กลุ่มอลิอันซ์ มูลค่าธุรกิจใหม่ เติบโต 20% กำไรจากการดำเนินงานเพิ่มขึ้น 7.1% แตะ 3.8 พันล้านยูโร หรือราว 1.48 แสนล้านบาท ธุรกิจประกันชีวิตในประเทศไทยแข็งแกร่ง เบี้ยครึ่งปีแรกโต 7% อยู่ที่ 17,336 ล้านบาท ซีอีโอมั่นใจสิ้นปีนี้พิชิตยอดเบี้ยประกันรับรวม 3.77 หมื่นล้านบาท
วันที่ 9 ตุลาคม 2566 นายโทมัส วิลสัน กรรมการผู้จัดการใหญ่และประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ.อลิอันซ์ อยุธยา ประกันชีวิต (AZAY) เปิดเผยว่า ผลการดำเนินธุรกิจของบริษัทในช่วง 6 เดือนแรกปี 2566 เติบโตแข็งแกร่งต่อเนื่อง มูลค่าธุรกิจใหม่ (NBV) เติบโต 20% สะท้อนการดำเนินกลยุทธ์ธุรกิจที่มีประสิทธิภาพ ด้วยเบี้ยประกันภัยรับรวมที่ 17,336 ล้านบาท เติบโต 7% เมื่อเทียบจากช่วงเดียวกันปีก่อน (YOY)
ขณะที่เบี้ยประกันภัยรับปีแรกเติบโต 9% อยู่ที่ 3,588 ล้านบาท โดยมาจากช่องทางตัวแทน 1,454 ล้านบาท เติบโต 9% ช่องทางขายผ่านธนาคาร 1,299 ล้านบาท เติบโต 17% และช่องทางขายตรง 715 ล้านบาท ทรงตัว
“จากตัวเลขการเติบโตที่แข็งแกร่งในทุกช่องทาง ไม่เพียงพิสูจน์ความสำเร็จของกลยุทธ์การดำเนินธุรกิจที่มีประสิทธิภาพ แต่ยังสะท้อนถึงความเป็นมืออาชีพของทีมงานที่ร่วมกันขับเคลื่อนธุรกิจ”
นายโทมัสกล่าวว่า สำหรับในครึ่งปีหลังของปีนี้มั่นใจว่าจะสามารถผลักดันให้บริษัทสามารถเติบโตธุรกิจได้อย่างแข็งแกร่ง พิชิตยอดเบี้ยประกันรับรวม 3.77 หมื่นล้านบาท เบี้ยประกันภัยรับปีแรก 7.7 พันล้านบาท ก้าวสู่การเป็นผู้นำบริษัทประกันชีวิตของไทยได้อย่างมั่นคง
ขณะเดียวกัน กลุ่มอลิอันซ์ (Allianz) ผู้ถือหุ้นหลักของ บมจ.อลิอันซ์ อยุธยา ประกันชีวิต ได้รายงานผลประกอบการไตรมาส 2 มีรายได้รวม 3.96 หมื่นล้านยูโร (หรือประมาณ 1.54 ล้านล้านบาท) เพิ่มขึ้น 5.9% YOY ได้รับแรงหนุนจากกลุ่มธุรกิจประกันวินาศภัย ซึ่งได้รับผลบวกจากราคาและยอดขายที่สูงขึ้น
ขณะที่การเติบโตของกลุ่มธุรกิจประกันชีวิตและสุขภาพ ได้รับผลบวกจากปริมาณเบี้ยประกันภัยแบบชำระครั้งเดียวที่แข็งแกร่งในสหรัฐอเมริกา ขณะที่กำไรจากการดำเนินงานเพิ่มขึ้น 7.1% อยู่ที่ 3.8 พันล้านยูโร (หรือประมาณ 1.48 แสนล้านบาท) โดยมีผลประกอบการที่เข้มแข็ง โดยเฉพาะในกลุ่มประกันชีวิตและสุขภาพ และประกันวินาศภัย (อัตราแลกเปลี่ยน ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2566 : 1 ยูโร = 39 บาท)
อัตราส่วนเงินกองทุนเพื่อความมั่นคง (Solvency II Capitalization) อยู่ที่ 208% ณ สิ้นไตรมาส 2/2566 เทียบกับ 206% ณ สิ้นไตรมาส 1/2566 เมื่อนำมาตรการเปลี่ยนผ่านสำหรับข้อกำหนดทางเทคนิคมาพิจารณาร่วมด้วย อัตราส่วนเงินกองทุนเพื่อความมั่นคง (Solvency II Capitalization) จะอยู่ที่ 235% ณ สิ้นไตรมาส 2/2566 เทียบกับ 232% ณ สิ้นไตรมาส 1/2566
นายโอลิเวอร์ เบเทอร์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มอลิอันซ์ (Allianz) กล่าวว่า ผลประกอบการที่ยอดเยี่ยมของอลิอันซ์ในช่วงครึ่งแรกของปี 2566 สะท้อนถึงพื้นฐานธุรกิจที่แข็งแกร่งและความสามารถในการใช้ประโยชน์จากขนาดของธุรกิจเพื่อประโยชน์ของลูกค้าได้เป็นอย่างดี
นอกจากนั้นยังพิสูจน์ได้ถึงความไว้วางใจของลูกค้าที่มีต่อแบรนด์ของเรา ที่จะสามารถช่วยให้ผ่านช่วงเวลาที่ยากลำบากจากทั้งภาวะเงินเฟ้อและความขัดแย้งระหว่างขั้วอำนาจในโลก ซึ่งไม่เพียงมีผลกระทบต่อเศรษฐกิจโลก แต่ยังส่งกระทบต่อการเงินส่วนบุคคลด้วย ทั้งนี้ ด้วยผลประกอบการและสถานะการเงินที่แข็งแกร่ง อลิอันซ์จะเป็นบริษัทที่สามารถมอบสิ่งที่ลูกค้าต้องการได้อย่างแท้จริงโดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงเวลาที่เต็มไปด้วยความไม่แน่นอนเช่นนี้