เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
“อาย กัญญาลักษณ์” เสิร์ฟลุคแรก Miss Supranational 2026
Biz Movement “อาย กัญญาลักษณ์” เสิร์ฟลุคแรก Miss Supranational 2026
ศึกแชมป์ชิงแชมป์สเปน VS อาร์เจนตินาใครชนะก็ได้ใจคนดูทั้งคู่
SD ศึกแชมป์ชิงแชมป์สเปน VS อาร์เจนตินาใครชนะก็ได้ใจคนดูทั้งคู่
‘อิมแพ็ค’ ยกระดับด้านดิจิทัล ปั้นเมืองทองฮับอีเวนต์โลก
Business ‘อิมแพ็ค’ ยกระดับด้านดิจิทัล ปั้นเมืองทองฮับอีเวนต์โลก
นายกฯ โรดโชว์คุย 4 บริษัทชั้นนำจีน ดันไทยฐานผลิต EV–AI
Politics นายกฯ โรดโชว์คุย 4 บริษัทชั้นนำจีน ดันไทยฐานผลิต EV–AI
เปิดเส้นทางฝัน ‘เนเน่ รอยัล’ และพ่อที่ ‘ขายจิตวิญญาณเพื่อลูก’
SD เปิดเส้นทางฝัน ‘เนเน่ รอยัล’ และพ่อที่ ‘ขายจิตวิญญาณเพื่อลูก’
‘ไต้หวัน’ ขยายฟรีวีซ่าไทย 1 ปี ตอบรับกระแสท่องเที่ยวคึกคัก
World ‘ไต้หวัน’ ขยายฟรีวีซ่าไทย 1 ปี ตอบรับกระแสท่องเที่ยวคึกคัก
อธิบดีบัญชีกลาง แจงปมข้าราชการใหม่ จะได้สวัสดิการแบบใหม่ ระบุยังอยู่ขั้นตอนศึกษา รับอนาคตอาจยืดหยุ่นขึ้น
Finance อธิบดีบัญชีกลาง แจงปมข้าราชการใหม่ จะได้สวัสดิการแบบใหม่ ระบุยังอยู่ขั้นตอนศึกษา รับอนาคตอาจยืดหยุ่นขึ้น
นายกฯ เผยนักลงทุนจีน มั่นใจไทย ลั่นจะไม่ให้ทุจริตบั่นทอนความเชื่อมั่น
Politics นายกฯ เผยนักลงทุนจีน มั่นใจไทย ลั่นจะไม่ให้ทุจริตบั่นทอนความเชื่อมั่น
มั่นใจเต็มร้อย “มรดกโลกเชียงใหม่” เน้นย้ำคุณค่าและความยั่งยืน
เศรษฐกิจภูมิภาค มั่นใจเต็มร้อย “มรดกโลกเชียงใหม่” เน้นย้ำคุณค่าและความยั่งยืน
รบ.ปรับแผนศึกษา ‘แลนด์บริดจ์’ เชื่อมระบบราง-ถนน อัพเกรดท่าเรือระนอง-ชุมพร
Politics รบ.ปรับแผนศึกษา ‘แลนด์บริดจ์’ เชื่อมระบบราง-ถนน อัพเกรดท่าเรือระนอง-ชุมพร
ดูทั้งหมด

จุรินทร์ ชม ครม.ถูกฝาทุกตัว เปรียบ “หนูตกถังข้าวสาร” ชำแหละนโยบาย 6 ประเด็น

29 ก.ย. 2568 | 12:50น.
นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์

จุรินทร์ ชม ครม.อนุทิน จัดดีถูกฝาถูกตัว แต่บางตำแหน่งชักใบให้เรือเสีย เปรียบ “หนูตกถังข้าวสาร” ชำแหละนโยบาย 6 ประเด็น ถามด้านความมั่นคง บ่อนเขมรรุกเขตแดนไทย จะยึดคืนกี่โมง ฝากคาถา 5 อย่าเล่นพรรคพวก-เลือกปฏิบัติ-ลุแก่อำนาจ-แซกแทรงกลไกยุติธรรม-ยึดคำถวายสัตย์ฯ

ที่รัฐสภา ในการประชุมรัฐสภาครั้งที่ 1 (สมัยสามัญประจำปีครั้งที่หนึ่ง) เป็นพิเศษ ในวาระเรื่องด่วน คณะรัฐมนตรีแถลงนโยบายต่อรัฐสภา ตามมาตรา 162 ของรัฐธรรมนูญ แห่งราชอาณาจักรไทย โดยมี นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานรัฐสภา เป็นประธานในที่ประชุม

นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ อภิปรายนโยบายรัฐบาลว่า ขอแสดงความยินดีกับตำแหน่งนายกรัฐมนตรี ของนายอนุทิน ถือเป็นนโยบายควิกวิน นโยบายแรกที่ประสบความสำเร็จตั้งแต่ยังไม่แถลงนโยบาย และขอแสดงความยินดีคณะรัฐมนตรีทุกท่านที่ได้รับพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งให้เป็นรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรี

ทั้งนี้ ตนและพรรคประชาธิปัตย์ ขอทำหน้าที่เป็นฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร ซึ่งพวกเราจะไม่ค้านทุกเรื่อง และว่าไปตามเนื้อผ้าไม่มีอคติไม่มีบุญคุณความแค้นใด ๆ และพร้อมทำหน้าที่ร่วมกับพรรคร่วมฝ่ายค้านทุกพรรค เพื่อประโยชน์ในการตรวจสอบนโยบายและการบริหารราชการแผ่นดินของรัฐบาลแทนประชาชน หากดูนโยบายของรัฐบาลชุดนี้ มีทั้งหมด 7 หน้า 5 หมวด

ในภาพรวมต้องยอมรับว่า มีการเขียนกว้างไว้เป็นมหาสมุทร แทนที่จะเฉพาะเจาะจงลงไป เนื่องจากเป็นรัฐบาลเฉพาะกิจ เหมือนที่นายกรัฐมนตรีได้ยอมรับ ซึ่งเข้าใจได้ว่าเป็นการวางรากฐานไว้เพื่ออนาคต ทั้งนี้ สิ่งที่ตนสะดุดเป็นพิเศษคือนโยบายหาเสียงก่อนการเลือกตั้งที่ผ่านมา ล่องหนหายตัวและไม่มีปรากฏอยู่ในนโยบายของรัฐบาลชุดนี้หลายนโยบาย

ซึ่งตนขอตั้งคำถามและข้อเสนอแนะที่คิดว่าเป็นประโยชน์ในภาพรวม ประเด็นแรกคำตัดพ้อของรัฐบาลที่ปรากฏชัดเจนในหน้าที่ 2 ระบุว่ารัฐบาลชุดนี้มีข้อจำกัด 3 ข้อ คือเวลาจำกัด ไม่ได้จัดทำงบประมาณด้วย และเป็นรัฐบาลเสียงข้างน้อยหรือรัฐบาลเป็ดง่อย ซึ่งเกิดขึ้นเพราะการเมืองภาคพิสดารและรัฐบาลจะโทษใครไม่ได้ เพราะเป็นคนเลือกเอง และเลือกทางเดินนี้ด้วยความเต็มใจ นายกรัฐมนตรีเป็นนักธุรกิจคงบวกลบคูณหารคิดแต่ว่าคุ้ม เนื่องจากว่ากลุ่มที่จะแลกตำแหน่งนายกรัฐมนตรี และแกนนำจัดตั้งรัฐบาลกับข้อจำกัด 3 ข้อที่กล่าวมาข้างต้น

ประการที่สอง คุ้มที่จะเป็นรัฐบาลต่างตอบแทน ฝ่ายหนึ่งได้เป็น คือได้เป็นนายกรัฐมนตรีและได้จัดตั้งรัฐบาล และอีกฝ่ายยุบสภาและแก้ไขรัฐธรรมนูญ ซึ่งหากบอกว่าเวลาเป็นข้อจำกัดก็อาจใช่ แต่หากบอกว่าไม่ถึงกับใช่ ก็สามารถพูดได้ เพราะเรารัฐบาลชุดนี้ไม่ได้อยู่แค่ 4 เดือน แต่อาจจะอยู่ถึง 8-9 เดือน ซึ่งตนมองว่ารัฐบาลชุดนี้มีแต้มต่อมากกว่าข้อจำกัด คือ การที่มีผู้มาลงคะแนนเลือกนายกรัฐมนตรีโดยไม่ขอรับตำแหน่งรัฐมนตรี ทำให้นายกฯกลายเป็นหนูตกถังข้าวสาร เพราะมีเก้าอี้รัฐมนตรีให้แบ่งปันกันเหลือเฟือที่สุดยุคหนึ่งในระบบรัฐสภา

รัฐบาลชุดนี้บริหารราชการแผ่นดินปุ๊บ มีเงินมากองไว้ปั๊บไม่ต้องออกแรง เพราะมีงบฯเหลือจ่ายปี 2568 อยู่อีกประมาณ 60,000 ล้านบาท และงบประมาณปี 2569 รอใช้เริ่มตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2568 จำนวน 3.78 ล้านล้านบาท เฉพาะงบฯฉุกเฉินที่เป็นอำนาจนายกรัฐมนตรีอย่างเดียว 98,000 ล้านบาท

