็น 1 ในปัจจัยที่หนุนการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยของเฟด โดยการจ้างงานของภาคเอกชนสหรัฐพุ่งขึ้น 497,000 ตำแหน่งในเดือนมิถุนายน ซึ่งถือเป็นการเพิ่มขึ้นมากที่สุดในรอบเกือบ 1 ปี และสูงกว่าที่คาดการณ์ที่ระดับ 220,000 ตำแหน่ง หลังจากเพิ่มขึ้น 267,000 ตำแหน่งในเดือนพฤษภาคม

ทั้งนี้ก่อนปิดสัปดาห์คาดว่านักลงทุนจะให้ความสนใจกับการเปิดเผยตัวเลขจ้างงานนอกภาคเกษตร และอัตราการว่างงานประจำเดือนมิถุนายนที่จะประกาศออกมาในวันนี้เช่นกัน

เงินบาทอ่อนค่าช่วงกลางสัปดาห์

สำหรับปัจจัยในประเทศ ค่าเงินบาทได้รับแรงหนุนในช่วงต้นสัปดาห์จากทิศทางทางการเมืองที่เริ่มส่อเค้าดี ภายหลังจากที่ในวันอังคาร (4/7) ทางที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎรมีมติเป็นเอกฉันท์ให้นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา เป็นประธานสภาผู้แทนราษฎร และนายปดิพัทธ์ สันติธาดา ส.ส.พิษณุโลก พรรคก้าวไกล เป็นรองประธานสภาผู้แทนราษฎรคนที่ 1 ส่วนนายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน ส.ส.เชียงราย พรรคเพื่อไทย เป็นรองประธานสภาฯคนที่ 2

อย่างไรก็ดี ค่าเงินบาทได้เริ่มอ่อนค่าลงในช่วงกลางสัปดาห์ ภายหลังจากที่กระทรวงพาณิชย์ไทยได้ออกมาเปิดเผยเงินเฟ้อทั่วไปเดือนมิถุนายน ซึ่งเพิ่มขึ้นเพียง 0.23% โดยชะลอตัวต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 6 และอยู่ในระดับต่ำสุดในรอบ 22 เดือนตั้งแต่เดือนสิงหาคม 64 เนื่องจากราคาสินค้าในหมวดอาหารลดลง โดยเฉพาะเนื้อสัตว์ รวมทั้งราคาน้ำมันเชื้อเพลิง ประกอบกับฐานในเดือนมิถุนายน 65 อยู่ในระดับที่สูง ส่งผลให้อัตราเงินเฟ้อทั่วไปเฉลี่ย 6 เดือนแรกของปีนี้ (ม.ค.-มิ.ย. 66) เพิ่มขึ้น 2.49%

นอกจากนั้นแล้วค่าเงินบาทยังได้รับแรงกดดันจากการเปิดเผยข้อมูลกิจกรรมภาคบริการในประเทศจีน ซึ่งขยายตัวในอัตราต่ำสุดในรอบ 5 เดือนในเดือนมิถุนายน ซึ่งบ่งชี้ถึงการฟื้นตัวอย่างซบเซา และทำลายความเชื่อมั่นของนักลงทุนในตลาดเอเชีย รวมถึงการที่รัฐบาลจีนได้ออกมาตรการควบคุมการส่งออกโลหะกัลเลียมและเจอร์มาเนียม รวมทั้งสารประกอบทางเคมีของโลหะทั้ง 2 ชนิด ที่ใช้ในการผลิตในอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์, สื่อสารโทรคมนาคม และรถยนต์ไฟฟ้า

โดยการประกาศมาตรการดังกล่าวเกิดขึ้นในขณะที่สงครามการค้าด้านเทคโนโลยีระหว่างจีนกับสหรัฐและยุโรปกำลังดำเนินไปอย่างดุเดือด ทั้งนี้ระหว่างสัปดาห์ ค่าเงินบาทเคลื่อนไหวในกรอบ 34.85-35.30 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ และปิดตลาดวันศุกร์ (7/7) ที่ระดับ 35.20/23 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ โดยคาดว่าในสัปดาห์หน้า นักลงทุนน่าจะให้ความสนใจกับการโหวตนายกรัฐมนตรี ซึ่งคาดว่าจะอยู่ในช่วงวันที่ 13-15 กรกฎาคมนี้

สำหรับการเคลื่อนไหวของค่าเงินยูโรเปิดตลาดวันจันทร์ (3/7) ที่ระดับ 1.0906/10 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร อ่อนค่าเล็กน้อยจากระดับปิดตลาดเมื่อวันศุกร์ (30/6) ที่ระดับ 1.0914/18 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร โดยในช่วงวันศุกร์ (30/6) มีเปิดเผยตัวเลขเงินเฟ้อทั่วไปในยูโรโซนประจำเดือนมิถุนายน ที่ระดับ 5.5% เมื่อเทียบรายปี ลดลงต่ำกว่าที่มีการคาดการณ์ไว้ อย่างไรก็ตามเงินเฟ้อพื้นฐานที่ไม่นับรวมราคาพลังงานและอาหาร ยังคงเคลื่อนไหวในระดับสูง โดยขึ้นสู่ระดับ 5.4%

