หุ้นไทยอ่อนตัวแนวรับ 1,540-1,545 จุด กังวลเฟดตรึงดอกเบี้ยระดับสูง
หุ้นไทย
บล.กรุงศรี ประเมินดัชนีหุ้นไทยวันนี้อ่อนตัวแนวรับ 1,540-1,545 จุด ตามความกังวลธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ตรึงดอกเบี้ยระดับสูงเป็นเวลานาน หุ้นเด่นแนะนำ CPRC, SEAFCO
วันที่ 7 กันยายน 2566 บริษัทหลักทรัพย์กรุงศรี ประเมินดัชนีหุ้นไทย (SET INDEX) อ่อนตัวแนวรับ 1,540-1,545 จุด ตามความกังวลธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ตรึงดอกเบี้ยระดับสูงเป็นเวลานานจากภาวะเงินเฟ้อหลังดัชนีภาคบริการสหรัฐเดือน ส.ค.พุ่งขึ้นสู่ 54.5 หนุนให้อัตราผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐ (US bond yield) ดีดขึ้น ซึ่งเป็นลบต่อเม็ดเงิน (Fund flow) ต่างชาติ ดังนั้นจึงแนะนำ Selective buy ในกลุ่มที่มีปัจจัยบวกเฉพาะตัว เช่น กลุ่ม Commodity น้ำมัน ยางพารา น้ำตาล และกลุ่มได้ประโยชน์นโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจของไทย
สำหรับประเด็นสำคัญวันนี้
ดาวโจนส์ลดลง 199 จุด นักลงทุนยังกังวลเฟดคงดอกเบี้ยไว้ที่ระดับสูง : ดัชนีตลาดหุ้นดาวโจนส์ลดลง 199 จุด (-0.57%) ปิดที่ระดับ 34,443 จุด จากแรงเทขายหุ้นกลุ่ม Tech กังวลเฟดจะคงดอกเบี้ยที่ระดับสูงเป็นเวลานาน หลังจากที่ราคาน้ำมันดีบกลับมาสูงขึ้นส่งผลให้เงินเฟ้ออาจจะกลับมาสูงขึ้นได้อีกในอนาคต
ด้าน PMI ภาคบริการของสหรัฐให้แนวโน้มที่ขัดแย้งกันแต่มองเป็นค่าเฉลี่ยไม่เปลี่ยนแปลง : โดย PMI ภาคบริการเดือน ส.ค. ที่จัดทำโดย ISM เพิ่มขึ้นสู่ระดับ 54.5 จาก 52.7 ในเดือน ก.ค. ขณะที่ตัวเลขจาก S&P Global หดตัวสู่ระดับ 50.5 จาก 52.3 อย่างไรก็ตามหากคิดเป็นค่าเฉลี่ยทรงตัวที่ 52.5 ตามเดิม (ไม่ได้แย่)
ติดตามตัวเลข ส่งออก/นำเข้าจีน เพื่อหาสัญญาณฟื้นตัวของส่งออกไทย : เนื่องจากจีนเป็นคู่ค้ารายใหญ่อันดับ 2 ของไทยหากมีการนำเข้าเพิ่มขึ้นจะส่งผลบวกต่อการส่งออกของไทยโดยตรง เบื้องต้นนักวิเคราะห์ (Consensus) คาดยอดส่งออกจะหดตัว 9.8% YOY แต่ดีขึ้นจากเดือน ก.ค. ที่หดตัว 14.5% YOY ส่วนยอดนำเข้าคาดหดตัว 8.8% แต่ดีขึ้นจากเดือน ก.ค. ที่หดตัว 12.4%
บล.กรุงศรี แนะนำหุ้นเด่น
– SPRC (ปิด 9.30 ซื้อ/เป้า AA Consensus 10.70 บาท) คาดงบฯไตรมาส 3/66 พลิกมีกำไรจากที่ขาดทุนสุทธิ 2,100 ล้านบาทในไตรมาส 2/66 โดยมีปัจจัยหนุนจากค่าการกลั่นที่เพิ่มขึ้นและมีกำไรจาก Stock gain ตามราคาน้ำมันดิบที่พุ่งแรง
– SEAFCO (ปิด 3.40 ซื้อ/เป้า IAA Consensus 4.15 บาท) ได้บรรยากาศ (Sentiment) บวก รมว.คมนาคม คนใหม่เตรียมปัดฝุ่นและเร่งผลักดันโครงการค้างท่อ อาทิ มอเตอร์เวย์, ทางด่วน และเส้นทางรถไฟฟ้า และได้ประโยชน์หากรัฐลดราคาขายปลีกดีเซล (ต้นทุนของ SEAFCO)