ซึ่งตนบอกว่าเป็นแต้มต่อไม่ใช่ข้อจำกัด มีนโยบายสำเร็จรูปเตรียมไว้ให้แล้วโดยผู้มีอำนาจเหนือรัฐธรรมนูญ หรือ MOA ที่คิดไว้แล้ว 5 ข้อว่าต้องทำอะไรบ้าง สำหรับรัฐบาลชุดนี้และสามารถนำไปปฏิบัติในทันที เหลือคิดเองเพียงแค่ 3 เรื่อง คือ นโยบายที่จะนำมาแถลงข่าวรัฐสภาวันนี้ การจัดคณะรัฐมนตรีซึ่งเป็นผู้บริหารนโยบาย ใช้นโยบายและกำหนดนโยบายที่แถลงวันนี้ และการทำนโยบายที่แถลงนี้ให้ประสบความสำเร็จ

ส่วน MOA ที่ประชาชนบ่นน้อยใจว่าไม่ได้มีปัญหาของประชาชนในสมการ เข้าใจได้เพราะอาจแย่งชิงตำแหน่งกัน นายกรัฐมนตรีอาจหลงลืมว่าตกหล่นหรือไม่ สำหรับปัญหาประชาชน แต่สุดท้ายเมื่อยอมรับก็ไม่เป็นไรเพราะ MOA เป็นข้อตกลงระหว่างพรรคประชาชน แต่ไม่มีผลผูกพันรัฐสภา หากไม่นำมาบรรจุไว้ในนโยบายที่แถลงวันนี้

ซึ่งการจัดคณะรัฐมนตรีเป็นหัวใจสำคัญ และเกี่ยวข้องโดยตรงกับนโยบาย เพราะเป็นผู้กำหนดนโยบายและใช้นโยบาย ซึ่งคณะรัฐมนตรีชุดนี้ประกอบด้วยสองส่วน คือคนใน เข้าใจได้เพราะเคยเป็นรัฐบาลและฝ่ายค้าน เข้าใจโควตากลุ่มพรรคการเมือง แต่สิ่งหนึ่งที่ขอชมว่านายแน่มาก คือการกล้าตั้งรัฐมนตรีที่แม้แต่รัฐบาลชุดที่แล้วไม่กล้าตั้ง เพราะไม่ไม่อยากเสี่ยงเดินตามรอยนายเศรษฐา ทวีสิน อดีตนายกรัฐมนตรี และเมื่อตั้งแล้วต้องรับรับผิดชอบ และขอให้คณะรัฐมนตรีชุดนี้ปฏิบัติภารกิจให้ดีที่สุด และคนนอก

ซึ่งส่วนนี้ขอชมด้วยความจริงใจ หลายตำแหน่งนายกรัฐมนตรีจัดได้ดี และถูกฝาทุกตัว แต่น่าเสียดายที่มีบางตำแหน่งเป็นตำแหน่งชักใบให้เรือเสีย และทำให้คณะรัฐมนตรีชุดนี้กระดำกระด่างไป ซึ่งตนเชื่อว่านายกรัฐมนตรีรู้อยู่แกใจ ดูได้จากจัดตำแหน่งรัฐมนตรีในคณะรัฐมนตรีชุดนี้ มีการนำคนนอกเปิดตัวด้วยตนเองเกือบทุกคน แต่บางตำแหน่งกลับไม่กล้าเอาออกมาเปิดตัว และทำลับ ๆ ล่อ ๆ และสุดท้ายหวยล็อกก็ออกมา

นายจุรินทร์ระบุต่อว่า สำหรับนโยบาย 7 หน้า 5 หมวด ตนขอพูด 6 ประเด็น คือ 1.การตั้งโจทย์ประเทศ ในภาวะ 4 ภัยเศรษฐกิจ ความมั่นคงสังคม และภัยพิบัติธรรมชาติ แต่รัฐบาลตั้งโจทย์ไม่ครบ ซึ่งต้องมีภัยที่ 5 ที่เป็นต้นตอของภัย คือ ภัยจากการทุจริตคอร์รัปชั่น 2.การแก้ไขรัฐธรรมนูญและทำประชามติ เชื่อว่านายกฯ ได้ยินนโยบายนี้ เพราะมีหลายคนบ่นว่าไม่ควรไม่ใช่ และมาผิดที่ผิดเวลา เพราะอยากเห็นการแก้ปัญหาปากท้องมากกว่าแก้รัฐธรรมนูญ แต่เมื่อรัฐบาลเลือกตำแหน่งรัฐมนตรีกับการแก้รัฐธรรมนูญแล้ว ก็ต้องรับผิดชอบ และตนว่าแก้รัฐธรรมนูญสามารถควบคู่กับการแก้ปัญหาอื่น ๆ ได้

