เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ดูทั้งหมด

POPS แตกไลน์ธุรกิจโซเชียลคอมเมิร์ซ รับเทรนด์ค้าปลีกยุคดิจิทัลโตแรง

03 พ.ย. 2566 | 12:51น.
POPS

POPS

POPS เดินเกมรุก แตกไลน์ธุรกิจสู่โซเชียลคอมเมิร์ชรายแรกในวงการ ชูจุดเด่นบริการสุดเอ็กซ์คลูซีฟครบวงจร 360 องศา รับเทรนด์ค้าปลีกยุคดิจิทัลโตแรง ตั้งเป้าภายใน 2 ปี กวาดรายได้จากธุรกิจโซเชียลคอมเมิร์ซ 200 ล้านบาท

วันที่ 3 พฤศจิกายน 2566 นายบานิ แทน ผู้อำนวยการประจำภูมิภาค บริษัท พ็อพส์ (ประเทศไทย) จำกัด หรือผู้ให้บริการ “POPS” เปิดเผยว่า จากเดิมที่ก่อนหน้านี้การใช้งานสื่อสังคมออนไลน์ เป็นการรับชมเพื่อความบันเทิง แต่ในปีที่ผ่านมาการซื้อขายสินค้าและบริการผ่านโซเชียลมีเดีย เป็นตัวแปรสำคัญต่อการปรับเปลี่ยนครั้งใหญ่ในอุตสาหกรรมค้าปลีก

ประกอบกับวิกฤตโควิด-19 เป็นตัวเร่งให้ Online Commerce ขยายตัวแบบก้าวกระโดด จากพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงไป ส่งผลให้โซเชียลคอมเมิร์ช หรือการซื้อขายสินค้าและบริการบนแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียโดยตรง เช่น Facebook, TikTok และ Instagram

รวมถึงการไลฟ์สดขายสินค้าถือเป็นเทรนด์ที่ได้รับความนิยม เนื่องจากเป็นช่องทางที่สะดวก รวดเร็ว ประหยัด เพราะไม่ต้องมีหน้าร้าน และที่สำคัญคือสามารถเข้าถึงลูกค้าได้ง่ายดาย และสร้างการมีส่วนร่วมกับลูกค้าเก่าและลูกค้าใหม่ได้ทันที เพื่อกระตุ้นให้เกิดการซื้อสินค้าอย่างต่อเนื่อง

ทั้งนี้ ด้วยปัจจัยสนับสนุนดังกล่าว รวมถึง Creator Economy หรือระบบเศรษฐกิจที่มีครีเอเตอร์เป็นผู้ขับเคลื่อน โดยใช้ความคิดสร้างสรรค์มาทำเป็นคอนเทนต์ สร้างจุดเด่นและความน่าสนใจให้กับสินค้าและบริการในโลกออนไลน์ ส่งผลให้ Creator Economy พัฒนาและเติบโตอย่างรวดเร็ว

POPS

ดังนั้น POPS ในฐานะผู้เชี่ยวชาญและคร่ำหวอดในวงการครีเอเตอร์ ด้วยเครือข่ายครีเอเตอร์หลายหมื่นราย จึงมองเห็นโอกาสในการต่อยอดธุรกิจ โดย POPS ได้ลงทุนในระบบแพลตฟอร์มโซเชียลคอมเมิร์ซ และการนำเสนอบริการโซเชียลคอมเมิร์ซแบบ 360 องศา สำหรับบริการโซเชียลคอมเมิร์ซของ POPS มาพร้อมบริการ 3 รูปแบบ ประกอบด้วย

  • การบริหารจัดการการค้าขายสินค้าหรือบริการผ่านโซเชียลมีเดียในทุก ๆ แพลตฟอร์ม เริ่มต้นตั้งแต่การวางแผนเจาะกลุ่มลูกค้า การดูแลระบบหลังบ้าน จนถึงการบริหารจัดการขนส่งสินค้าให้ถึงมือลูกค้าจนเสร็จ
  • บริการส่งเสริมการขายสินค้าด้วย Community พ่อค้าแม่ค้าและครีเอเตอร์ ที่มีความเชี่ยวชาญและประสบการณ์ในการขายสินค้าผ่านออนไลน์ โดยมีแม่ค้าและครีเอเตอร์รวมกันมากกว่า 20,000 ราย ที่พร้อมสำหรับการให้บริการแบรนด์ต่าง ๆ ได้อย่างตรงกลุ่มเป้าหมาย
  • การให้บริการ Live Studio และสินค้าพร้อมขาย ซึ่งเป็นบริการใหม่จาก POPS ที่เปิดพื้นที่ให้ครีเอเตอร์ทั้งที่มีประสบการณ์หรือต้องการหาประสบการณ์ในการไลฟ์สดขายสินค้า ได้สามารถเข้ามาใช้บริการไลฟ์ขายสินค้าแบบไม่ต้องสต๊อกสินค้าด้วยตัวเอง

นายบานิกล่าวเพิ่มเติมว่า POPS ถือเป็นผู้ริเริ่มและบุกเบิกการแตกไลน์ธุรกิจจาก Creator Economy สู่โซเชียลคอมเมิร์ซ เป็นรายแรก พร้อมบริการครบวงจร 360 องศา ตั้งแต่การวางแผนเจาะกลุ่มลูกค้า บริหารร้านค้า วางกลยุทธ์ครีเอทีฟให้แบรนด์สินค้า

รวมทั้งบริหารจัดการขนส่งสินค้าให้ถึงมือผู้ซื้อสินค้า พร้อม in-house studio อุปกรณ์ครบครันทันสมัย ตอบโจทย์กลุ่มลูกค้าทุกประเภทสินค้า โดยตั้งเป้าหมายว่าภายในระยะเวลา 2 ปี POPS จะมีรายได้จากโซเชียลคอมเมิร์ซประมาณ 200 ล้านบาท

POPS

แท็กที่เกี่ยวข้อง

ค้าปลีก โซเชียลคอมเมิร์ซ