ภาคการผลิตของยูโรโซนหดตัว

นอกจากนั้นแล้วค่าเงินยูโรยังได้รับปัจจัยกดดันจากการเปิดเผยกิจกรรมภาคการผลิตของยูโรโซนที่หดตัวในอัตราที่เร็วกว่าคาดในเดือนมิถุนายน ซึ่งเป็นผลมาจากการดำเนินนโยบายการเงินที่เข้มงวดของธนาคารกลางยุโรป (ECB) ที่ส่งผลกระทบด้านการเงิน และบ่งชี้ถึงแนวโน้มภาคอุตสาหกรรมที่ซบเซา โดยในรายงานระบุว่า กิจกรรมภาคการผลิตของ 4 ประเทศที่เศรษฐกิจมีขนาดใหญ่ที่สุดในยูโรโซน ได้แก่ เยอรมนี ฝรั่งเศส สเปน และอิตาลี ได้หดตัวในเดือนมิถุนายน

โดยดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ภาคการผลิตขั้นสุดท้ายของยูโรโซนจากฮัมบูร์ก คอมเมอร์เชียล แบงก์ (HCOB) ปรับตัวลดลงสู่ระดับ 43.4 ในเดือนมิถุนายนจากระดับ 44.8 ในเดือนพฤษภาคม ซึ่งนับเป็นระดับต่ำสุดตั้งแต่ช่วงการแพร่ระบาดของโควิด-19 และต่ำกว่าระดับที่คาดไว้เบื้องต้นที่ 43.6 โดยดัชนีที่อยู่ต่ำกว่าระดับ 50 บ่งชี้ว่าภาคการผลิตอยู่ในภาวะหดตัว

ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อภาคบริการขั้นสุดท้ายในยูโรโซนในเดือนมิถุนายนอยู่ที่ระดับ 52.00 ต่ำกว่าตัวเลขเบื้องต้นที่ระดับ 52.40 และต่ำกว่าในเดือนพฤษภาคมที่ระดับ 55.10 ทั้งนี้คาดว่านักลงทุนจะติดตามถ้อยแถลงจากนายแอนดรูว์ เบลีย์ ผู้ว่าการธนาคารกลางอังกฤษ (BoE) และนางคริสติน ลาการ์ด ประธานธนาคารกลางยุโรป (ECB) ที่จะเกิดขึ้นในวันศุกร์ที่ 7 กรกฎาคม 2566

โดยระหว่างสัปดาห์นี้ค่าเงินยูโรเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบระหว่าง 1.0832-1.0933 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร และปิดตลาดในวันศุกร์ (7/7) ที่ระดับ 1.0883/86 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร

สำหรับการเคลื่อนไหวของค่าเงินเยน ค่าเงินเยนเปิดตลาดในวันจันทร์ (3/7) ที่ระดับ 144.28/29 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ แข็งค่าขึ้นเล็กน้อยจากระดับปิดตลาดเมื่อวันศุกร์ (23/6) ที่ระดับ 144.37/40 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ แม้ในภาพรวมค่าเงินยังคงอ่อนค่าอย่างต่อเนื่องจากปัจจัยเดิมที่ธนาคารแห่งประเทศญี่ปุ่น (BOJ) ยังคงใช้นโยบายอัตราดอกเบี้ยที่ระดับต่ำเป็นพิเศษ ซึ่งตรงกันข้ามกับธนาคารกลางประเทศอื่น ๆ

แม้ในช่วงหลายวันที่ผ่านมาเจ้าหน้าที่ญี่ปุ่นหลายราย รวมทั้งนายมาซาโดะ คันดะ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลังญี่ปุ่นและนายคาซูโอะ อุเอดะ ผู้ว่าการธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ) ต่างแสดงความกังวลต่อการอ่อนค่าลงอย่างต่อเนื่องของเงินเยน หลังจากที่ค่าเงินเยนอ่อนค่าทะลุระดับ 144 เยน/ดอลลาร์ ซึ่งถือว่าเป็นการอ่อนค่าต่ำสุดในรอบกว่า 7 เดือ

น โดยนักลงทุนในตลาดคาดการณ์ว่า รัฐบาลญี่ปุ่นอาจเข้าแทรกแซงตลาด หากค่าเงินยังคงอ่อนค่าต่อเนื่องจนแตะระดับ 145 เยน/ดอลลาร์ เพื่อรักษาเสถียรภาพไว้ ขณะที่ในช่วงกลางสัปดาห์ Jibun Bank ได้เปิดเผยดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ภาคบริการประจำเดือนของญี่ปุ่นลดลงจากระดับสูงเป็นประวัติการณ์ที่ 55.9 ในเดือนพฤษภาคม สู่ระดับ 54 ในเดือนมิถุนายนแต่ยังอยู่เหนือระดับ 50 ซึ่งบ่งชี้ว่าภาคการผลิตยังอยู่ในภาวะขยายตัว ทั้งนี้ระหว่างสัปดาห์นี้ค่าเงินเยนเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบระหว่าง 143.12-144.93 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ และปิดตลาดในวันศุกร์ (7/7) ที่ระดับ 143.15/20 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