เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
GWM เพิ่มการใช้ชิ้นส่วนในประเทศ หลังผลิตชดเชย EV 3.5 ครบเป็นรายแรก
Automotive GWM เพิ่มการใช้ชิ้นส่วนในประเทศ หลังผลิตชดเชย EV 3.5 ครบเป็นรายแรก
ในหลวง-พระราชินี ทรงเปิดงาน “โครงการหลวง 57“ ทอดพระเนตรกุหลาบ “ควีนสุทิดา”
ข่าวในพระราชสำนัก ในหลวง-พระราชินี ทรงเปิดงาน “โครงการหลวง 57“ ทอดพระเนตรกุหลาบ “ควีนสุทิดา”
เปลี่ยนหงส์ไม่ง่าย
Columns เปลี่ยนหงส์ไม่ง่าย
‘ล้ำฤทธิ์’ ปั้น ‘ดิ โอทู แบงค็อก’ สปอร์ต-เวลเนสคอมเพล็กซ์ครบวงจร
Real Estate ‘ล้ำฤทธิ์’ ปั้น ‘ดิ โอทู แบงค็อก’ สปอร์ต-เวลเนสคอมเพล็กซ์ครบวงจร
หาเงินเก่ง กับรักษาเงินเก่ง
Finance หาเงินเก่ง กับรักษาเงินเก่ง
สมเด็จพระนางเจ้า พระบรมพระราชินี เสด็จฯ เปิดงานวันสตรีไทย 69
ข่าวในพระราชสำนัก สมเด็จพระนางเจ้า พระบรมพระราชินี เสด็จฯ เปิดงานวันสตรีไทย 69
ศุภมาส สั่งคุมเข้มแพลตฟอร์มออนไลน์ ดันกฎหมายร่วมเยียวยาผู้บริโภค เล็งเปิดทางฟ้องแบบกลุ่ม
Politics ศุภมาส สั่งคุมเข้มแพลตฟอร์มออนไลน์ ดันกฎหมายร่วมเยียวยาผู้บริโภค เล็งเปิดทางฟ้องแบบกลุ่ม
‘เซ็นทารา’ รุก รร.ลักเซอรี่ เปิด ‘รีเซิร์ฟกระบี่’ ธ.ค.นี้
Business ‘เซ็นทารา’ รุก รร.ลักเซอรี่ เปิด ‘รีเซิร์ฟกระบี่’ ธ.ค.นี้
นายกฯ ลั่นไม่หนุนลดโทษฆาตกรอุกอาจ ขอโทษชาวรัสเซีย ยันภาพรวมไทยยังปลอดภัย
Politics นายกฯ ลั่นไม่หนุนลดโทษฆาตกรอุกอาจ ขอโทษชาวรัสเซีย ยันภาพรวมไทยยังปลอดภัย
คปภ. ประสาน “ซมโปะ ประกันภัย” ใกล้ชิด ดูแลสิทธิผู้รับผลประโยชน์ “ฮลุน โซโล่”
Finance คปภ. ประสาน “ซมโปะ ประกันภัย” ใกล้ชิด ดูแลสิทธิผู้รับผลประโยชน์ “ฮลุน โซโล่”
ดูทั้งหมด

เฟดไม่ขึ้นดอกเบี้ย แต่ยังไม่จบรอบ คาดขึ้นอีกครั้ง 0.25% แล้วคงไว้สูงไปอีกนาน

21 ก.ย. 2566 | 01:35น.
ธนาคารกลางสหรัฐ (Fed)

ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) มีมติไม่ขึ้นดอกเบี้ย คงอัตราดอกเบี้ยไว้ที่ระดับเดิม 5.25-5.5% แต่ยังไม่จบรอบ เน้นย้ำจัดการเงินเฟ้อที่ยังสูง คาดปีนี้ขึ้นอีกครั้ง 0.25% และจะใช้นโยบายเข้มงวดนานกว่าที่คาดกันไว้ก่อนหน้านี้

