เศรษฐา ถกทูต-ทีมไทยแลนด์ เปิดตลาดการค้าไทยเชื่อมโลก
“เศรษฐา” จัดใหญ่เวิร์กช็อปทีมไทยแลนด์ 21-23 พฤศจิกายน 2566 นี้ มอบนโยบายทำงานอย่างบูรณาการ ทูต-ทูตพาณิชย์-บีโอไอ-เอกชน ร่วมแก้ไขปัญหาดันยอดการค้าระหว่างประเทศ ดึงเม็ดเงินลงทุนกระตุ้นเศรษฐกิจปี’67 พาณิชย์มั่นใจส่งออกทั้งปีติดลบน้อยกว่า 2% “ภูมิธรรม” สั่งทูตพาณิชย์เฟ้นหาร้านอาหารไทยซีเล็คทั่วโลก 1.6 พันร้านโปรโมต “ซอฟต์พาวเวอร์” ไทยสู่ตลาดโลก
นายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า ในช่วงวันที่ 21-23 พฤศจิกายนนี้ นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรีและ รมว.คลังจะประชุมเชิงปฏิบัติการเพื่อมอบนโยบายให้กับทีมไทยแลนด์ทั่วโลก โดยจะเชิญเอกอัครราชทูตทั่วโลกเดินทางกลับมาประเทศไทย เพื่อรับมอบนโยบายทำงานบูรณาการร่วมกับทูตพาณิชย์ 58 แห่งทั่วโลก
ซึ่งอยู่ภายใต้การกำกับดูแลของกระทรวงพาณิชย์ และสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) รวมถึงตัวแทนภาคเอกชน อาทิ สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย สภาหอการค้าแห่งประเทศไทย เอกชนภาคการท่องเที่ยว รวม 4 ฝ่าย เพื่อให้เกิดการบูรณาการร่วมกัน เสนอความเห็นและขยายบทบาทเชิงรุก เพื่อให้การปฏิบัติงานเกิดประสิทธิผลมากที่สุด
“นายกรัฐมนตรีอยากเห็นทีมไทยแลนด์ ที่ทำงานเชิงรุกมุ่งเข้าไปสู่ปัญหาโดยตรง เอกอัครราชทูต ในฐานะเป็นทูตใหญ่ และทูตพาณิชย์ก็อยู่ในการกำกับของทูตใหญ่ ถ้าทูตใหญ่เวิร์ก ทูตพาณิชย์ไม่เวิร์กก็ไปไม่ได้ ดังนั้นต้องทำงานร่วมกัน รวมถึงต้องนำภาคเอกชน ภาคอุตสาหกรรม เข้ามาร่วมขับเคลื่อน จึงเป็นทีมไทยแลนด์ ทำงานร่วมกันและทำงานให้เกิดผล เราจะได้เห็นมิติใหม่ทั้ง 4 ส่วน เวิร์กช็อปให้คุยกัน เพื่อช่วยกันแก้ไขปัญหาของประเทศ” นายภูมิธรรมกล่าว
นายภูมิธรรมกล่าวว่า ทูตพาณิชย์ต้องทำงานเชิกรุก โดยเริ่มต้นจากตัวเองให้การทำงานในเชิงธุรกิจ เตรียมพร้อมในการเข้าร่วมประชุมครั้งนี้ เพราะเราถือว่าเป็นด่านแรกในการเจรจาการค้ากับนักธุรกิจทั้งรายใหม่ รายเก่า และทำอย่างไรให้เกิดประโยชน์
และต้องมีการประสานงานกับพาณิชย์จังหวัดให้เกิดความเข้มแข็ง โดยเอาลักษณะเด่นของแต่ละจังหวัด ซึ่งพาณิชย์จังหวัดจะต้องคิดว่าสินค้าในจังหวัดมีอะไรโดดเด่น ซึ่งต้องสามารถสรุปได้ในแต่ละปี เพราะเป็นข้อมูลที่รู้อยู่แล้ว
พร้อมทั้งนำข้อมูลที่ได้มาดำเนินการร่วมกันอย่างเชิกรุก เพื่อรุกตลาดและนำเครื่องมือเข้ามาช่วยผลักดันในการส่งออก ทูตพาณิชย์เองก็ต้องรู้ช่องทางการขาย เพื่อให้ทั้ง 2 ฝั่งเกิดความร่วมมือและต่อยอดการค้า การส่งออกในต่างประเทศ พร้อมกับไปดูช่องทางการค้าใหม่ด้วย
โดยเฉพาะอีคอมเมิร์ซ ซึ่งมอบหมายให้ทั้งทูตพาณิชย์ รวมไปถึงพาณิชย์จังหวัด ค้นหาอินฟลูเอนเซอร์ คือ บุคคลที่มีผู้ติดตามบนแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดีย เพื่อเข้ามาช่วยเพิ่มช่องทางในการขายสินค้าไทย และสร้างการรับรู้สินค้าไทยให้มากขึ้น
