เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ราคาบิตคอยน์วันนี้ (9 ต.ค. 69) ปรับลง 1.87% อยู่ที่ 81,659 เหรียญสหรัฐ
Finance ราคาบิตคอยน์วันนี้ (9 ต.ค. 69) ปรับลง 1.87% อยู่ที่ 81,659 เหรียญสหรัฐ
ราคาน้ำมันวันนี้ (9 ต.ค. 69) เช็กราคาดีเซล-แก๊สโซฮอล์ล่าสุด
Economic ราคาน้ำมันวันนี้ (9 ต.ค. 69) เช็กราคาดีเซล-แก๊สโซฮอล์ล่าสุด
KB J เตรียมออกหุ้นกู้ครั้งแรก 500 ล้าน ดอกเบี้ย 2.85–2.95% ชูเครดิต A-
Finance KB J เตรียมออกหุ้นกู้ครั้งแรก 500 ล้าน ดอกเบี้ย 2.85–2.95% ชูเครดิต A-
ราชกิจจาฯ ประกาศ JKN ถูกศาลสั่งพิทักษ์ทรัพย์เด็ดขาด เจ้าหนี้ยื่นขอรับชำระหนี้ภายใน 2 เดือน
Business ราชกิจจาฯ ประกาศ JKN ถูกศาลสั่งพิทักษ์ทรัพย์เด็ดขาด เจ้าหนี้ยื่นขอรับชำระหนี้ภายใน 2 เดือน
ศุภจี ปาฐกถา วปอ. โชว์ยุทธศาสตร์ความมั่นคงเศรษฐกิจ คู่ขนานความมั่นคงชาติ
Politics ศุภจี ปาฐกถา วปอ. โชว์ยุทธศาสตร์ความมั่นคงเศรษฐกิจ คู่ขนานความมั่นคงชาติ
Thai PBS ย้ำยังไม่รับหนังสือ สตง. ปม 85 ล้าน ตั้งคำถามข้อมูล-กระบวนการตรวจสอบ
News Thai PBS ย้ำยังไม่รับหนังสือ สตง. ปม 85 ล้าน ตั้งคำถามข้อมูล-กระบวนการตรวจสอบ
“ฮุน เซน” เห็นด้วย “สุรชาติ” ปมรัฐบาลใช้กระแสกัมพูชาเลี้ยงตัว
News “ฮุน เซน” เห็นด้วย “สุรชาติ” ปมรัฐบาลใช้กระแสกัมพูชาเลี้ยงตัว
ไม่หวั่น ‘ฝ่ายค้าน’ ซักฟอก 18 รมต. สั่งทุกกระทรวงพร้อมแจง
Politics ไม่หวั่น ‘ฝ่ายค้าน’ ซักฟอก 18 รมต. สั่งทุกกระทรวงพร้อมแจง
SC อัปเกรดมาตรฐานบ้าน SC Green Mark ตั้งเป้า 5 ปี ลดคาร์บอนแสนตัน-4,000 อาคารเขียว
Real Estate SC อัปเกรดมาตรฐานบ้าน SC Green Mark ตั้งเป้า 5 ปี ลดคาร์บอนแสนตัน-4,000 อาคารเขียว
‘มามามองน์’ ร้านขนมอบโฮมเมด แบรนด์ใหม่ของ ‘ปลา iberry’ ปักหมุดสาขาแรก Central Park
Business ‘มามามองน์’ ร้านขนมอบโฮมเมด แบรนด์ใหม่ของ ‘ปลา iberry’ ปักหมุดสาขาแรก Central Park
ดูทั้งหมด

ครึ่งปีแรก 2566 จัดตั้งธุรกิจใหม่กว่า 47,286 ราย สูงสุดในรอบ 10 ปี

20 ก.ค. 2566 | 09:40น.
ก่อสร้าง

“จุรินทร์” ชี้ยอดธุรกิจจดทะเบียนใหม่ 6 เดือนแรกปีนี้กว่า 47,286 ราย มูลค่ากว่า 428,000 ล้านบาท บวก 53% สูงสุดในรอบ 10 ปี ธุรกิจตั้งใหม่ 3 อันดับแรก ก่อสร้าง-อสังหาฯ-ร้านอาหาร

วันที่ 20 กรกฎาคม 2566 นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยถึงผลการจดทะเบียนธุรกิจประจำเดือนมิถุนายน 2566 และครึ่งปีแรก 2566 (ม.ค.-มิ.ย. 66) พบว่า ธุรกิจจัดตั้งใหม่เดือนมิถุนายน 2566 มีจำนวน 7,626 ราย ขยายตัว 14% เมื่อเทียบช่วงเดียวกันของปีก่อน