แต่ตนมีคำถามคือ นายกฯยืนยันว่าศาลแก่รัฐธรรมนูญทั้งฉบับต้องไม่แตะหมวด 1-2 ซึ่งหากมีร่างรัฐธรรมนูญฉบับใดเสนอเข้าสู่ที่ประชุมรัฐสภา และไม่กำหนดเงื่อนไขว่าไม่แตะหมวดดังกล่าว รัฐบาลชุดนี้จะยกมือให้หรือไม่ และอีกประกาศ รัฐธรรมนูญมาตรา 60 (4) (5) เรื่องคุณสมบัติผู้มาดำรงตำแหน่งรัฐมนตรี เจ้าหน้าที่ของรัฐระดับสูง ศาล องค์กรอิสระ ต้องมีคุณสมบัติระบุไว้ชัดเจน มีความซื่อสัตย์สุจริตเป็นที่ประจักษ์ และไม่มีพฤติกรรมฝ่าฝืนจริยธรรมอย่างร้ายแรง จึงเป็นหัวใจสำคัญของรัฐธรรมนูญฉบับปราบโกง ซึ่งจะถือเป็นอุปสรรคกับคนโกงและคนเคยโกง ดังนั้นถ้าการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ไปแก้ข้อนี้และถอยหลังเข้าคลอง นายกรัฐมนตรีและรัฐบาลจะสนับสนุนต่อไปหรือไม่ เพื่อให้แก้ไขและเลวลง

3.ปัญหาชายแดนไทย-กัมพูชา รัฐบาลจะรักษาไว้ซึ่งอธิปไตยและเขตแดนที่เป็นของคนไทยชอบธรรมตามเส้นเขตแดนที่เป็นสากล ถึงวันนี้เชื่อว่าคนไทยได้พิสูจน์แล้วถึงความรักชาติรักแผ่นดินร่วมกัน และคนไทยได้รู้เช่นเห็นชาติเขมรแล้วว่าเป็นอย่างไร สิ่งที่รัฐบาลกำลังเดินอยู่ขณะนี้คือใช้นโยบายการทหาร เศรษฐกิจ การทูตควบคู่กันไป ซึ่งการทหารเชื่อว่าทุกคนชื่นชมให้กำลังใจกองทัพและผู้เสียสละในแนวหน้าทุกคนไม่มีข้อยกเว้นแม้แต่เจ้าฟ้าเจ้าแผ่นดิน และเศรษฐกิจเชื่อว่าทุกคนเห็นด้วยกับการปิดด่านจนกว่าเขมรจะหมดการเป็นภัยต่อความมั่นคง และการทูตขอชื่นชมรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ที่ทำดีอย่างยิ่ง และนายกฯพลอยได้หน้าไปด้วย แต่คำถามคือ การเขียนว่าพื้นที่ของเราตามเขตสากลที่ถูกครอบครองจะยึดคืนมาให้หมดใช่หรือไม่ เพราะไม่ใช่แค่การจะรักษาไว้ อะไรที่สูญเสียไป รัฐบาลมีนโยบายที่จะเอาคืนด้วยใช่หรือไม่ เพื่อเอากลับมาเป็นของไทยหากอยู่ในเขตแดนที่เป็นสากลและเป็นที่ยอมรับ

ซึ่งตนจะไม่ถามว่ามีกี่จุดเพราะไม่ถูกกาลเทศะและไม่ใช่เรื่องที่จะถามตรงนี้ แต่จะถามว่านายกรัฐมนตรีมีแนวคิดที่จะเอาคืนทั้งหมดใช่หรือไม่ และเมื่อไหร่กี่โมง หากตอบได้จะเป็นเรื่องที่ดี นอกจากนี้แล้วเรื่องของบ่อนเขมรที่สร้างล้ำแดนไทยเข้ามา นายกรัฐมนตรีบอกว่าสะกดคำว่ายอมไม่เป็น ซึ่งรัฐบาลนี้เขียนชัดเจนว่าจะจัดการบ่อนที่ผิดกฎหมายให้สิ้นซาก และบ่อนเขมรที่ล้ำแดนไทยจะจัดการอย่างไร และเวลา 8-9 เดือน นานพอที่รัฐบาลนี้จะจัดการและมีคำตอบให้ นอกจากนี้ MOU จะทำประชามติยกเลิก ซึ่งไม่ระบุว่าเป็น MOU 43 หรือ 44 ซึ่งจะทำประชามติเมื่อไหร่ทำกี่โมง พร้อมกับประชามติแก้ไขรัฐธรรมนูญหรือไม่