ดันซอฟต์พาวเวอร์อาหารไทย
นายภูมิธรรมกล่าวอีกว่า รัฐบาลมีนโยบายส่งเสริมการสร้างรายได้จาก soft power จากสิ่งที่สะท้อนเอกลักษณ์ความเป็นไทย จึงได้ให้ทูตพาณิชย์ทั่วโลกช่วยกันค้นหาร้าน Thai SELECT ในแต่ละประเทศ ประเทศละ 5 ร้าน จะมีร้าน 1,620 แห่งทั่วโลกเพื่อเป็นสถานที่ที่จะเป็นช่องทางในการจัดแสดงสินค้าไทยและสะท้อนภูมิปัญญาของไทย
เช่น อาหาร เพลง มวยไทย เป็นต้น ส่งเสริมประชาสัมพันธ์ซอฟต์พาวเวอร์ของไทยทั้งสินค้าและอาหาร บริการ ศิลปะการแสดงของไทย ให้สามารถกระจายและสร้างการรับรู้ไปยังตลาดโลกได้
“ผมต้องการส่งเสริมวัฒนธรรมใหม่ในกระทรวง โดยภายใน 2 ปีเป็นตัวชี้วัด หากทำงานได้ดี ไม่ต้องมีเส้นสาย แม้อยู่ประเทศเล็ก แต่สามารถทำงานเป็นที่ประจักษ์ ก็พร้อมส่งเสริมไปสู่ประเทศที่ดีได้ ซึ่งไม่ใช่การลงโทษแต่เป็นการสามารถแก้ไขปัญหาได้ และก็ยกระดับไปสู่ที่สูงขึ้น
เพราะปัญหาคืองานของเรา และอยากให้กรมต่าง ๆ ในกระทรวงสามารถเปลี่ยนแปลงโยกย้ายได้ เพราะต้องการให้เกิดการบูรณาการทำงานเป็นทีมร่วมกันทั้งหมด ซึ่งได้มอบหมายปลัดกระทรวงรับไปติดตามทำงาน บุคลากรของกระทรวงล้วนแล้วมีฝีมือ แต่การเชื่อมโยงการทำงานนั้นยังไม่เพียงพอ จึงต้องการให้เกิดการเชื่อมโยงในทีมพาณิชย์ในด้านต่าง ๆ ขึ้นมา”
มอนิเตอร์ส่งออก Q4
นายภูมิธรรมกล่าวว่า กรณีที่คณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน (กกร.) แสดงความเป็นห่วงเกี่ยวกับปัญหาภูมิรัฐศาสตร์ อิสราเอล-ฮามาส ว่าอาจจะส่งผลกระทบต่อภาคการส่งออกและราคาสินค้าพลังงานนั้น ได้มอบทูตพาณิชย์ในประเทศที่เกี่ยวข้องได้ติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด พร้อมทั้งรายงานความคืบหน้าอย่างต่อเนื่อง รวมไปถึงมาตรการกีดกันทางการค้าต่าง ๆ ด้วย
ด้านนายกีรติ รัชโน ปลัดกระทรวงพาณิชย์ กล่าวว่า กระทรวงพาณิชย์ยังคงมองว่าเป้าหมายการส่งออกของไทยในปี 2566 ติดลบน้อยกว่าที่ภาคเอกชนคาดการณ์ไว้ที่ติดลบ 2% โดยภาพการส่งออกใน 2 เดือนสุดท้ายของปี น่าจะมีตัวเลขออกมาเป็นที่น่าพอใจ จาก 2 เดือนก่อนหน้าที่การส่งออกขยายตัวเป็นบวก
ส่วนเป้าหมายการส่งออกในปี 2567 คงต้องรอติดตามสถานการณ์การส่งออกในเดือนธันวาคม 2566 นี้ เพื่อจะสามารถประเมินตัวเลขได้ รวมไปถึงแนวทางการส่งเสริมการส่งออกในปี 2567 ซึ่งจะมีการประชุมทูตพาณิชย์จากทั่วโลกร่วมกับภาคเอกชนที่เกี่ยวข้องในวันที่ 10 ธันวาคม 2566 นี้
เอกชนผนึกทีมไทยแลนด์
ด้านนายชัยชาญ เจริญสุข ประธานสภาผู้ส่งสินค้าทางเรือแห่งประเทศไทย (สรท.) เปิดเผยว่า ในการประชุมทูตพาณิชย์ทั่วโลกในวันที่ 10 พฤศจิกายน 2566 สรท.พร้อมที่จะเสนอแนะและข้อคิดเห็นสำหรับแนวทางในการแก้ไขปัญหาในการค้า-ส่งออกของไทย
รวมไปถึงรับฟังปัญหาและสถานการณ์การค้าทั่วโลก เพื่อสรุปเป็นแนวทางและข้อเสนอก่อนที่จะนำเข้าร่วมกับนายกรัฐมนตรี ในวันที่ 21-23 พฤศจิกายน 2566 นี้ โดยภาคเอกชนพร้อมที่จะทำงานร่วมกับภาครัฐเพื่อเดินหน้าผลักดัน
การส่งออกอย่างเต็มที่