โดยมีมูลค่าทุนจดทะเบียนจำนวน 39,739.72 ล้านบาท เป็นการจัดตั้งสูงสุดในรอบ 10 ปี ตั้งแต่มิถุนายน 2557 และสูงสุดในรอบที่ 10 เป็นเดือนที่ 6 ติดต่อกัน ตั้งแต่มกราคม-มิถุนายน 2566 จัดตั้งเพิ่มเป็นผลจาก ดัชนีความเชื่อมั่นทางธุรกิจที่ปรับตัวดีขึ้น จำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติที่เดินทางเข้าประเทศมากขึ้น ส่งผลให้ธุรกิจที่เกี่ยวเนื่องกับการท่องเที่ยวมีแนวโน้มเติบโตอย่างต่อเนื่อง

จุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์
จุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์

ประเภทธุรกิจจัดตั้งใหม่สูงสุด 3 อันดับแรก ได้แก่ ธุรกิจก่อสร้างอาคารทั่วไป จำนวน 598 ราย คิดเป็น 8% ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ จำนวน 591 ราย คิดเป็น 7% และธุรกิจภัตตาคาร/ร้านอาหาร จำนวน 338 ราย คิดเป็น 4% ตามลำดับ

ธุรกิจจัดตั้งใหม่แบ่งตามช่วงทุน ได้แก่ ช่วงทุนไม่เกิน 1 ล้านบาท มีจำนวน 4,960 ราย คิดเป็น 65.04% ช่วงทุนมากกว่า 1-5 ล้านบาท จำนวน 2,517 ราย คิดเป็น 33.01% และช่วงทุนมากกว่า 5-100 ล้านบาท มีจำนวน 124 ราย คิดเป็น 1.63% และช่วงทุนมากกว่า 100 ล้านบาท จำนวน 25 ราย คิดเป็น 0.33% ตามลำดับ

ธุรกิจจัดตั้งใหม่ครึ่งปี 2566 (ม.ค.-มิ.ย. 66) มีจำนวน 47,286 ราย เทียบกับครึ่งปี 2565 จำนวน 40,301 ราย เพิ่มขึ้น 6,985 ราย คิดเป็น 17.33% สูงสุดในรอบ 10 ปี นับตั้งแต่ปี 2557 โดยประเภทธุรกิจจัดตั้งใหม่สูงสุด 3 อันดับแรก ได้แก่ ธุรกิจก่อสร้างอาคารทั่วไป จำนวน 3,601 ราย คิดเป็น 8% ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ จำนวน 3,499 ราย คิดเป็น 7% และธุรกิจภัตตาคาร/ร้านอาหารจำนวน 2,197 ราย คิดเป็น 5% ตามลำดับ

มูลค่าทุนธุรกิจจัดตั้งใหม่ครึ่งปีแรกปี 2566 (ม.ค.-มิ.ย. 66) มีจำนวนทั้งสิ้น 428,647.49 ล้านบาท เมื่อเทียบกับครึ่งปี 2565 จำนวน 280,604.79 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 148,042.70 ล้านบาท คิดเป็น 53% ธุรกิจจัดตั้งใหม่แบ่งตามช่วงทุน โดยช่วงทุนที่มีจำนวนรายธุรกิจจัดตั้งใหม่ทั่วประเทศมากที่สุด ได้แก่ ช่วงทุนไม่เกิน 1 ล้านบาท มีจำนวน 31,474 ราย คิดเป็น 66.56% ช่วงทุนมากกว่า 1-5 ล้านบาท จำนวน 15,123 ราย คิดเป็น 31.98% ช่วงทุนมากกว่า 5-100 ล้านบาท มีจำนวน 578 ราย คิดเป็น 12.22% และช่วงทุนมากกว่า 100 ล้านบาท จำนวน 111 ราย คิดเป็น 0.23%

ธุรกิจเลิก

สำหรับธุรกิจเลิกประกอบกิจการเดือนมิถุนายน 2566 มีจำนวน 1,659 ราย ขยายตัว 13% เมื่อเทียบช่วงเดียวกันของปีก่อน ซึ่งมูลค่าทุนจดทะเบียนจำนวน 6,295 ล้านบาท ซึ่งสอดคล้องกับแนวโน้มการเลิกกิจการในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา

โดยประเภทธุรกิจเลิกประกอบกิจการสูงสุด 3 อันดับแรก ได้แก่ ธุรกิจก่อสร้างอาคารทั่วไป จำนวน 169 ราย คิดเป็น 10% ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ จำนวน 91 ราย คิดเป็น 5% และธุรกิจภัตตาคาร/ร้านอาหาร จำนวน 50 ราย คิดเป็น 3% ตามลำดับ

และเมื่อแบ่งตามช่วงทุน ช่วงทุนที่มีจำนวนรายธุรกิจเลิกประกอบกิจการทั่วประเทศ มากที่สุด ได้แก่ ช่วงทุนไม่เกิน 1 ล้านบาท จำนวน 1,178 ราย คิดเป็น 71.01% ช่วงทุนมากกว่า 1-5 ล้านบาท จำนวน 405 ราย คิดเป็น 24.41% ช่วงทุนมากกว่า 5-100 ล้านบาท จำนวน 66 ราย คิดเป็น 3.98% และช่วงทุนมากกว่า 100 ล้านบาท มีจำนวน 10 ราย คิดเป็น 0.60% ตามลำดับ

