เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ดูทั้งหมด

พระราชนิยม รัชกาลที่ 6

29 มี.ค. 2561 | 13:20น.

คอลัมน์สามัญสำนึก โดย อิศรินทร์ หนูเมือง

พระราชนิยม พระบรมราโชบายของรัชกาลที่ 6 กำลังถูกศึกษา-วิจัยอย่างกว้างขวาง

ในทรรศนะของ ม.จ.พูนพิศมัย ดิศกุล รัชกาลที่ 6 ทรงมีพระราชนิยม และสร้างประวัติศาสตร์ใหม่ ในพระราชวงศ์จักรีไว้ 20 ประการ

1.โรงเรียนวชิราวุธ มีพระราชประสงค์จะให้เป็น public school ของอังกฤษ เมื่อจบแล้วออกไปรับราชการในราชสำนัก ฝึกหัดเป็นมหาดเล็กหลวง

2.มหาวิทยาลัยจุฬาลงกรณ์ ทรงใช้เงินที่เหลือจากการสร้างพระบรมรูปทรงม้า ในรัชกาลที่ 5 พร้อมพระราชทานที่ดินของพระคลังข้างที่ทั้งผืน

3.ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ใช้ นามสกุล เป็นครั้งแรก

4.ทรงสร้างพระพุทธรูป ถวายพระนามว่า “พระร่วงโรจน์ฤทธิ์ ศรีอินทราทิตย์ธรรโมภาส มหาวชิราวุธราชปูชนิยบพิตร์”

5.ทรงตั้ง “ลูกเสือ”

6.สร้างเรือรบ “พระร่วง” เรือหลวงลำแรกในประวัติศาสตร์ไทย จัดตั้งราชนาวีสมาคมแห่งกรุงสยามในพระบรมราชูปถัมภ์

7.สะพานพระราม 6 เป็นสะพานข้ามแม่น้ำในพระนครเป็นอันแรก

8.พระที่นั่งอนันตสมาคม แล้วเสร็จมีการขึ้นพระที่นั่ง ในงานเฉลิมพระชนมพรรษา 3 รอบ

9.ทรงสร้างพระตำหนักจิตรลดารโหฐาน 10.ทรงขยายพระตำหนักพญาไท ตามแบบที่ทรงออกแบบเอง

11.ทรงสร้างเมืองเล็กเรียกว่า ดุสิตธานี ขึ้นในสวนที่พระราชวังพญาไท

12.เปิดใช้การประปา

13.โปรดให้เลิกโรงหวย โรงบ่อน

14.เลิกใช้ฝรั่งเดินรถและเรือไฟในทางราชการ

15.ทรงพระราชนิพนธ์หนังสือ ไม่น้อยกว่า 160 เล่ม

16.ให้ผู้หญิงไว้ผมยาวและนุ่งผ้าซิ่น

17.ทรงเปลี่ยนธงช้างเป็นธงไตรรงค์

18.ทรงเปลี่ยนคำปลายของเนื้อเพลงสรรเสริญพระบารมี เป็น “ชัยโย” จากคำเก่า ที่ลงท้ายว่า “ฉนี้”

19.โปรดให้จัดงานรื่นเริง-งานเลี้ยงแต่งแฟนซี การแสดงละคร

20.ทรงยกเลิกธรรมเนียม การถวายรายชื่อหญิงบรรดาศักดิ์ 12 พระกำนัล เพื่อทรงใช้สอยหลังพิธีบรมราชาภิเษก

พระราชกิจประจำวัน ตามที่ “ม.จ.พูนพิศมัย” บันทึกไว้คือ “พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ตื่นบรรทมราว 11-12.30 นาฬิกา…ทรงหนังสือราชการ เสวยพร้อมด้วยข้าราชบริพาร ทรงกีฬาเทนนิส แบดมินตัน ทรงพระอักษร ตอนค่ำมักจะมีข้าราชการเข้าร่วมโต๊ะเสวย (ตามที่เจ้าพระยารามฯเห็นชอบ) ซ้อมละคร ทรงไพ่ bridge…ทรงไดอารี่”

เกี่ยวกับ “บันทึกส่วนพระองค์” หรือ “ไดอารี่” ทั้งหมด 6 เล่มนั้น มีการบันทึกไว้ 2 แบบ

แบบแรก ผู้ใช้นามปากกาว่า “สมัยทอง” แห่งหนังสือพิมพ์สุภาพบุรุษ เขียนไว้ว่า “…เมื่อใกล้สวรรคต พระราชทานกุญแจตู้ที่เก็บพระสมุดให้เจ้าพระยารามราฆพรักษาไว้ และมีพระราชดำรัสว่า “สมุดเหล่านี้ข้าให้เจ้า เมื่อข้าตายแล้ว แต่ไปในภายภาคหน้า จงพิมพ์สมุดเหล่านี้ออกขายเถิดจะได้เงินมาก” ภายหลังที่เสด็จสวรรคต…รัชกาลที่ 7 รับสั่งเรียกสมุดเหล่านี้ไปทอดพระเนตร เมื่อเจ้าคุณรามฯขอพระราชทานคืน ได้ทรงตอบว่า “สมุดบันทึกส่วนพระองค์ในรัชกาลที่ 6 เป็นหนังสือราชการลับ หาสมควรพระราชทานแก่ผู้หนึ่งผู้ใด”…สมุดจึงตกเป็นทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์”

แบบที่สอง “ม.จ.พูนพิศมัย” บันทึกไว้ว่า “เจ้าพระยารามฯ ได้คืนไป และได้เอาไปให้รัฐบาลใหม่เมื่อเปลี่ยนแปลงการปกครองแล้ว”

ต้นฉบับ “บันทึกส่วนพระองค์” ที่ทรงใช้นามปากกาว่า “ราม วชิราวุธ” ทรงบันทึกไว้ว่า “พระวัติต้นรัชกาลที่ ๖ จัดไว้ให้แด่เจ้าพระยารามราฆพ (หม่อมหลวงเฟื้อ พึ่งบุญ ณ กรุงเทพ) ผู้เป็นศุภนิมิตร เล่มที่ ๑ กล่าวตั้งแต่ปลายสมัยรัชกาลก่อนจนสิ้นปี พ.ศ. ๒๔๕๓ มีบัญชีเรื่องอยู่ท้ายสมุด แต่น่า ๔๐๑ ไป”

ต่อมาอยู่ในความครอบครองของ “พระมหาเทพกษัตรสมุห” อดีตข้าราชสำนักในรัชกาลที่ 6 ซึ่งสำนักพิมพ์มติชน ได้ตีพิมพ์ออกจำหน่ายครั้งแรก พฤศจิกายน 2545

เช่นเดียวกับ “บทนิพนธ์” ของ ม.จ.พูนพิศมัย ที่ทรงบันทึกไว้ในชื่อเรื่องพระราชวงศ์จักรี (สิ่งที่ข้าพเจ้าพบเห็น สมัยรัชกาลที่ 6) ตีพิมพ์ครั้งแรก มีนาคม 2561

เป็นเรื่องราว “ศึกมืด” อำนาจหญิง-ชายในราชสำนัก และ “จุดดำ” ในดวงพระอาทิตย์ ที่เต็มไปด้วยความ “ลึก-ลับ”

แท็กที่เกี่ยวข้อง

คอลัมน์ สามัญสำนึก