‘จุรินทร์’ ชม ‘นายแน่มาก’ ยกนิ้ว ไลน์อัพ ‘ครม.อนุทิน’
จุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์
การประชุมร่วมรัฐสภา เพื่อรับฟังการแถลงนโยบายต่อรัฐสภา ของ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกฯป้ายแดง คนที่สามของสภาชุดนี้ เมื่อ 29 ก.ย.ที่ผ่านมา
สส.หลายคนอภิปรายวิพากษ์วิจารณ์รัฐบาลเสียงข้างน้อยของ “นายกฯหนู” อย่างน่าสนใจ
ในการเมืองประเทศไทย ไม่เคยปรากฏรัฐบาลที่มาจาก “ดีล” ที่ตกลงกันอย่างเปิดเผยว่า จะอยู่ 4 เดือนแล้วยุบสภา จะต้องเปิดประตูไปสู่การแก้ไขรัฐธรรมนูญกันแบบไหนอย่างไร อย่างที่เกิดขึ้นนี้มาก่อน
เป็นตัวช่วยยืนยันว่า การเมืองประชาธิปไตย มี “ทางออก” เสมอ
ไม่ใช่เอะอะต้องล้มกระดาน ปฏิวัติรัฐประหารกันลูกเดียว อ้างว่าถึง “ทางตัน” ดังที่ปรากฏมาเรื่อย ๆ
คนเสียประโยชน์คือประชาชน เพราะอำนาจที่ยึดเอาไป เป็นของประชาชน
รอบนี้ “ดีล” ระหว่างพรรคประชาชนกับพรรคภูมิใจไทยเป็นตัวอย่างที่ใช้ยืนยันได้ว่า ประชาธิปไตยมีทางออกเสมอ
ต่อไปจะต้องไม่ยอมให้ใครมา “ตัดตอน” ยึดอำนาจประชาชนเอาไปหาประโยชน์กันอีก
หนึ่งในผู้อภิปรายเมื่อ 29 ก.ย. ที่น่าจะต้องรับฟังกัน คือ นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ อดีตหัวหน้าพรรค
ขึ้นชื่อว่า ปชป. ถือว่า มี สส.นักพูดแน่นพรรค แต่หลัง ๆ พรรคประชาชนแซงหน้าไป ด้วยการฝึกฝนและทำการบ้านมาอย่างดี
อย่างไรก็ตาม รุ่นใหญ่ของ ปชป. มักจะอภิปรายไว้ลายกันในการประชุมนัดใหญ่ ๆ
นายจุรินทร์อภิปรายในวันนั้นว่านโยบายของรัฐบาลชุดนี้ เขียนไว้กว้างเป็นมหาสมุทร แทนที่จะเฉพาะเจาะจง เพราะเป็นรัฐบาลเฉพาะกิจ แต่สะดุดเป็นพิเศษในเรื่องนโยบายหาเสียง ล่องหนหายตัว ไม่ปรากฏหลายเรื่อง
คำตัดพ้อของรัฐบาลที่ปรากฏในคำแถลงนโยบาย ที่มีข้อจำกัด 3 ข้อ คือ 1.เวลาจำกัด 2.ไม่ได้ทำงบประมาณด้วยตัวเอง 3.เป็นรัฐบาลเสียงข้างน้อย เกิดจากการเมืองภาคพิสดาร จะไปโทษใครไม่ได้ เพราะเลือกเองด้วยความเต็มใจ คงบวกลบคูณหารแล้วคิดว่าคุ้ม แลกกับการได้เป็นนายกฯ
เอาเข้าจริงรัฐบาลชุดนี้ไม่ได้อยู่ 4 เดือน แต่อาจจะต้องอยู่ 8-9 เดือน เพราะต้องรอเลือกตั้ง รอคณะรัฐมนตรี (ครม.) ชุดใหม่ เข้าเฝ้าฯถวายสัตย์ฯ
ต้องยอมรับว่ารัฐบาลชุดนี้มีแต้มต่อมากกว่าข้อจำกัด ซึ่งมีทั้งหมด 4 ข้อ ได้แก่