4.ปัญหาพืชผลทางการเกษตร 8 เดือน ยาวพอที่จะคลายทุกข์เกษตรกร ซึ่งเมื่อดูนโยบายจะเป็นคนละเวอร์ชั่นกับตอนหาเสียง เช่น เพราะนโยบายหาเสียงข้าวเกวียนละ 12,000 บาท สำปะหลังโลละ 4 บาท กลับไม่ปรากฏมีแค่นโยบายที่ระบุไว้กว้าง ๆ ว่าจะบริหารจัดการราคาสินค้าการเกษตรให้อยู่ในราคาที่เหมาะสม ซึ่งการบ้านข้อใหญ่ของรัฐบาลนี้คือ ข้าว มัน ปาล์ม ข้าวโพด รวมถึงผลไม้

5.ส่วนที่รัฐบาลจะรักษาหลักนิติธรรมอย่างเคร่งครัด ซึ่งมีการระบุว่าเจ้าพนักงานคนไหนใช้กฎหมายหรือเจ้าหน้าที่ของรัฐโดยประโยชน์ทางการเมือง ถือว่าผิดวินัยร้ายแรง และต้องถูกดำเนินคดีอาญา แปลว่าใครที่ไปช่วยหาเสียงเพื่อประโยชน์ทางการเมืองกันแกล้งใฝ่ตรงข้ามรัฐบาลนี้จะจัดการโดยเด็ดขาด นอกจากผิดวินัยต้องดำเนินคดีทางอาญา มองว่าเป็นนโยบายที่ดีไม่มีการท้วงติงแต่อยู่ที่ภาคปฏิบัติ อย่างน้อยนโยบายนี้ต้องกรมราชทัณฑ์ไว้ได้ ว่าอย่าเอื้อนักการเมืองคนใดให้ปฏิบัติไปตามกฎกติกาโดยเคร่งครัด และกรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือ DSI ที่ทำอยู่ 2-3 คดี ไม่ต้องเอ่ยว่าเป็นคดีใดเพราะรู้กันทั้งประเทศ ถ้ายังเดินหน้าทำนโยบายต่อและถ้ายังมีนโยบายนี้จะเข้าข่ายทำผิดตามนโยบายหรือไม่ ซึ่งเป็นข้อกังวลอยู่

และ 6.ขอฝากคาถา 5 ข้อ คือขอให้รัฐบาลระลึกถึงคำถวายสัตย์ปฏิญาณไว้เสมอ ไม่โกงเพราะจะมีอันเป็นไป ทวนเป็นอาวุธมีไว้รบกับเขมร ไม่ใช่มีไว้ทิ้งก่อนยุบสภา อย่าใช้ระบบเล่นพรรคเล่นพวก เหมือนบางยุคบางสมัยที่ผ่านมาในการโยกย้ายแต่งตั้งข้าราชการ เพราะนอกจากจะทำให้คนดีหมดกำลังใจอย่าเป็นการทำลายอนาคตของประเทศ อย่าเลือกปฏิบัติ ไม่ใช่พูดเพราะรัฐบาลจะทำแบบนั้น แต่อยากฝากไว้ในฐานะผู้แทนราษฎร อย่าเลือกพัฒนาเฉพาะพื้นที่ที่เลือกเรา

เพราะพื้นที่ไหนที่ไม่เลือกเราเป็นคนไทยเช่นเดียวกัน เชื่อว่านายกรัฐมนตรีเป็นผู้แทนฯมาหลายสมัยเข้าใจดี อย่าลุแก่อำนาจ ซ้ำรอยอดีตเพราะเราเคยเห็นมาแล้วทั้งอำนาจบริหาร อำนาจนิติบัญญัติ และผู้แทนราษฎร รวมถึงวุฒิสภาและองค์กรอิสระหากเผลอตัวเมื่อไหร่จบไม่สวย

อย่าแทรกแซงกระบวนการยุติธรรม นอกจากจะทำร้ายระบบนิติรัฐแล้ว ยังเป็นของแสลงสำหรับรัฐบาลชุดนี้เป็นอย่างยิ่ง ซึ่งหากทำได้ตนเชื่อว่าท่านจะกลับมา ส่วนจะเป็นฝ่ายค้านหรือรัฐบาลขึ้นอยู่กับพฤติกรรมการบริหารราชการแผ่นดิน และพี่น้องประชาชนคนไทยทั้งประเทศ