และธุรกิจเลิกประกอบกิจการครึ่งปีแรกปี 2566 (ม.ค.-มิ.ย. 66) มีจำนวน 7,097 ราย เพิ่มขึ้น 1,088 ราย คิดเป็น 18% โดยมีมูลค่าทุนจดทะเบียนจำนวน 49,604.72 ล้านบาท ซึ่งสอดคล้องกับแนวโน้มการเลิกกิจการในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา ประเภทธุรกิจเลิกประกอบกิจการสูงสุด 3 อันดับแรก ได้แก่ ธุรกิจก่อสร้างอาคารทั่วไป จำนวน 772 ราย คิดเป็น 11% ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ จำนวน 364 ราย คิดเป็น 5% และธุรกิจภัตตาคาร/ร้านอาหาร จำนวน 202 ราย คิดเป็น 3% ตามลำดับ

เมื่อแบ่งตามช่วงทุน ช่วงทุนที่มีจำนวนรายธุรกิจเลิกประกอบกิจการทั่วประเทศมากที่สุด ได้แก่ ช่วงทุนไม่เกิน 1 ล้านบาท จำนวน 4,953 ราย คิดเป็น 69.79% ช่วงทุนมากกว่า 1-5 ล้านบาท จำนวน 1,821 ราย คิดเป็น 25.66% ช่วงทุนมากกว่า 5-100 ล้านบาท จำนวน 287 ราย คิดเป็น 4.04% และช่วงทุนมากกว่า 100 ล้านบาท มีจำนวน 36 ราย คิดเป็น 0.51% ตามลำดับ

ธุรกิจยังคงอยู่

สำหรับธุรกิจดำเนินกิจการอยู่ ณ 30 มิถุนายน 2566 ธุรกิจที่ดำเนินกิจการอยู่ทั่วประเทศ มีจำนวน 882,055 ราย มูลค่าทุน 21.41 ล้านล้านบาท จำแนกเป็นห้างหุ้นส่วนจำกัด/ห้างหุ้นส่วนสามัญนิติบุคคล จำนวน 203,488 ราย คิดเป็น 23.07% บริษัทจำกัด จำนวน 677,156 ราย คิดเป็น 76.77% และบริษัทมหาชนจำกัด จำนวน 1,411 ราย คิดเป็น 0.16% ตามลำดับ

และธุรกิจแบ่งตามช่วงทุน ธุรกิจส่วนใหญ่มีช่วงทุนไม่เกิน 1 ล้านบาท จำนวน 516,546 ราย คิดเป็น 58.56% รวมมูลค่าทุน 0.45 ล้านล้านบาท คิดเป็น 2.12% ช่วงทุนมากกว่า 1-5 ล้านบาท จำนวน 269,896 ราย คิดเป็น 30.60% รวมมูลค่าทุน 0.92 ล้านล้านบาท คิดเป็น 4.31% ช่วงทุนมากกว่า 5-100 ล้านบาท จำนวน 77,925 ราย คิดเป็น 8.83% รวมมูลค่าทุน 2.13 ล้านล้านบาท คิดเป็น 9.98% และช่วงทุนมากกว่า 100 ล้านบาท จำนวน 17,688 ราย คิดเป็น 2.01% รวมมูลค่าทุน 17.89 ล้านล้านบาท คิดเป็น 83.59% ตามลำดับ

จับตาปัจจัยมีผลตั้งธุรกิจ

นอกจากนี้ ยังมีธุรกิจน่าจับตามองที่เติบโตถึง 2.5 เท่า จากช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมา (ครึ่งปีแรก 2565) ได้แก่ ธุรกิจแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศเติบโต 2.57 เท่า (เพิ่มขึ้น 121 ราย) คาดว่าเป็นผลมาจากธนาคารกลางในหลายประเทศปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยส่งผลต่อนโยบายทางการเงินและค่าเงินของแต่ละประเทศ

ประกอบกับการเดินทางท่องเที่ยวกลับมาคึกคักทำให้ความต้องการแลกเปลี่ยนเงินตราเพิ่มขึ้น และธุรกิจขายส่งข้าวเปลือกและธัญพืชเติบโต 2.54 เท่า (เพิ่มขึ้น 112 ราย) คาดว่าเป็นผลมาจากนโยบาย BCG Model ของรัฐบาลที่ส่งเสริมการลดต้นทุนการผลิตข้าวรักษ์โลก โดยจะมีการสนับสนุนปัจจัยการผลิตและเครื่องจักรกลการเกษตรจากกรมการข้าว จากปัจจัยดังกล่าวข้างต้น กรมพัฒนาธุรกิจการค้าคาดการณ์การจดทะเบียนจัดตั้งธุรกิจใหม่ในช่วงครึ่งปีหลัง ของปี 2566 อยู่ที่ประมาณ 36,000-43,000 ราย และตลอดทั้งปี 2566 อยู่ที่ประมาณ 83,000-90,000 ราย