วันที่ 20 กันยายน 2023 ตามเวลาสหรัฐ ที่ประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงินธนาคารกลางสหรัฐ (FOMC) มีมติเอกฉันท์ให้คงอัตราดอกเบี้ยไว้ที่อัตรา 5.25-5.5% เป็นตามที่นักลงทุน นักเศรษฐศาสตร์ และนักวิเคราะห์คาดการณ์ ซึ่งอัตราดอกเบี้ยปัจจุบันเป็นระดับสูงสุดในรอบ 22 ปีแล้ว 

เฟดคาดการณ์การว่าเศรษฐกิจสหรัฐปีนี้จะแข็งแกร่ง โดยปรับเพิ่มตัวเลขคาดการณ์การเติบโตของจีดีพีเป็น 2.1% จากการคาดการณ์เมื่อเดือนมิถุนายนที่คาดว่าจะโต 1% และคาดว่าอัตราว่างงานจะอยู่ที่ 3.8% ปรับลดลงจากคาดการณ์เมื่อเดือนมิถุนายนที่คาดว่าจะอยู่ที่ 4.1% พร้อมเพิ่มคาดการณ์จีดีพีปี 2024 เป็นโต 1.5% จากคาดการณ์เมื่อเดือนมิถุนายนว่าจะโต 1.1%

แถลงการณ์ของเฟดระบุว่า ตัวชี้วัดทางเศรษฐกิจล่าสุดชี้ให้เห็นว่ากิจกรรมทางเศรษฐกิจมีการขยายตัวต่อเนื่อง การจ้างงานได้ชะลอตัวลงในช่วงไม่กี่เดือนที่ผ่านมา แต่ตลาดแรงงานยังคงแข็งแกร่ง และอัตราการว่างงานยังอยู่ในระดับต่ำ ส่วนอัตราเงินเฟ้อยังคงอยู่ในระดับสูง

ระบบธนาคารของสหรัฐมีความมั่นคงและมีความสามารถในการรับมือและฟื้นตัวจากวิกฤต เงื่อนไขการให้สินเชื่อที่เข้มงวดมากขึ้นสำหรับครัวเรือนและธุรกิจมีแนวโน้มที่จะส่งผลกระทบต่อกิจกรรมทางเศรษฐกิจ การจ้างงาน และอัตราเงินเฟ้อ ซึ่งขอบเขตของผลกระทบเหล่านี้ยังไม่แน่นอน คณะกรรมการยังคงให้ความสำคัญกับความเสี่ยงด้านเงินเฟ้อเป็นอย่างมาก 

คณะกรรมการเฟดพยายามที่จะบรรลุการจ้างงานสูงสุดและอัตราเงินเฟ้อ 2% ในระยะยาว เพื่อที่จะสนับสนุนเป้าหมายเหล่านี้ คณะกรรมการจึงตัดสินใจรักษาช่วงเป้าหมายอัตราดอกเบี้ยของธคารกลางไว้ที่ 5.25% ถึง 5.5% คณะกรรมการจะยังคงประเมินข้อมูลที่เข้ามาเพิ่มเติมและผลกระทบของมันที่มีต่อนโยบายการเงินต่อไป” 

ในการกำหนดขอบเขตการกระชับนโยบายเพิ่มเติมในอนาคต ซึ่งอาจเหมาะสม เพื่อที่จะทำให้อัตราเงินเฟ้อกลับลงไปที่ 2% เมื่อเวลาผ่านไป คณะกรรมการจะคำนึงถึงความเข้มงวดสะสมของนโยบายการเงิน ความล่าช้าของนโยบายการเงินที่ส่งผลกระทบต่อกิจกรรมทางเศรษฐกิจและอัตราเงินเฟ้อ และพัฒนาการ หรือสิ่งที่เกิดขึ้นในเศรษฐกิจและตลาดการเงิน 

นอกจากนี้ คณะกรรมการจะยังคงลดการถือครองหลักทรัพย์ (ทำ QT) ตามที่อธิบายไว้ในแผนการที่ประกาศก่อนหน้านี้

“คณะกรรมการมีความมุ่งมั่นอย่างยิ่งที่จะคืนอัตราเงินเฟ้อให้เป็นไปตามเป้าหมาย 2%” ถ้อยแถลงของ FOMC ย้ำเป้าหมาย 

