เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ดูทั้งหมด

ศาลฎีกาฯใช้โมเดล รปภ.คดีสลายม็อบพันธมิตร เหมือน “แถลงปิดคดีจำนำข้าว”

01 ส.ค. 2560 | 15:14น.

เมื่อวันที่ 1 สิงหาคม ผู้สื่อข่าวรายงานถึงการเตรียมความพร้อมของศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ในเวลา 09.30 น. วันที่ 2 สิงหาคม ที่ศาลนัดอ่านคำพิพากษาของศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีหมายเลขดำ อม.2/2558 ที่คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เป็นโจทก์ยื่นฟ้องนายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ อดีตนายกรัฐมนตรี, พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ อดีตรองนายกรัฐมนตรี, พล.ต.อ.พัชรวาท วงษ์สุวรรณ อดีตผู้บัญชาการตํารวจแห่งชาติ และ พล.ต.ท.สุชาติ เหมือนแก้ว อดีตผู้บัญชาการตำรวจนครบาล เป็นจำเลยที่ 1-4 ฐานเป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหน้าที่หรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบและโดยทุจริต เพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใด จากกรณีรัฐบาลนายสมชาย ให้เจ้าหน้าที่ตำรวจขอคืนพื้นที่การชุมนุมจากกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย เมื่อวันที่ 7 ตุลาคม 2551 ว่าทางศาลฎีกาฯ จะใช้โมเดลการรักษาความปลอดภัยและดูแลความเรียบร้อยบริเวณเช่นเดียวกับคดี น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี เเถลงปิดคดีจำนำข้าวด้วยวาจา

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับการดูแลรักษาความปลอดภัยและความเรียบร้อยบริเวณอาคารศาลฎีกาฯ ถนนแจ้งวัฒนะนั้น ทางศาลได้ประสานฝ่ายตำรวจแล้วในการจัดกำลังพลมาดูแล มี สน.ทุ่งสองห้อง เป็นหลัก และมีกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจนครบาลและส่วนต่างๆ ที่ได้รับมอบหมาย ทั้งนี้การจัดสรรกำลังพลขึ้นอยู่กับฝ่ายเจ้าหน้าที่ตำรวจ ส่วนภายในอาคารศาลจะมีเจ้าหน้าที่ รปภ. หลาย 10 คนของศาลกระจายกำลังรักษาการณ์ตามจุดทางเข้าอาคารศาล และทางเข้าห้องพิจารณาคดี รวมทั้งนำแผงเหล็กมากั้นเพื่อเป็นช่องทางเข้าออกทางเดียว บริเวณหน้าอาคารศาลด้วย การจัดกำลังเจ้าหน้าที่ รปภ.และแผงเหล็กกั้นส่วนนี้ เป็นไปตามโมเดลปกติที่เคยจัดสรรหาไว้ระหว่างการพิจารณาคดี

ขณะที่ภายในอาคารศาลบุคคลที่จะผ่านเข้าออกเพื่อไปห้องพิจารณาคดีจะต้องผ่านจุดเครื่องสแกนตรวจอาวุธด้วย ผู้ที่จะเข้าร่วมฟังการพิจารณาคดีจะต้องนำบัตรประชาชน มาแลกบัตรเข้าออกของศาลกับเจ้าหน้าที่ รปภ. ณ จุดแลกบัตร บริเวณแผงเหล็กกั้นทางเข้าศาล โดยบัตรนั้นจะมี 2 สี คือ สีเหลืองสำหรับประชาชนทั่วไป และสีเขียวสำหรับสื่อมวลชน โดยห้องพิจารณาคดีของศาลนั้นสามารถรองรับประชาชนที่จะร่วมเข้าฟังได้ประมาณ 100 คน และการจัดสรรที่นั่งสำหรับสื่อมวลชนเบื้องต้นประมาณ 30 คน โดยการฟังคำพิพากษาในคดีนี้ ศาลยังไม่อนุญาตให้ถ่ายทอดเสียงผ่านเครื่องขยายเสียงออกจากห้องพิจารณาคดีมายังภายนอกอาคาร เเต่ทั้งนี้จะมีการอนุญาตหรือไม่ขึ้นอยู่กับองค์คณะ

ส่วนมาตรการรักษาความปลอดภัยในวันที่ 25 สิงหาคม ที่เป็นวันนัดฟังคำพิพากษาคดีโครงการรับจำนำข้าว เเละคดีโครงการระบายข้าวนั้น ทางศาลจะต้องรอประชุมเตรียมความพร้อมสำหรับเเนวทางการปฎิบัติอีกครั้ง

 

ที่มา : มติชนออนไลน์