1.การที่มีผู้ลงคะแนนเลือกให้เป็นนายกฯ โดยไม่ขอรับตำแหน่งรัฐมนตรี ทำให้นายกฯ เป็นหนูตกถังข้าวสาร เพราะมีเก้าอี้รัฐมนตรีให้มาแบ่งปันกันเหลือเฟือที่สุดในประวัติศาสตร์ของระบบรัฐสภา
2.เมื่อรัฐบาลชุดนี้เข้ามาบริหาร ก็มีเงินมากองไว้ทันที ไม่ต้องออกแรง เพราะงบฯเหลือจ่ายของปี’68 รออยู่แล้ว 6 หมื่นล้านบาท ส่วนงบประมาณปี’69 ก็รอใช้วันที่ 1 ตุลาคมนี้
3.มีนโยบายสำเร็จรูปเตรียมไว้ให้แล้ว โดยผู้มีอำนาจเหนือรัฐธรรมนูญ หรือ MOA ที่คิดไว้ให้เสร็จสรรพว่าต้องทำอะไรบ้าง
4.เหลือให้คิดเองแค่ 3 เรื่อง คือ นโยบายที่จะแถลงต่อรัฐสภา การจัด ครม. และการทำนโยบายให้สำเร็จ
การจัด ครม. ขอชมว่าหลายตำแหน่งจัดได้ดี ถูกฝาถูกตัว แต่น่าเสียดายที่มีบางตำแหน่งกลายเป็นชักใบให้เรือเสีย ทำให้ ครม.ชุดนี้ กระดำกระด่างไปขอชมนายกฯ ว่านายแน่มาก กล้าตั้งรัฐมนตรีที่รัฐบาลชุดที่แล้วยังไม่กล้าตั้ง
เรื่องการแก้ไขรัฐธรรมนูญและการทำประชามติ เชื่อว่าหลายคนบ่นว่านโยบายนี้ มาผิดที่ผิดเวลาบทเฉพาะกาลที่เป็นปัญหาใหญ่ของรัฐธรรมนูญ 2560 ผ่านไปแล้ว ที่เหลือแก้รายมาตราได้
แต่เมื่อรัฐบาลแลกตำแหน่งนายกรัฐมนตรีกับการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ก็ต้องรับผิดชอบ ขอตั้งคำถาม 2 ข้อ ดังนี้
1.การแก้รัฐธรรมนูญทั้งฉบับต้องไม่แตะหมวดหนึ่ง หมวดสอง แต่หากมีร่างฉบับใดเสนอเข้าสู่ที่ประชุมรัฐสภา และไม่กำหนดเงื่อนไขดังกล่าว รัฐบาลชุดนี้จะยกมือให้หรือไม่
2.หากการแก้รัฐธรรมนูญ ไปแก้มาตรา 160 (4) (5) เรื่องคุณสมบัติของผู้ที่จะมาดำรงตำแหน่งรัฐมนตรี เจ้าหน้าที่ระดับสูงของรัฐ ศาล และองค์กรอิสระ ที่ระบุว่าต้องมีความซื่อสัตย์สุจริตเป็นที่ประจักษ์ และต้องไม่มีพฤติกรรม ฝ่าฝืนจริยธรรมอย่างร้ายแรง นายกฯจะสนับสนุนให้มีการแก้ต่อไปหรือไม่
การแก้ปัญหาชายแดนไทย-กัมพูชามีคำถามว่า ที่คำแถลงเขียนไว้ว่า พื้นที่ของเราตามเส้นเขตแดนที่เป็นสากลที่ถูกครอบครอง จะยึดคืนมาให้หมดด้วยใช่หรือไม่ บ่อนของกัมพูชาที่สร้างล้ำเขตแดนไทยเข้ามา จะจัดการอย่างไร
ที่รัฐบาลจะทำประชามติ ยกเลิก MOU ทำไมไม่ตัดสินใจเอง เพราะดำเนินการได้ทันที และหากจะทำประชามติ จะทำเมื่อไหร่
การอภิปรายของนายจุรินทร์ ทำให้ต่อมา นายบวรศักดิ์ อุวรรณโณ รองนายกฯ ลุกขึ้นตอบเอง
หลายประเด็นจากนายจุรินทร์สะท้อนภาพของรัฐบาล จากมุมมองของนักการเมืองด้วยกัน
เป็นการบ้านให้รัฐบาลใหม่ไปหาคำตอบ