FOMC บอกอีกว่า ในการประเมินจุดยืนและท่าทีที่เหมาะสมของนโยบายการเงิน คณะกรรมการจะติดตามผลกระทบของข้อมูลที่ส่งผลกระทบต่อแนวโน้มเศรษฐกิจ คณะกรรมการจะเตรียมปรับจุดยืนนโยบายการเงินตามความเหมาะสม หากเกิดความเสี่ยงที่อาจขัดขวางการบรรลุเป้าหมายของคณะกรรมการ การประเมินของคณะกรรมการจะพิจารณาจากข้อมูลที่หลากหลาย รวมถึงตัวเลขสภาวะตลาดแรงงาน แรงกดดันด้านเงินเฟ้อ และการคาดการณ์เงินเฟ้อ และสถานการณ์ล่าสุดด้านการเงินและด้านการระหว่างประเทศ

ใน dot plot ซึ่งเป็นการคาดการณ์อัตราดอกเบี้ยที่ผู้กำหนดนโยบายแต่ละคนคิดว่าเหมาะสม แสดงให้เห็นว่าผู้กำหนดนโยบายยังคงคาดการณ์ว่าจะมีการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยอีกหนึ่งครั้งในปีนี้ แต่การคาดการณ์อัตราดอกเบี้ยในปี 2024 และ 2025 เพิ่มขึ้นจากคาดการณ์ก่อนนี้ 0.50% ซึ่งเป็นสัญญาณว่าเฟดคาดว่าอัตราดอกเบี้ยจะคงอยู่สูงไปอีกนานกว่าที่คาดไว้ 

การประชุมปี 2023 ที่เหลืออีกสองครั้ง น่าจะมีการถกเถียงกันค่อนข้างมาก ผู้กำหนดนโยบาย 12 ราย จาก 19 รายใน FOMC คาดว่าการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยอีกครั้งในปีนี้จะมีความเหมาะสม ส่วนอีก 7 รายมองว่าควรที่จะคงอัตราดอกเบี้ยไว้ 

ทั้งนี้ ทันทีหลังทราบมตินโยบายการเงินของสหรัฐ นักลงทุนส่วนใหญ่คาดว่าเฟดจะขึ้นดอกเบี้ยอีก 0.25% ในการประชุมครั้งหน้า ในวันที่ 1 พฤศจิกายน ตามข้อมูลจาก FedWatch Tool ของ CME นักลงทุนให้น้ำหนัก 70.1% ว่าเฟดจะขึ้นดอกเบี้ยอีก 0.25% ในการประชุมครั้งหน้า

เจอโรม พาวเวลล์ (Jerome Powell) ประธานธนาคารกล่าวย้ำในการแถลงข่าวว่า เป้าหมายของเฟดคือการนำเศรษฐกิจสหรัฐลงจอดอย่างนุ่มนวล (soft landing) ซึ่ง “มีความเป็นไปได้” แต่ก็ไม่แน่นอน อย่างไรก็ตาม ต้องดำเนินการอย่างระมัดวัง และย้ำว่าการตัดสินใจครั้งต่อไปจะขึ้นอยู่กับข้อมูลทั้งหมด 

พาวเวลล์บอกว่า การลดอัตราดอกเบี้ยจะเกิดขึ้นในปี 2024 แต่ไม่บอกว่าจะเป็นช่วงเวลาไหน เขาบอกว่า “มีความไม่แน่นอนอย่างมาก” เกี่ยวกับช่วงเวลาการปรับลดอัตราดอกเบี้ย 

“การคาดการณ์ปี 2024 เป็นเพียงการประมาณการในขณะนี้ ไม่มีอะไรมากไปกว่านั้น”

แอนนา หว่อง (Anna Wong) นักวิเคราะห์ของ Bloomberg Economics วิเคราะห์ว่า การคงอัตราดอกเบี้ยในวันนี้ได้รับการคาดการณ์-ความหวังอย่างกว้างขวาง แต่กลับถูกตอบโต้ด้วยการปรับประมาณการอัตราดอกเบี้ยปี 2024 และ 2025 ในอัตราที่สูงขึ้นอย่างมาก ซึ่งแสดงให้เห็นใน dot plot และเจ้าหน้าที่ของเฟดยังไม่คาดว่าจะเกิดภาวะเศรษฐกิจถดถอยในปีนี้อีกด้วย