บี้รัฐวิสาหกิจปรับแผนลงทุน กระจาย 5 แสนล้านทดแทนราชการเบิกอืด
ท่ามกลางภาวะที่การเบิกจ่าย “รายจ่ายลงทุน” ของส่วนราชการยังอืด โดยหลังจบไตรมาสแรก (ต.ค.-ธ.ค. 2560) พบว่า รายจ่ายลงทุนเบิกจ่ายไปได้ 87,182 ล้านบาท คิดเป็น 13.21% เท่านั้น ส่งผลให้สำนักงบประมาณต้องเสนอคณะรัฐมนตรี (ครม.) ปรับปรุงแนวทางการดำเนินงานและเร่งรัดการใช้จ่ายงบประมาณ ภายใต้มาตรการเพิ่มประสิทธิภาพการใช้จ่ายงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2561 เพื่อ “ปลดล็อก” ให้โครงการที่ทำสัญญาก่อหนี้ไม่ทันสิ้นเดือน ธ.ค. สามารถทำสัญญาได้หลังจากนั้น
ต่อมาที่ประชุม ครม.เมื่อ 13 มี.ค. ได้รับทราบรายงานผลการเบิกจ่าย 5 เดือน (ต.ค. 2560-ก.พ. 2561) ซึ่งพบว่า รายจ่ายลงทุนเบิกได้ที่ 141,687 ล้านบาท หรือ 21.47% ถือว่า “ยังต่ำกว่าเป้า” ที่ตั้งไว้ว่าต้องเบิกจ่ายให้ได้ 36.34% หรือต่ำกว่าเป้าหมายไป 14.87% ภาวะเช่นนี้ งบฯลงทุนของรัฐวิสาหกิจจึงเป็นอีกหนทางหนึ่งที่ต้องผลักดันให้มีเม็ดเงินเข้าสู่ระบบ เพราะยิ่งรัฐวิสาหกิจเบิกจ่ายได้เร็วขึ้นเท่าใด ก็จะช่วยทดแทนการเบิกจ่ายรายจ่ายลงทุนของส่วนราชการที่อืดอยู่ได้มากขึ้นเท่านั้น
โดยในการประชุมติดตาม/เร่งรัดการเบิกจ่ายงบฯลงทุนของรัฐวิสาหกิจ ที่มี “สมคิด จาตุศรีพิทักษ์” รองนายกรัฐมนตรี นั่งหัวโต๊ะ เมื่อ 21 มี.ค.ที่ผ่านมา ได้เชิญผู้บริหารรัฐวิสาหกิจที่มีวงเงินลงทุนสูง จำนวน 17 แห่งมาร่วมประชุม พร้อมมอบนโยบายเร่งรัดการเบิกจ่ายงบฯลงทุนในปี 2561 ให้ได้ตามเป้าหมายที่ตั้งไว้ 95% ของวงเงินงบฯลงทุนของรัฐวิสาหกิจ 45 แห่ง ที่สำนักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ (สคร.) กำกับดูแล จำนวน 515,114 ล้านบาท
ทั้งนี้ ได้มอบนโยบายรวม 7 ข้อ ให้รัฐวิสาหกิจนำไปปฏิบัติ ได้แก่ 1.เร่งรัดก่อหนี้ผูกพันในปี 2561 ให้เสร็จโดยเร็ว 2.ปรับปรุงแผนและประมาณการเบิกจ่ายงบฯลงทุนให้สะท้อนกับความสามารถในการเบิกจ่าย โดยให้เน้นเบิกจ่ายในไตรมาส 2-3 มากขึ้น 3.ให้รัฐวิสาหกิจที่ประหยัดงบฯ จัดซื้อจัดจ้าง ได้ นำเงินไปลงทุนในโครงการอื่นที่มีความสำคัญและเร่งด่วนเพื่อตอบสนองนโยบายรัฐบาล
4.เร่งปรับปรุงกรอบการลงทุนให้แล้วเสร็จภายในเดือน เม.ย. นี้ และเสนอไปให้สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) กลั่นกรองก่อนเสนอ ครม. 5.เร่งรัดเบิกจ่ายงบฯลงทุนให้ไม่น้อยกว่า 95% และรายงานผลทุกวันที่ 5 ของเดือน
6.ให้คณะกรรมการรัฐวิสาหกิจทุกแห่งนำนโยบายทั้งหมดนี้ไปกำชับผู้บริหารรัฐวิสาหกิจให้ดำเนินการตามอย่างเคร่งครัด โดยกำหนดตัวชี้วัดในการประเมิน (KPI) ด้วย และ 7.ให้รัฐวิสาหกิจเร่งลงทุนด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ เพื่อสนับสนุนการจัดทำฐานข้อมูล (big data) ซึ่งรัฐบาลให้ความสำคัญกับเรื่องนี้มาก เนื่องจากดูแล้วส่วนใหญ่รัฐวิสาหกิจยังไม่มีแผนลงทุนเกี่ยวกับดิจิทัลในงบฯลงทุน ดังนั้นจึงให้ปรับแผนแล้วกลับมาหารือกับ สคร. และ สศช.ต่อไป